ไทย eng
    
  Search
ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : เกี่ยวกับเมืองไทย > ประวัติบริษัทและตราสัญลักษณ์
ประวัติบริษัท ภาพยนต์โฆษณา
 

 

 
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดดำเนินกิจการด้านธุรกิจประกันชีวิต เพื่อให้บริการแก่ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์ ยุติธรรมและมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจให้มั่นคงตลอดระยะเวลากว่า ครึ่งศตวรรษ นับตั้งแต่เริ่มกิจการอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2494 ณ สำนักงาน แห่งแรก ที่ถนนเสือป่า ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยต้องประสบปัญหาจากผลกระทบของสงครามมหาเอเซียบูรพา เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในระยะการฟื้นตัว นายจุลินทร์ ล่ำซำ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการในขณะนั้น และกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจ ตลอดจนผู้ใหญ่ในวงราชการได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ขึ้น ด้วยเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะให้บริษัทฯ ช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในเรื่องของสวัสดิการสังคมและเป็นแหล่งระดมเงินทุนให้กับภาครัฐ นอกจากนี้ ยังเป็นการออมในระยะยาว และสร้างหลักประกันให้ประชาชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจการค้าและภาคอุตสาหกรรมของประเทศอีกด้วย

จากการดำเนินงานที่ทุ่มเทเพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพของงาน ทำให้บริษัทฯ ได้รับความ เชื่อถือจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น จึงมีการขยายงานและได้สร้างอาคารเมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ณ ถนนเจริญกรุง เป็นอาคารที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม กรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องจากใช้ระบบ Post – tension คือ เป็นอาคารที่ไร้คานใช้สลิงยึด นับเป็นอาคารแรกๆ ในยุคนั้น

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณแต่งตั้งให้เป็นบริษัทประกันชีวิต ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีสิทธิใช้ตราครุฑ ในเอกสารของบริษัทฯ และเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2000 บริษัทฯ มีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ได้ขยายสำนักงานสาขาและสำนักงานตัวแทนไปทั่วประเทศกว่า 210 สาขา ภายใต้การบริหารงานอย่างมีระบบและวิสัยทัศน์ อันกว้างไกลของ นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการและนายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยปัจจุบันสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 250 ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจรับใช้ประชาชนชาวไทยด้วยความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ให้บริการที่เป็นเลิศตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและประชาชนด้วยดีเสมอมา จากการที่บริษัทฯ ได้ขยายกลุ่มเป้าหมายอย่างหลากหลายทำให้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีประสบการณ์ต่างๆ เข้ามารองรับการขยายงาน บริษัทฯ จึง ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับ โฟร์ทิส อินชัวร์รัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นวี (ปัจจุบันคือ เอ จิ เอิส อินชัวรัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นวี) ซึ่งถือเป็นความร่วมมือทางธุรกิจที่สำคัญ เพราะพันธมิตรทางธุรกิจนั้นเป็นบริษัทระดับโลกที่เชี่ยวชาญอย่างมาก ในด้านการทำธุรกรรมการประกันชีวิตและการเงิน ตลอดจนนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาเสริมศักยภาพของระบบให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 บริษัทฯ ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โดยธนาคารได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นกับบริษัทฯ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาช่องทางการขายประกันผ่านธนาคารอย่างเต็มรูปแบบและเพิ่มศักยภาพด้านอื่นๆ

ซึ่งบริษัทฯ ได้สร้างความเด่นชัดในองค์กรให้เป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นบริษัทของคนหัวคิดทันสมัย โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนาการตลาดผ่านช่องทางอื่นๆ เพื่อตอกย้ำถึงนโยบายการตลาดแบบ Multi Distribution Channels ,Multi Targets ที่บริษัทฯ ได้ปฎิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและแข็งแกร่ง ทั้งการขายผ่านธนาคารกสิกรไทยและสถาบันการเงินอื่นๆ โบรกเกอร์ รวมทั้ง การขายผ่านระบบ TelemarketingและDirect Response อย่างจริงจังผ่านเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและสายสัมพันธ์ทางการค้ากับคู่ค้าอื่นๆ ที่กว้างขวางและมีความเชี่ยวชาญ เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าครอบคลุมมากขึ้น ล่าสุดบริษัทฯ ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวขยายธุรกิจการบริการใหม่ Financial Services ด้วยการเปิดจำหน่ายประกันในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าในเครือเซ็นทรัลรีเทล ภายใต้ชื่อโครงการ “Central Smart Insure” ความสุขที่รับประกันได้ เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต เพื่อตอบสนองในทุกความต้องการของผู้บริโภค ทั้งความคุ้มครองและการออม

อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้ดำเนินการสร้างอาชีพให้กับประชาชน ด้วยการเปิดรับสมัครเป็นตัวแทนของบริษัทฯ ด้วยมีจัดให้มีการ Recruit ตามนโยบายการสรรหาบุคลากรฝ่ายขาย เพื่อช่วยขยายงานทางด้านการตลาดมากยิ่งขึ้นและเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดผู้สมัครอีกด้วย

พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรฝ่ายขายและพนักงานมาโดยตลอด ด้วยความมุ่งมั่นและต่อเนื่อง อีกทั้งยังสรรค์สร้างสิ่งดีๆ เพื่อประโยชน์แก่พนักงานและฝ่ายขาย ให้ได้รับความทันสมัยและสะดวกสบายด้วยการสร้างศูนย์การเรียนรู้เมืองไทยประกันชีวิต เพื่อเป็นศูนย์การอบรมหลักสูตรต่างๆ จะเห็นได้ว่าบริษัทมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด และบริษัทฯ ยังมีอาคารหอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต ขนาด 450 ที่นั่ง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแห่งศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของกรุงเทพฯ และในปี พ.ศ. 2532 สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้มอบรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นให้แก่บริษัทฯ อีกด้วยนับเป็นหนึ่งของความภาคภูมิใจ

โดยบริษัทฯ ยังเป็นองค์กรที่มีการบริหารงานอย่างมีจริยธรรมและมีจรรยาบรรณในวิชาชีพพร้อมยึดหลักบรรษัทภิบาล ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการประกอบธุรกิจ และเป็นนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่ได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมจรรยาบรรณและเน้นกระบวนการบริหารงานที่ดี ระบบตรวจสอบอย่างโปร่งใสและยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อผู้เอาประกัน รวมทั้งรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังไม่หยุดยั้งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบประกันต่างๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมทุกกลุ่มและทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ ซึ่งปรับเปลี่ยนตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย ทันสมัยและคุ้มค่ากับการลงทุน ในปัจจุบัน

ในปี 2554 ทางบริษัทฯ ได้ออกผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ทั้งเน้นออมระยะสั้น คือเมืองไทยชิลล์ ชิลล์ 5/2และเมืองไทย ได้ใจ 3/2 การออมพร้อมเงินคืน คือเมืองไทย Saving Delight 10/4 การออมเน้นลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 คือ เมืองไทย 8555 จี20 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) เมืองไทย 8560 จี15 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) เมืองไทย 8501 ดี55 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) เมืองไทย 8501 ดี60 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) ซึ่งแบบประกันเหล่านี้สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนและบริหารการเงินอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่เน้นความคุ้มครองและมีเงินจ่ายคืนถ้าไม่เคยเคลม คือ Income protector, Health return cash, PA return bonus พร้อมทั้งออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อพี่น้องชาวมุสลิม เพื่อเน้นความคุ้มครองเงินกู้ เมืองไทย ตะกาฟุล ฮุสนา และแบบประกันเพื่อความคุ้มครองกลุ่มลูกค้ามุสลิม สัญญาเพิ่มเติม ตะกาฟุล ความคุ้มครองโรคมะเร็ง การยกเว้นเงินสมทบตะกาฟุล ทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรและยังออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อกลุ่มลูกค้าทุกช่วงวัย ได้แก่ โครงการ เมืองไทยวัยเก๋า เอ็กซ์ตร้า เป็นโครงการซึ่งผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองชีวิตแบบสบายใจจนครบอายุ 90 ปี พร้อมกับความคุ้มครองอุบัติเหตุและอุบัติเหตุสาธารณะ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ต้องการความมั่นใจและ มีหลักประกันที่รองรับความมั่นคงในช่วงบั้นปลายชีวิต ด้วยเบี้ยประกันภัยแบบสบายๆ เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงที่ต้องปรับตัวตามปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรองรับกับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ สำหรับโครงการฯ นี้ รับประกันผู้ที่มีอายุ 40 -75 ปี ชำระเบี้ยได้ทั้งรายปีและรายเดือน โดยจำนวนเงินเอาประกันภัยสูงสุด 400,000 บาท เบี้ยประกันภัยจะขึ้นอยู่กับเพศ อายุ รายละเอียดเฉพาะบุคคล และแผนประกันที่เลือก ทั้งนี้จุดเด่นของโครงการฯ คือการให้ความคุ้มครองชีวิต อุบัติเหตุ และอุบัติเหตุสาธารณะ ด้วยเบี้ยประกันภัยไม่แพงและคงที่ตลอดอายุสัญญา โดยผู้เอาประกันภัยไม่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ ทั้งยังมีเงินคืนเมื่อครบสัญญาอีกด้วย และสัญญาเพิ่มเติม Happy Kids เน้นความคุ้มครองวัยเด็ก และแบบประกันที่เน้นความคุ้มครองสุขภาพ คือ สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ Extra care

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างดีเยี่ยม บริษัทฯ มั่นใจว่าเราเป็นผู้นำในด้านการบริการลูกค้า ซึ่งนอกจากการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว ด้านกรมธรรม์ประกันชีวิต ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา บริษัทฯ จัดกิจกรรมสำหรับผู้เอาประกัน ที่เป็นสมาชิกเมืองไทย Smile club อย่างมากมาย เพื่อเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากการเป็นสมาชิกบัตรดังกล่าว โดยจัดกิจกรรมแบ่งตาม Life style ของสมาชิกฯ ขึ้น ทั้งนี้เพื่อสื่อสารเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวที่พิเศษกว่าคนอื่น ซึ่งถือได้ว่าบริษัทฯ เป็นต้นตำรับกิจกรรมแห่งความสุขของคนหัวคิดทันสมัย เพราะเรามีกิจกรรมและสิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับลูกค้าทั้งปี โดยเน้นกลยุทธ์ด้านการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM ) และ การทำกิจกรรมเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) มาผสมผสานเข้าด้วยกันสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและสังคม ไปพร้อมการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า (CEM) ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักที่ตั้งใจสร้างขึ้นมา

นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังเป็นผู้นำในด้านกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งบริษัทฯ จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าทุกช่วงวัยและครอบคลุมในทุกไลฟ์สไตล์ เช่นกิจกรรมสำหรับเยาวชนและครอบครัว ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะความรู้ด้านต่างๆ ภายนอกห้องเรียนและสร้างความรักความอบอุ่นภายในครอบครัว อาทิ การแสดง Disney on Ice , Genius Camp, Family day เป็นต้น กิจกรรมสำหรับกลุ่มวัยรุ่น เช่น เรียลลิตี้คอนเสิร์ต The Star , Academy Fantasia ,The Trainer ปั้นฝันสนั่นเวที ซึ่งล้วนแต่เป็นรายการชั้นนำที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง รวมถึงกิจกรรมสำหรับผู้ที่รักสุขภาพและความสวยความงามในแบบของคนรุ่นใหม่ในกิจกรรม เมืองไทย Smile Healthy Tips , เมืองไทย Smile Beauty และอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยให้สุขภาพดีและอัพลุคใหม่ให้สดใสขึ้น หรือจะเพิ่มเสน่ห์ปลายจวักด้วยการเข้าร่วมกิจกรรม Happy Cooking Time ที่มีเทคนิคเคล็ดลับความอร่อยจากหลากหลายเมนูอาหารจากสถาบันสอนทำอาหารชั้นนำ อีกทั้งบริษัทยังมอบความสุขจากการแสดงระดับโลกในทุกๆ ปี การแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกและยังจัดกิจกรรมที่ตอบรับทุกเทศกาลแห่งความสุข ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมวันปีใหม่ วันสงกรานต์ วันวาเลนไทน์ วันตรุษจีน วันเด็ก ฯลฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้สร้างสรรค์และพัฒนากิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ให้มีความเข้มข้น หลากหลายและขยายพื้นที่แห่งความสุขไปทั่วประเทศ เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและบริษัทฯ ให้มั่นคงยั่งยืน

สำหรับปี 2554 ที่ผ่านมากับการฉลองครบรอบปีที่ 7 ของเมืองไทย Smile Club เพื่อ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบริการแบบคนหัวคิดทันสมัยด้วยการบริการที่เหนือความคาดหมายเมืองไทย Smile Service ที่มีบริการดีๆ มากมายสำหรับลูกค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์แจ่มทุกบริการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ลูกค้าผ่าน เมืองไทย Smile Club ต้นตำรับกิจกรรมความสุขมากมายมอบให้ลูกค้าทั้งปี การบริการลูกค้าผ่าน Smile Service Center ภายใต้คอนเซ็ปต์ศูนย์บริการลูกค้าสบายๆ เป็นกันเองทั่วประเทศที่ให้บริการทุกเรื่องของการประกันชีวิตและมอบบริการเสริมพิเศษที่ศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศด้วย บริการเพิ่มรอยยิ้มที่ให้ข้อมูลและไขข้อสงสัยเรื่องทั่วไป ไม่ว่าเรื่องไหนๆ ลูกค้าก็ยิ้มได้เมื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต เพื่อตอบรับและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบันด้วยการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ของคนหัวคิดทันสมัยใน Social Network ตามติดทุกกิจกรรมของเมืองไทยประกันชีวิตร่วมพูดคุยเรื่องราวของความสุขกับน้องรักษ์ยิ้มที่ Facebook และ Twitter และการบริการผ่าน 1766 เมืองไทย Smile ศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ให้ลูกค้าอุ่นใจได้ทุกวัน พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวนวัตกรรมการบริการข้อมูลอัตโนมัติผ่านตู้ Automatic Smile Kiosk (ASK) ขึ้น เพื่อให้ผู้เอาประกันสามารถตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดกรมธรรม์และความคุ้มครองต่างๆ รวมไปถึงขอหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกัน เพื่อเป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษี และฟังก์ชั่นพิเศษที่ผู้เอาประกันสามารถพูดคุยสนทนากับเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าผ่านโทรศัพท์ที่สามารถเห็นทั้งภาพและเสียงในระบบ Real Time อีกทั้งยังสามารถสำรองสิทธ์เข้าร่วมกิจกรรมเมืองไทย Smile Club หรือตรวจสอบรายละเอียดสิทธิประโยชน์จากร้านค้าพันธมิตรมากมาย

สำหรับการคืนกำไรและมอบความสุขและรอยยิ้มให้แก่สังคมในปี 2554 เมืองไทย Smile Club ได้เปิดตัวแคมเปญเมืองไทย Pass the Smile Forward ความสุขและรอยยิ้มจากคนหัวคิดทันสมัย ซึ่งภายใต้แคมเปญดังกล่าวได้สร้างสรรค์กิจกรรมมากมายพร้อมเชิญชวนลูกค้าสมาชิกเมืองไทย Smile Club เข้าร่วมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความสุขคืนสู่สังคม โดยภายใต้แคมเปญได้เปิดโอกาสให้น้องๆ นักศึกษาคนรุ่นใหม่ส่งไอเดียดีๆ ที่อยากจะส่งต่อความสุขและรอยยิ้มให้กับสังคมภายใต้แนวคิดโครงการ คิดดี ทำดี เข้ามาประกวดเพื่อร่วมกันมอบสิ่งดีๆ คืนสู่สังคม ทั้งนี้มี 3 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับเงินรางวัลสนับสนุนเพื่อไปดำเนินการตามโครงการที่เสนอเข้ามา

นอกจากนี้ในปี 2554 บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวกิจกรรมพิเศษมากมายภายใต้แคมเปญพิเศษ “ช้อป ชิม ชิลล์ กับเมืองไทยประกันชีวิต” เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับสมาชิกเมืองไทย Smile Club เพิ่มขึ้นทั้งคุณภาพและปริมาณที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าทั้งในกทม. และที่จะสัญจรไปยังต่างจังหวัด โดยตอบสนองลูกค้าที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งด้วยการมอบสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นทั้งในรูปแบบของการแสดงบัตรเพื่อรับส่วนลดในการช้อปปิ้งกว่า 2000 ร้านค้าทั่วประเทศ รวมถึงบริษัทฯ ได้การร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำเพื่อจัดแคมเปญสำหรับผู้ถือบัตรเมืองไทย Smile club ให้ได้เลือกซื้อสินค้าแบบคุ้มค่าตลอดทั้งปีอีกด้วย สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการชิมอาหารเมืองไทย Smile club ได้มอบส่วนลดจาก ภัตตาคาร ร้านอาหาร ที่เข้าร่วมในโครงการกว่า 500 แห่ง ซึ่งนอกจากสิทธิประโยชน์ส่วนลดดังกล่าวแล้ว ในทุกสัปดาห์จะจัดให้มีโปรแกรมความอร่อยให้ลูกค้าได้ไปรับประทานอาหารเมนูเด็ดที่ร้านอาหารชื่อดังมากมายที่ลูกค้าแนะนำเข้ามา พร้อมกันนี้ในทุกทริปของกิจกรรมที่เมืองไทย Smile Club จัดขึ้นจะพาลูกค้าไปชิมเมนูอาหารที่ขึ้นชื่อของแต่ละสถานที่ที่พาไปอีกด้วย ในส่วนของลูกค้าที่โปรดปรานการท่องเที่ยวแบบชิลล์ๆ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรโรงแรม สปา เพื่อมอบสิทธิพิเศษมากมายช่วยตอกย้ำความสุขในไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าชื่นชอบยิ่งขึ้นกว่า 1,000 แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยวที่จัดให้มีขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นพัฒนาการบริการเพื่อประโยชน์อันสูงสุดแก่ลูกค้าประชาชนและสังคมไทย พร้อมกับการสร้างสรรค์สังคมให้มีแต่รอยยิ้ม ความสุขและความสนุกสนานตลอดไป โดยมีเครื่องยืนยันถึงการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ คุณภาพ และมีจรรยาบรรณด้วยรางวัลจรรยาบรรณดีเด่น จากหอการค้าไทย ประจำปี 2548 รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่นอันดับที่ 3 ประจำปี 2546 อันดับที่ 2 ประจำปี 2547 และประจำปี 2548 อันดับที่1 ประจำปี 2549 – 2552 และหลังจากที่ได้รับรางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่นอันดับที่ 1 ถึง 3 ปีซ้อน จึงส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลเกียรติยศ “บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น ปี 2551” จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และที่สุดแห่งความภาคภูมิใจอีกครั้ง เมื่อบริษัทฯ ได้รับเกียรติคัดเลือกให้เป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับที่ 1 ประจำปี 2553 อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

นับเป็นกำลังใจสำหรับคนทำงาน เมื่อบริษัทฯ ได้รับรางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ “สังข์เงิน” ครั้งที่ 23 ประจำปีพ.ศ. 2552-2553 ซึ่งเป็นรางวัลเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติหน่วยงาน ที่เป็นแบบอย่างที่ดี ที่ได้ให้ความสำคัญของการประชาสัมพันธ์ และสามารถนำมาใช้ในกิจการและทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ และยังได้รับเกียรติเข้ารับประกาศและโล่เกียรติคุณ พร้อมเข็มเชิดชูเกียรตินคราทร (สีทอง) ในฐานะที่บริษัทฯ ได้ทำคุณประโยชน์ โดยการสนับสนุนพัฒนาลานกีฬาสวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์ กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่อสังคมอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้บริษัทยังได้รับการรับรองคุณภาพของบริษัทด้วย ตราสัญลักษณ์ Q–Mark ภาคการค้าและการบริการ จากคณะกรรมการร่วมสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ คือ รางวัล Superbrands Thailand และ รางวัล Superbrands Asia จาก Superbrands International จากประเทศอังกฤษที่มีเครือข่าย 56 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังได้รับรางวัล Trusted Brands ระดับ Gold จากนิตยสาร Reader’s Digest ประจำปี 2553-2554 ซึ่งเป็นการรับรองถึงความเป็นสุดยอดแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพ มีคุณค่า และมีความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งยังมีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการเสนอสินค้าหรือบริการใหม่ๆ สู่ตลาดเสมอ รวมทั้งบริษัท Fitch Ratings ได้ประกาศอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับบริษัท ที่ระดับ BBB + (Stable Outlook) และอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศที่ AA+ (tha)(Stable Outlook) และ Standard & Poor’s การจัดอันดับความมั่นคงทางการเงินที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook) / axA+(ASEAN) ซึ่งหมายถึงแนวโน้มความแข็งแกร่งทางการเงินมีเสถียรภาพและบริษัทยังได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2000

นอกจากนั้นผลงานโฆษณาชุดเมืองไทย Smile Club ยังได้รับรางวัลมากมายจากเวทีการประกวดผลงานโฆษณาระดับประเทศและระดับนานชาติ เช่น B.A.D. Award, Adman Award, Adfest Award ,Spike Award และMat Award และในปี2552 ยังได้รับรางวัล Adman Awards 2009 หมวดรางวัล Ad that Works ได้รับรางวัล Silver Award ชื่อชุด Happy life without H1N1 จากภาพยนตร์โฆษณาชุด “รณรงค์ห่างไกลไข้หวัด2009” ซึ่งในโอกาสนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเข้ามอบกระเช้าเพื่อเป็นการขอบคุณบริษัทฯ ในฐานะที่ร่วมรณรงค์ ให้ความรู้ความเข้าใจ และวิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ผ่านทางสื่อต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย และนับเป็นความสำเร็จของบริษัทฯ อีกครั้ง เมื่อผลงานภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ เมืองไทยยิ้มไม่หยุด ชุค “ชุคสะพานลอย” สามารถคว้ารางวัลสุดยอดโฆษณาระดับโลก รางวัลสิงโต ซิลเวอร์ ” ในเทศกาลประกวดภาพยนตร์โฆษณานานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส และได้รางวัลระดับ Gold จาก รางวัล Ad Fest ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีที่ฉลองความคิดสร้างสรรค์ด้านโฆษณาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อีกทั้งยังได้รับรางวัลระดับ Bronze จาก รางวัล Media Spikes จากประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งรางวัลเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้บริษัทฯ ไม่หยุดมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานโฆษณาที่ดีต่อไป

บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพทั้งทางด้านการดำเนินงานและการบริการ พร้อมกันนี้ยังมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมให้มีคุณภาพดีขึ้น ทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม และการศึกษา อีกทั้งบริษัทฯ ยังเน้นคุณธรรมเรื่องบรรษัทภิบาล เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นบริษัทประกันที่แข็งแกร่งมั่นคงสืบต่อไป สมกับคำขวัญของบริษัทฯ ที่ว่า “บริษัทของคนหัวคิดทันสมัย”

ทั้งนี้ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2555 บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อให้เป็นไปตามพ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551) การแปรสภาพบริษัทในครั้งนี้จะส่งผลให้เมืองไทยประกันชีวิต เป็นองค์กรที่มีหลักกำกับดูแลกิจการตามหลักบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) ที่ดีอย่างแท้จริง โดยมีการเปิดเผยข้อมูลรายงานผลการดำเนินงานต่างๆ สู่สาธารณชนมากขึ้น ภายใต้การตรวจสอบที่เป็นไปตามมาตรฐานของการเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยอยู่ภายใต้กฎหมาย พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 ซึ่งที่ผ่านมาเมืองไทยประกันชีวิตเองได้ยึดถือเป็นนโยบายสำคัญในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา และสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าของบริษัทตลอดมาเช่นกัน

หน้าแรก   เกี่ยวกับเมืองไทย   ข่าวประชาสัมพันธ์   ผลิตภัณฑ์   บริการ   ติดต่อเรา   แผนผังเว็บไซต์
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2555 - 2556 บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) Login
250 ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทร. 1766