ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า : รู้จักเมืองไทยตะกาฟุล > บทความเมืองไทยตะกาฟุล
 

อีดิลอัฎฮา

 

อีดิลอัฎฮา คือ วันที่ 10 ของเดือนซุลหิจญะฮฺ ซึ่งเป็นวันที่ถัดจากวันอะเราะฟะฮฺหนึ่งวัน และเป็นวันส่งท้ายของสิบวันแรกของเดือนซุลหิจญะฮฺ ที่การปฏิบัติศาสนกิจในวันดังกล่าว จะมีความประเสริฐที่สุด และอัลลอฮจะพึงพอใจที่สุด เพราะเป็นวันหัจญ์อักบัร (หัจญ์ใหญ่) นบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) กล่าวว่า “ ไม่มีวันใดๆ ที่การปฏิบัติ (ความดีและศาสนกิจ) จะเป็นที่ชอบใจของอัลลอฮฺมากกว่าการปฏิบัติในสิบวัน (แรกของเดือนซุลหิจญะฮฺ ” วันที่ประเสริฐที่สุด ณ อัลลอฮฺ คือ วันนะหัร
(วันอีดิลอัฎฮา) “ วันนะหัรฺคือวันหัจญ์อักบัรฺ ” ถึงแม้ว่าอีดิลอัฎฮา ( ซึ่งเป็นวันอีดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี และยิ่งใหญ่กว่าวันอีดิลฟิฏรฺ) อิสลามจึงได้ผนวกเอาวันที่ 9 ซุลหิจญะฮ หรือวันอะเราะฟะฮ และวันที่ 11-13 ซุลหิจญะฮ หรือ วันตัชรีก เข้ากับวันอีดิลอัฎฮาด้วย ดังนั้นเทศกาลวันอีดิลอัฎฮาจึงมีทั้งหมด 5 วัน ด้วยกัน ท่านบี (ซ.ล) กล่าวว่า “ วันอะเราะฟะฮ วันเชือดกรุบาน (วันอีดิลอัฎฮา ) และวันตัชรีกทั้งสามเป็นวันดีของเราชาวมุสลิม เป็นวันแห่งการกินและดื่มเพียงแต่อิสลาม ส่งเสริมให้ชาวมุสลิมที่ไม่ได้ทำหัจญ์ถือศีลอดใน วันอะเราะฟะฮฺ นอกจากบรรดาฮุจญาต ที่กำลังทำพิธีกรรมอยู่ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮ เท่านั้นที่ส่งเสริมให้กินดื่มในวันนี้ เพื่อที่จะได้มีแรง ในการปฎิบัติศาสนกิจอันหนักหน่วงในพิธีกรรมหัจญ์

การเชือดสัตว์กุรบาน

ส่งเสริมให้บรรดาผู้ที่ มีความสามารถจัดเตรียมสัตว์ไว้เชือดกุรบาน หลังเสร็จจาก การละหมาดอีดแล้ว และอีกสามวันหลังจากนั้น ท่านนบี (ซ.ล.)ได้ กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดที่มีความสามารถในการเชือด
อุฎหิญะฮฺ (สัตว์กุรบาน) แต่เขาไม่กระทํา ก็จงอย่าเข้าใกล้ สนามละหมาดของฉัน” โดยมีข้อแม้ว่า นับตั้งแต่วันแรก ของเดือนซุลหิจญะฮฺ ไปจนเสร็จจากการเชือดกุรบาน ผู้ที่ประสงค์จะเชือดจะต้อง
ไม่แตะต้องเส้นผม ขน และผิวหนังแต่อย่างใด หมายความว่าไม่อนุญาตให้ตัดผม โกนขนลับ ถอนขนรักแร้ และตัดเล็บ เป็นต้น
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2555 - 2556 บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) Login