แบ่งเบาเรื่องหนี้สิน

คลายกังวลให้ผู้อยู่ข้างหลังยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
กับแบบประกันภัยคุ้มครองสินเชื่อ เพื่อประชาชน

คำนวณเบี้ยประกันภัย

เลือกระยะเวลาคุ้มครอง
ตามความสามารถ
ในการผ่อนชำระ

คุณสามารถเลือกระยะเวลาความคุ้มครองให้เหมาะสม
กับความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อได้ตั้งแต่ 1 – 30 ปี

สมัครง่าย
ไม่ต้องตรวจสุขภาพ*

*เฉพาะกรณีจำนวนเงินเอาประกันภัยไม่เกิน 4,000,000 บาท
ทั้งนี้ผู้ซื้อต้องแถลงเกี่ยวกับสุขภาพในใบคำขอเอาประกันภัย
และการแถลงสุขภาพเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัย
หรือพิจารณาจ่ายเงินตามสัญญาประกันภัย

คำนวณเบี้ยประกันภัย

0000.00 ฿

เอกสารประกอบการสมัคร

คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันภัย
คุ้มครองสินเชื่อ เพื่อประชาชน

แบบประกันภัยนี้สามารถซื้อได้ที่ไหนบ้าง ?

ผู้เอาประกันภัยสามารถหาซื้อได้ที่สำนักงานใหญ่ หรือ สาขาเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ

หากต้องการซื้อแบบประกันภัยคุ้มครองสินเชื่อ เพื่อประชาชน ต้องใช้เอกสารใดบ้าง ?

เอกสารประกอบการซื้อแบบประกันภัยคุ้มครองสินเชื่อ เพื่อประชาชน มีดังนี้

  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. ใบคำขอเอาประกันชีวิตฯ
  3. ใบเสนอขาย

หมายเหตุ : ใบคำขอเอาประกันชีวิตฯ และใบเสนอขาย สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.muangthai.co.th หรือขอรับได้ที่สำนักงานใหญ่ หรือ สาขาเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ

ผู้เอาประกันภัยสามารถดูวิธีการกรอกใบคำขอเอาประกันชีวิตฯ ได้ที่ไหนบ้าง ?

สามารถดูตัวอย่างการกรอกใบคำขอได้จาก www.muangthai.co.th โดยตัวอย่างการกรอกใบคำขอจะแสดงขึ้นมาพร้อมกับเอกสารที่ให้ดาวน์โหลด

ผู้เอาประกันภัยสามารถชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบัตรเครดิตได้หรือไม่ ?

ไม่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบัตรเครดิตได้

กรณีกู้ร่วม ผู้เอาประกันภัยสามารถสมัครแบบประกันภัยคุ้มครองสินเชื่อเพื่อประชาชนได้หรือไม่ ?

สามารถสมัครทำประกันได้ แต่จำนวนเงินเอาประกันภัยจะถูกแบ่งตามจำนวนผู้กู้ ในสัดส่วนที่เท่ากัน

ผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองใดบ้าง หลังจากซื้อแบบประกันภัยคุ้มครองสินเชื่อเพื่อประชาชน ?

ผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองชีวิตควบคู่กับความคุ้มครองทุพลภาพสิ้นเชิงถาวร

การซื้อแบบประกันภัยคุ้มครองสินเชื่อ เพื่อประชาชน ต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ ?

กรณีที่ผู้เอาประกันภัยซื้อจำนวนเงินเอาประกันภัยไม่เกิน 4 ล้านบาท ไม่ต้องตรวจสุขภาพ ทั้งนี้ ผู้ซื้อต้องแถลงเกี่ยวกับสุขภาพในใบคำขอเอาประกันภัย และ การแถลงสุขภาพเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัย หรือพิจารณาการจ่ายเงินตามสัญญาประกันภัย แต่ถ้ามากกว่า 4 ล้านบาทขึ้นไป ต้องตรวจสุขภาพ ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด และการพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด

ผู้เอาประกันภัยจะต้องเลือกดาวน์โหลดใบคำขอฯ แบบใดบ้าง ?

กรณีที่จำนวนเงินเอาประกันภัยไม่เกิน 4 ล้านบาท ใช้ใบคำขอรหัส 2-02-05-1401

ส่วนกรณีที่จำนวนเงินเอาประกันภัยเกิน 4 ล้านบาท ใช้ใบคำขอรหัส 2-02-05-1385

ผู้เอาประกันภัยจะได้รับวันเริ่มต้นความคุ้มครองเมื่อใด ?

ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกวันเริ่มต้นความคุ้มครองคือวันเดียวกับวันที่ทำสัญญากู้ยืมเงิน หากวันเริ่มต้นคุ้มครองตามที่ระบุในใบคำขอไม่ตรงกับวันที่ได้รับเงินกู้ตามสัญญากู้ยืม สามารถแก้ไขวันเริ่มต้นคุ้มครองและปรับลดจำนวนเงินเอาประกันภัยให้เท่ากับหรือใกล้เคียงกับจำนวนเงินกู้ได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์

ผู้เอาประกันภัยสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้หรือไม่ ?

ผู้เอาประกันภัยสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ โดยแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้

  1. กรณีผู้เอาประกันภัยยังไม่ได้ทำสัญญากู้ยืมเงิน สามารถขอยกเลิกกรรม์นี้ได้ โดยการส่งคืนกรมธรรม์มายังบริษัทภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์ และบริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยที่เหลือหลังจากหักค่าตรวจสุขภาพตามที่จ่ายจริงและค่าใช้จ่ายของบริษัท ฉบับละ 500 บาท
  2. กรณีผู้เอาประกันภัยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินไปแล้ว สามารถยกเลิกกรมธรรม์นี้ได้ โดยการขอเวนคืนกรมธรรม์ สำหรับกรณีที่ยังชำระหนี้ไม่หมดจะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้รับประโยชน์หลัก(ผู้ให้กู้)

แบบประกันภัยนี้ สามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ?

เฉพาะเบี้ยประกันชีวิตของแบบประกันภัยนี้เท่านั้นที่ สามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 30 ธ.ค. 51 ทั้งนี้สำหรับระยะเวลาเอาประกันภัยตั้งแต่10 ปีขึ้นไป

ผู้เอาประกันภัยจะได้รับบัตรเมืองไทย Smile Club หรือไม่ ?

ได้รับบัตรเมืองไทย Smile Club ทั้งนี้การคำนวณคะแนนสะสม เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด

หากผู้เอาประกันภัยต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อที่ช่องทางใดได้บ้าง ?

ผู้เอาประกันสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานใหญ่ หรือ สาขาเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ หรือ

โทร. 1766

การเรียกร้องสินไหมในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเกิดทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรหรือกรณีเสียชีวิต ผู้รับผลประโยชน์ต้องเตรียมเอกสารใดบ้าง ?

  1. กรณีเสียชีวิต
    1.1 กรมธรรม์มีอายุสัญญาไม่ถึง 2 ปี
    - กรมธรรม์ฉบับจริง หรือ เอกสารใบแจ้งความสูญหาย กรณี กธ.ฉบับจริงหาย สำเนาใบมรณะบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน ของผู้เอาประกันภัยและผู้รับผลประโยชน์หลักและผู้รับผลประโยชน์รองทุกคน ถ้อยคำผู้รับผลประโยชน์ (ขอรับแบบฟอร์มได้ที่บริษัท) ถ้อยคำแพทย์พร้อมหนังสือรับรอง (ขอรับแบบฟอร์มได้ที่บริษัท) หนังสือมอบอำนาจตามแบบฟอร์มของบริษัท กรมธรรม์ฉบับจริง(กรณีสูญหายให้ส่งใบแจ้งความแทน)
    1.2 กรมธรรม์มีอายุสัญญามากกว่า 2 ปีและเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย ต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้
    - กรมธรรม์ฉบับจริง หรือ เอกสารใบแจ้งความสูญหาย กรณี กธ.ฉบับจริงหาย สำเนาใบมรณะบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน ของผู้เอาประกันภัยและผู้รับผลประโยชน์ ถ้อยคำผู้รับผลประโยชน์ (ขอรับแบบฟอร์มได้ที่บริษัท) ถ้อยคำแพทย์พร้อมหนังสือรับรอง (ขอรับแบบฟอร์มได้ที่บริษัท)
    - กรณีที่ผู้เอาประกันภัยมีสัญญาโรคร้ายแรง กรมธรรม์ฉบับจริง(กรณีสูญหายให้ส่งใบแจ้งความแทน)
    1.3.กรณีที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือการถูกฆาตกรรม
    ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม จาก ข้อ 1.1. และ ข้อ 1.2 ดังนี้
    • สำเนาบันทึกประจำวัน
    • สำเนาใบชัณสูตรพลิกศพ (หน้า-หลัง)
    • รายงานการตรวจศพ (กรณีมีการผ่าศพพิสูจน์)
  2. กรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร
    - สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน ของผู้เอาประกันภัยและผู้รับผลประโยชน์
    - แบบฟอร์มทุพพลภาพจากแพทย์ผู้รักษา (ขอรับแบบฟอร์มได้ที่บริษัท)
    - ประวัติการรักษา (ถ้ามี)

ในกรณีเรียกร้องค่าทดแทนเนื่องจากการทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร ให้ส่งหลักฐานดังกล่าวข้างต้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เริ่มเกิดทุพพลภาพ แต่การไม่เรียกร้องภายในกำหนดดังกล่าวไม่ทำให้สิทธิการเรียกร้อง เสียไปหากแสดงให้เห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถเรียกร้องได้ภายในกำหนด และได้ทำการเรียกร้องโดยเร็วที่สุดเท่าที่สามารถจะกระทำได้แล้ว

บริษัทมีสิทธิจะขอตรวจร่างกายของผู้เอาประกันภัยตามที่เห็นสมควรในระหว่างที่บริษัทพิจารณาการเรียกร้องทดแทน