พูดถึงเรื่องลดหย่อนภาษี เราคุ้นเคยกันดีกับการยื่นสิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปใน 100,000 บาทแรก และเมื่อใช้เต็มสิทธิแล้วก็จบกันไป ไม่ค่อยได้สนใจสิทธิลดหย่อนภาษีอีก 200,000 บาท ทั้งที่ความจริงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งตัวช่วยในการขอสิทธิลดหย่อนภาษีให้ครบถ้วนเต็มที่ 300,000 บาท อย่างประกันชีวิตแบบบำนาญ หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ หรือคิดไปว่าค่อยซื้อตอนใกล้เกษียณอายุก็ยังทัน แต่เชื่อเถอะ ว่านี่ถือเป็นอีกหนึ่งแบบประกันที่ให้มากกว่าความคุ้มครอง พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย มาดูกันว่า ประกันชีวิตแบบบำนาญสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ยังไงบ้าง เมืองไทยประกันชีวิตมีข้อมูลดีๆ มาฝากเช่นเคย

ประกันชีวิตแบบบำนาญคืออะไร? และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษียังไงบ้าง?

ประกันชีวิตแบบบำนาญคืออะไร? และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษียังไงบ้าง?

ประกันชีวิตแบบบำนาญ คือแบบประกันที่เน้นผลตอบแทนมากกว่าความคุ้มครอง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับแบบประกันสะสมทรัพย์ที่เราคุ้นเคย แต่ความแตกต่างคือประกันสะสมทรัพย์จะจ่ายผลตอบแทนเราในรูปแบบของ “เงินคืน” ซึ่งจะเป็นการทยอยจ่ายคืนให้ระหว่างสัญญา แต่ประกันชีวิตแบบบำนาญ จะไม่มีเงินคืนให้ในช่วงที่อายุยังน้อย แต่จะจ่ายคืนให้เป็นรูปแบบของ “เงินบำนาญ” ทุกๆปี หรือทุกๆเดือน ตั้งแต่เริ่มเกษียณ (อายุ 55 ปีเป็นต้นไป)จนถึงอายุที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเงื่อนไขของประกันชีวิตแบบบำนาญในการยื่นลดหย่อนภาษี มีดังนี้

  • ต้องเป็นประกันชีวิตแบบบำนาญที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • ต้องเป็นประกันชีวิตแบบบำนาญที่มีวงเล็บด้านหลังว่า “บำนาญแบบลดหย่อนได้”
  • ผลประโยชน์จะเริ่มจ่ายเมื่ออายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป จนถึงอายุ 85 ปี หรือมากกว่านั้น
  • ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์อื่นใดก่อนรับเงินบำนาญ ยกเว้นผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต
  • ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์อื่นใด ณ วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย หรือวันครบรอบปีกรมธรรม์ประกันภัยปีสุดท้ายก่อนรับเงินบำนาญ
  • การจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญในช่วงรับบำนาญต้องกำหนดจ่ายผลประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ เช่น รายปี รายเดือน เป็นต้นต้องทำประกันกับบริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในประเทศไทยเท่านั้น

 

ทั้งนี้ เมื่อนำไปรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วยเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญนั้น สามารถทำได้ 3 วิธีด้วยกัน

ประกันชีวิตแบบบำนาญคืออะไร? และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษียังไงบ้าง?

ลดหย่อนภาษี 200,000 บาทหลัง คู่กับสิทธิลดหย่อนภาษี 100,000 บาทแรก

ลดหย่อนภาษี 200,000 บาทหลัง คู่กับสิทธิลดหย่อนภาษี  100,000 บาทแรก

แบบที่ 1 : ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาทหลัง คู่กับสิทธิลดหย่อนภาษี 100,000 บาทแรก

โดยปกติเราคุ้นเคยกับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป และประกันชีวิตและสุขภาพรวมกัน เพื่อขอลดหย่อนภาษีในสิทธิ 100,000 บาท ซึ่งถ้ารวมกับเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ (แบบลดหย่อนภาษีได้) ที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาทแล้ว เราก็จะสามารถใช้สิทธิได้สูงสุดถึง 300,000 บาท แต่ในกรณีนี้มีข้อแม้ว่า การใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ รู้แบบนี้แล้ว ลองหาแบบประกันบำนาญที่เหมาะกับเรา แล้วสมัครเพื่อรับทั้งความคุ้มครองและผลประโยชน์กันดีกว่า

ลดหย่อนภาษี 200,000 บาทหลัง คู่กับสิทธิลดหย่อนภาษี  100,000 บาทแรก

หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป สามารถใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุด 300,000 บาท

หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป สามารถใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุด 300,000 บาท

แบบที่ 2 : หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป สามารถใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุด 300,000 บาท

สำหรับใครที่ยังสงสัย ไม่มีประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ แต่สนใจอยากซื้อแบบประกันชีวิตแบบบำนาญไว้เพื่อลดหย่อนภาษี สามารถทำได้หรือไม่? คำตอบคือสามารถทำได้ และสามารถนำเบี้ยของประกันชีวิตแบบบำนาญไปหักลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียวได้สูงสุดถึง 300,000 บาท  นั่นคือใช้สิทธิลดหย่อนภาษีทั้งในส่วนของ 100,000 บาทแรก และ 200,000 บาทหลัง ซึ่งหากรวมกับสิทธิลดหย่อนในส่วนอื่นๆ แล้ว ก็จะทำให้เราได้รับผลประโยชน์ที่น่าพอใจมากขึ้นอีกด้วย

หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป สามารถใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุด 300,000 บาท

ใช้สิทธิลดหย่อนทั้งในส่วนของ 100,000 บาทแรก และสิทธิลดหย่อน 200,000 บาทหลัง

ใช้สิทธิลดหย่อนทั้งในส่วนของ 100,000 บาทแรก และสิทธิลดหย่อน 200,000 บาทหลัง

แบบที่ 3 : ใช้สิทธิลดหย่อนทั้งในส่วนของ 100,000 บาทแรก และสิทธิลดหย่อน 200,000 บาทหลัง

ถ้าประกันชีวิตทั่วไปที่เรามี ใช้สิทธิลดหย่อนแล้วยังไม่ครบ 100,000 บาทแรก เราสามารถนำเบี้ยของประกันชีวิตแบบบำนาญขอลดหย่อนรวมเข้าไปในส่วนนี้ได้ และยังสามารถนำมาขอสิทธิลดหย่อนภาษีในส่วนของ 200,000 บาทหลัง ของเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้ในจำนวนเต็มอีกเช่นกัน ถือเป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่า ที่ให้เราได้รับทั้งความคุ้มครอง และผลประโยชน์ระยะยาวหลังเกษียณ

ใช้สิทธิลดหย่อนทั้งในส่วนของ 100,000 บาทแรก และสิทธิลดหย่อน 200,000 บาทหลัง

นอกจากเรื่องผลตอบแทนในรูปแบบเงินบำนาญในช่วงเกษียณแล้ว ประกันชีวิตแบบบำนาญ (แบบลดหย่อนภาษีได้) ก็ยังสามารถใช้สิทธิขอลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย และหากเราอยากได้รับผลประโยชน์ต่างๆ ได้เต็มประสิทธิภาพ ก็ควรเริ่มต้นวางแผนเอาไว้แต่เนิ่นๆ จะได้ลดความเสี่ยงเรื่องของการเงินในชีวิตบั้นปลาย ทั้งยังสามารถเลือกรับความคุ้มครองที่ตรงใจ ตรงกับเป้าหมายในอนาคตที่เราวางไว้ เมืองไทยประกันชีวิตจึงขอแนะนำโครงการเมืองไทย รีเทิร์น รีไทร์ ที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งยังการันตีรายได้หลังเกษียณแม้ไม่ได้ทำงาน จ่ายเบี้ยสั้นเพียง 5 ปี ก็มีเงินบำนาญใช้ไปจนถึงอายุ 85 ปี ปีละ 20%(1) รวมสูงสุด 520%(1) พร้อมคุ้มครองชีวิตในช่วงก่อนเกษียณสูงสุด 150%(2) รีไทร์อุ่นใจ เพราะได้รีเทิร์นแบบชัวร์ๆ มีเงินใช้หลังเกษียณทุกปี

(1) เป็น % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา

(2) เป็น % ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้ว

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
Tags:

Related Products

Retirement

Muang Thai Return Retire Campaign

Happy retirement with the maximum of 520% annuity(1)

Pay premium for only 5 years and receive annuity after retirement of up to 520%(1), maximum tax deduction of 300,000 Baht and life coverage before retirement of up to 150%(2).

We use cookies to enhance your visit to our site and to bring you advertisements that might interest you. Read our Privacy Policy to learn how to manage cookies on this site.

Accept