มีสวัสดิการสุขภาพอยู่แล้ว มนุษย์เงินเดือนจะทำประกันชีวิตและสุขภาพไปทำไม? เพราะบริษัทก็ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาล และยังมีสวัสดิการขั้นพื้นฐานอื่นๆ อีกมากมาย ที่คอยให้ความคุ้มครอง ยิ่งถ้าไม่เจ็บป่วยก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แค่ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงไว้เป็นพอ แต่เชื่อเถอะ...ว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ดูแลสุขภาพดีแค่ไหนก็ยังเจ็บป่วยได้เสมอ ถึงเวลานั้นเงินเก็บที่มีเพียงพอกับค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วยแล้วใช่หรือไม่? มาดูกันว่า ทำไมมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ถึงควรทำประกันชีวิตและสุขภาพเอาไว้ แม้จะมีสวัสดิการขึ้นพื้นฐานคอยดูแลอยู่แล้วก็ตาม เมืองไทยประกันชีวิตมีข้อมูลมาแบ่งปันเช่นเคย

ต้องวางแผนรับมือกับความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นทุกเมื่อ

ต้องวางแผนรับมือกับความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นทุกเมื่อ

ไลฟ์สไตล์ของมนุษย์เงินเดือนก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยสูง จึงต้องไม่ลืมที่จะแบ่งเวลาดูแลสุขภาพ พร้อมหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมวางแผนรับมือกับค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวด้วยอีกทาง อย่างการซื้อประกันชีวิตและสุขภาพเพื่อเตรียมพร้อมไว้ ก็จะช่วยเสริมความมั่นใจว่า เงินเก็บที่มีจะไม่ละลายหายไปกับความเจ็บป่วย พร้อมทั้งอย่าชะล่าใจว่า เรามีสวัสดิการของบริษัทรองรับไว้อยู่แล้วไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะบางโรคก็อาจเพิ่งแสดงอาการในช่วงวัยที่มากขึ้น หลังเราเกษียณอายุงาน หากไม่วางแผนสุขภาพเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เมื่อถึงเวลาต้องการ แม้แต่สวัสดิการที่มีก็อาจไม่เพียงพอต่อความคุ้มครองก็เป็นได้

ต้องวางแผนรับมือกับความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นทุกเมื่อ

สายปาร์ตี้ ดื่มหนักจัดเต็ม ต้องเว้นบ้าง

สายปาร์ตี้ ดื่มหนักจัดเต็ม ต้องเว้นบ้าง

ทำงานมาเหนื่อยๆ มนุษย์เงินเดือนสายตี้ก็อยากมีเวลาสังสรรค์กับเพื่อน แต่ไม่ควรเที่ยวหนักหรือดื่มหนักติดต่อกันทุกวัน เพราะนอกจากจะเพิ่มความเหนื่อยล้าสะสมให้ร่างกายแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายอย่าง โดยเฉพาะกับอวัยวะภายในอย่างตับ ที่จะถูกกระตุ้นให้มีไขมันสะสมจนเกิดการอักเสบจนเป็นพังผืด หากเกิดขึ้นในระยะยาวจะทำให้ตับแข็ง การทำงานของตับลดลง ตับวาย และนำไปสู่มะเร็งตับได้ในที่สุด กลายเป็นหมดเงินไปกับการปาร์ตี้ แล้วยังต้องเสียเงินให้กับอาการเจ็บป่วย และค่ารักษาพยาบาลมากมายอย่างเลี่ยงไม่ได้ด้วย มนุษย์เงินเดือนสายตี้คนไหนกำลังทำพลาด ละเลยสุขภาพเพราะเห็นแก่ความสนุกสนานอยู่ต้องระวัง เร่งปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต และหันมาดูแลร่างกายให้แข็งแรง เพื่อความสุขระยะยาวจะดีกว่า

ที่มา : โรงพยาบาลรามาธิบดี

สายปาร์ตี้ ดื่มหนักจัดเต็ม ต้องเว้นบ้าง

ปรับสมดุลการกิน ลดหวาน มัน เค็ม

ปรับสมดุลการกิน ลดหวาน มัน เค็ม

อาหารอร่อย รสจัด ทั้งหวาน มัน และเค็ม ที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราบริโภคเข้าไปอย่างเกินขนาดในแต่ละวัน ล้วนเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดโรคร้าย ที่เรียกว่า “NCDs” (Non-Communicable Diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อย่างโรคเบาหวาน กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคมะเร็ง โรคถุงลมโป่งพอง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนลงพุงในปัจจุบัน รวมทั้งยังถือเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทย ซึ่งมักแฝงตัวอยู่ในอาหารแปรรูป ขนม หรือเครื่องดื่มต่างๆ ในรูปแบบของน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพในระยะยาว มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายจึงควรหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ถูกต้อง ค่อยๆ ปรับปริมาณการปรุงให้พอดี รับประทานผักและผลไม้ แทนอาการจำพวกแป้งหรือไขมันให้มากขึ้น ที่สำคัญคือควรออกกำลังการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับร่างกาย แบ่งเวลาให้กับการพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพ จะได้ห่างไกลโรคภัย และไม่ต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลาให้กับความเจ็บป่วย

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ปรับสมดุลการกิน ลดหวาน มัน เค็ม

หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ

หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ

นอกจากความท้าทายเรื่องงานแล้ว ความเจ็บป่วยและเรื่องสุขภาพ ก็เป็นอีกความท้าทายของมนุษย์เงินเดือนเช่นกัน หากยังละเลยเรื่องสุขภาพอยู่แบบนี้ ก็มีแต่โรคจะรุมเร้าถามหา เพราะฉะนั้นจึงต้องรีบเสริมเกราะป้องกันให้กับร่างกาย ด้วยการปฏิวัติวิถีชีวิตเสียใหม่ ทำงานหนักแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองให้หนักยิ่งกว่า หันมาเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้ โดยอาจเริ่มจากการออกกำลังที่ใช้แรงน้อยๆ เช่น การแกว่งแขน เดินเร็ว วิ่งเหยาะ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสุขภาพที่ดีในระยะยาวเช่นกัน ช่วยให้หัวใจและปอดทำงานได้เต็มที่มากขึ้น ทั้งยังป้องกันโรคร้าย ลดไขมันส่วนเกินและน้ำหนักตัว เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย ทำให้ห่างไกลโรค และประหยัดค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วยไปได้อีกมากมาย

หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การดูแลตัวเองพร้อมวางแผนเรื่องสุขภาพเอาไว้แต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะอาชีพไหน หรือกับใครก็ยังคงมีความสำคัญ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน ที่คงไม่อยากให้เงินเก็บที่มีหมดไปกับการรักษาตัวจากความเจ็บป่วย เพราะเมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจ เราจึงขอแนะนำโครงการ สุขภาพ Top Up ที่ช่วยให้มนุษย์เงินเดือนอุ่นใจ เพราะช่วยเพิ่มเติมสวัสดิการหรือประกันสุขภาพที่คุณมี จัดการค่ารักษาด้วยวงเงินสูงสุด 200,000 บาท(1) เลือก Top Up ค่าห้อง(2) สูงสุดถึงคืนละ 4,000 บาท(3) ได้ทั้งห้องเดี่ยวมาตรฐาน และห้องสูท VIP ครอบคลุมทั้ง ค่ารักษาโรคร้าย โรคทั่วไป โรคระบาด ให้มนุษย์เงินเดือนวางใจค่ารักษาส่วนเกินจากสวัสดิการ และมั่นใจตลอดการรักษา

(1) สำหรับแผน 1 และแผน 2

(2) ค่าห้อง หมายถึง ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการพยาบาลประจำวันต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 120 วัน ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง

(3) สำหรับแผน 2

 

หมายเหตุ

  • โครงการสุขภาพ Top Up เป็นชื่อทางการตลาดของแบบประกันภัย เมืองไทย สมาร์ท โพรเทคชั่น 90/90 และสัญญาเพิ่มเติม การประกันภัยสุขภาพ แบบ เอ็กซ์ตร้า แคร์
  • ผลประโยชน์ เงื่อนไข และความคุ้มครองโดยละเอียด เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • เบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมจะเปลี่ยนแปลงตามอายุของผู้เอาประกันภัย
  • เบี้ยประกันภัยของสัญญาประกันภัยนี้ สามารถ นำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172 และ 383 ทั้งนี้หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด

 

คำเตือน: ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

Tags:

Related Products

Health Insurance

Extra Care Plus Campaign

Top up on your existing welfare

Get more with top-up medical coverage on your existing welfare up to 500,000 Baht (1) and monthly premium of a few hundred Baht.

We use cookies to enhance your visit to our site and to bring you advertisements that might interest you. Read our Privacy Policy to learn how to manage cookies on this site.

Accept