คุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ อาจต้องมีการดูแลตัวเองหลายอย่าง เพื่อให้ลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์สามารถตื่นมาลืมตาดูโลกได้อย่างแข็งแรง แต่ถึงแม้การดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็อาจยังมีความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากสภาพร่างกายและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลง จึงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้ง่าย เช่น โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ที่ส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์โดยตรง หากร้ายแรงที่สุดคืออาจส่งผลให้ลูกน้อยพิการหรือเสียชีวิตได้

ดังนั้นวันนี้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ลองเช็กตัวเองกันหน่อยว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือไม่ สาเหตุมาจากอะไร และเราควรมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรบ้างเพื่อลดความเสี่ยง จะได้ช่วยให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์คลายความกังวลและข้อสงสัยหลาย ๆ อย่างได้

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร ?

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร ?

ก่อนอื่นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ต้องมาเริ่มทำความรู้จักกันก่อน ว่าโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์คืออะไร ซึ่งโรคเบาหวานที่พบร่วมกับการตั้งครรภ์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

  • โรคเบาหวานที่พบก่อนการตั้งครรภ์ (Pregnancy Diabetes)
  • โรคเบาหวานที่พบขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes)

ซึ่งในประเทศไทยมักพบโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้มากกว่า

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes Mellitus)

  • เป็นโรคเบาหวานชนิดหนึ่ง ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกระยะของการตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่มักถูกวินิจฉัยในช่วงสัปดาห์ที่ 24-28 ของการตั้งครรภ์ เกิดจากการที่รกในครรภ์สร้างฮอร์โมนบางชนิดขึ้นมา ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์ต่อต้านอินซูลิน ที่ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น จนเกิดเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งหากปล่อยไว้จะเกิดอันตรายต่อแม่และเด็กในครรภ์ได้

อาการของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์อาจแสดงอาการที่ไม่ชัดเจน แต่สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ดังนี้

  • รู้สึกหิวกระหายน้ำมากกว่าปกติ
  • ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
  • รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย
  • บางคนอาจมีอาการปากแห้ง

🔖 โรงพยาบาลนครธน

🔖 โรงพยาบาลนนทเวช

🔖 โรงพยาบาลบางปะกอก (ข้อมูล ณ วันที่ 10/09/64)

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร ?

ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

ปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์สามารถเกิดขึ้นได้จากปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หากมีปัจจัยดังต่อไปนี้ มักจะมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มากกว่าคนทั่วไป

  • มีน้ำหนักเกิน
  • เคยเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มาก่อนในครรภ์ก่อนหน้า
  • เป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
  • มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป
  • มีความดันโลหิตสูง ก่อนหรือระหว่างตั้งครรภ์
  • คนในครอบครัวสายตรง มีประวัติเป็นเบาหวาน มีประวัติการตั้งครรภ์ และการคลอดที่ผิดปกติ เช่น การแท้ง ทารกตายในครรภ์ หรือเคยคลอดบุตรน้ำหนักแรกคลอดมากกว่า 4 กิโลกรัม

🔖 โรงพยาบาลนครธน

🔖 theasianparent

🔖 โรงพยาบาลเซนหลุยส์ (ข้อมูล ณ วันที่ 08/09/64)

ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง ?

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง ?

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ สามารถส่งผลกระทบได้ถึงแม่และทารกในครรภ์ได้ดังนี้

ความเสี่ยงต่อทารก

  • ทารกคลอดก่อนกำหนด
  • น้ำหนักทารกแรกคลอดมากกว่าปกติที่ควรจะเป็น เช่น ทารกมีตัวใหญ่มากขึ้นกว่าปกติ ทำให้คลอดยาก หรืออาจเกิดอันตรายขณะคลอด
  • ทารกมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำทันทีหลังคลอด และมีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ ทารกอาจเสียชีวิตในครรภ์ได้
  • ทารกอาจมีโอกาสเป็นโรคอ้วน และอาจเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคตได้

ความเสี่ยงต่อแม่

  • มีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีความดันโลหิตสูงร่วมกับมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะมากกว่าปกติ พบในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์
  • เพิ่มความเสี่ยงทำให้ต้องการการผ่าท้องคลอดมากขึ้น เพราะว่าทารกอาจตัวใหญ่เกินกว่าจะคลอดปกติ
  • เมื่อเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ จะมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ในอนาคตมากกว่าปกติถึง 7.4 เท่า
  • การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น เบาหวานขึ้นตา โรคหัวใจ โรคไต การทำลายของเส้นประสาท เป็นต้น

🔖 โรงพยาบาลนนทเวช

🔖 โรงพยาบาลบางปะกอก (ข้อมูล ณ วันที่ 10/09/64)

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง ?

วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์

วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์

หากคุณแม่คนไหนกำลังตั้งครรภ์ และกังวลเกี่ยวกับโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ แนะนำให้ควรปฏิบัติตัวตามนี้

  • ควรควบคุมอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ และน้ำหนักตัวตามเกณฑ์
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควรมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด
  • ตรวจครรภ์เป็นประจำกับสูตินรีแพทย์
  • อาหารบำรุงครรภ์ควรเป็นอาหารที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก เนื่องจากคุณแม่ตั้งครรภ์จะเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางสูง
  • เลือกกินอาหารที่ช่วยบรรเทาอาการแน่นท้อง เช่น น้ำขิง และยังช่วยเร่งการผลิตน้ำนมได้เป็นอย่างดี
  • ควรกินผักผลไม้ โดยเฉพาะผักสีเขียว ผักสีส้ม เพราะมีประโยชน์ให้ลูกน้อยเจริญเติบโตและช่วยให้สุขภาพของคุณแม่แข็งแรง
  • อาหารเร่งน้ำนม เช่น แกงเลียง ยำหัวปลีและผัดขิง เป็นต้น
  • การนั่ง นอน หรือการเดิน ต้องระมัดระวังมากขึ้น เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น ท้องเริ่มใหญ่ขึ้นควรนอนตะแคงด้านซ้าย เพราะจะช่วยพยุงท้องได้ดีและช่วยให้คุณแม่หายใจได้สะดวกมากขึ้น
  • การกินยาจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อลูกในครรภ์ได้

🔖 โรงพยาบาลเซนหลุยส์ (ข้อมูล ณ วันที่ 08/09/64)

🔖 โรงพยาบาลรามคำแหง (ข้อมูล ณ วันที่ 29/07/63)

วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์

การวางแผนครอบครัวก่อนมีลูก เป็นสิ่งที่สำคัญ เช่นเดียวกับการเตรียมความพร้อมดูแลสุขภาพ ตรวจสุขภาพประจำปี รวมถึงการมีประกันสุขภาพก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการซื้อประกันสุขภาพตั้งแต่ตอนที่เรายังสุขภาพดี จะได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ เพราะประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อน หากเจ็บป่วยแล้วถึงตัดสินใจซื้อก็อาจสายไป ดังนั้นวางแผนเตรียมไว้อุ่นใจกว่า

โดยทั่วไปประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครอง  “โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์” เนื่องจากเป็นโรคแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ ซึ่งจัดอยู่ในข้อยกเว้นทั่วไปของสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ

เสริมความมั่นใจการวางแผนการมีบุตรด้วยการมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุม ซึ่งเมืองไทยประกันชีวิตได้ออกแบบความคุ้มครองสุขภาพอีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) ที่ให้คุณพลัสความคุ้มครองสุขภาพอย่างเหนือระดับ เหมาจ่ายตามจริง 20 - 100 ล้านบาทต่อปี + เข้ารักษาได้ทุก รพ. ทั่วไทยหรือหรือทั่วทุกมุมโลก(1) คุ้มครองทั้งโรคอุบัติใหม่ โรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี ดูแลสุขภาพยาว ๆ ถึงอายุ 99 ปี คุ้มครองครบทั้ง IPD และ OPD(2) เบี้ยวันละไม่ถึง 83 บาท(3)

พลัสเพิ่มกับความคุ้มครองการคลอดบุุตร พลัส (Maternity Plus) ซึ่งจะคุ้มครอง “โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์” ด้วยวงเงินความคุ้มครองสููงถึง 2 - 4 ล้านบาท ต่อปีกรมธรรม์ ซึ่งสามารถเลือกซื้อเพิ่มแนบอีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) ได้ทุกแผน (แผน 20 ถึง 100 ล้านบาท) แต่จะมีระยะเวลารอคอย Waiting period 280 วันนับแต่วันที่ความคุ้มครองนี้มีผลบังคับทั้งนี้จะต้องไม่เคยเป็นเบาหวานมาก่อนซื้อความคุ้มครองการคลอดบุุตร พลัส (Maternity Plus) 

  • ความเสี่ยงกรณีแท้งบุุตร
  • ความเสี่ยงกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้้งครรภ์์ และหลังคลอดบุุตร
  • ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุุตร

✔ คุ้มครองค่าห้องเดี่ยวมาตรฐาน แบบเหมาจ่ายตามจริง หรือ ห้องเดี่ยวพิเศษก็คุ้มครอง 10,000 - 25,000 บาทต่อวัน

✔ คุ้มครองค่าห้อง ICU แบบจ่ายตามจริง รวมสูงสุด 365 วัน

✔ ครอบคลุมการรักษาโรคมะเร็ง ทั้งแบบเคมีบำบัดและแบบออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy) การวินิจฉัยแบบ MRI และการฟอกไตโดยไม่ต้องแอดมิท

✔ เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล

✔ เลือกซื้อเพิ่มได้ ความคุ้มครองคลอดบุตร หรือ แพ็กตรวจสุขภาพประจำปี ทันตกรรม ฉีดวัคซีน และค่ารักษาทางสายตา ได้ตามใจ

ซื้อวันนี้! ผ่อนค่าเบี้ยสบาย ๆ 0% สูงสุด 6 เดือน หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13% กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก 

☑️ โทร.1766 ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต หรือ สาขา ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

(1) กรณีเลือกพื้นที่ความคุ้มครองทั่วโลก

(2) กรณีเลือกความคุ้มครองแผน 40, 75 หรือ 100 ล้านบาท

(3) สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ 35 ปี แผน 20 ล้านบาท พื้นที่ความคุ้มครองประเทศไทย และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี

  • สัญญาเพิ่มเติมประกันภัยแบบ อีลิท เฮทล์ พลัส ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • ค่าห้องเดี่ยวมาตรฐาน หมายถึง ค่าห้องพักเดี่ยวมาตรฐานของโรงพยาบาลในประเทศไทย
  • เงื่อนไขเป็นไปตามแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามประกาศ ฉบับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 และ แนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการให้คำแนะนำผู้ป่วยและการจัดบริการผู้ป่วยโควิด-19 แบบ Home Isolation ฉบับปรับปรุง วันที่ 4 มกราคม 2565 หรืออ้างอิงตามประกาศฉบับล่าสุด
  • เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนดโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
Tags:

Related Products

We use cookies to enhance your visit to our site and to bring you advertisements that might interest you. Read our Privacy Policy to learn how to manage cookies on this site.

Accept