เคยคิดกันไหมว่า ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่เราทำคืออะไร ? 

เพราะแอดเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ มักจะหยิบมือถือเป็นอันดับแรก ยิ่งช่วง work from home มนุษย์เงินเดือนแบบเรา ตื่นนอนมาก็คือจดจ่ออยู่หน้าอีเมลตั้งแต่ยังไม่ล้างหน้าแปรงฟัน หรือบางคนสายเสพข่าวก็จะอัปเดตข่าวสารใน Twitter เลื่อนหน้า Facebook Feeds หรือที่หนักกว่านั้นคือสายโพสต์ แบบว่าตื่นนอนก็โพสต์ กินข้าวก็โพสต์ ทำอะไรก็ต้องลง Story IG Facebook ให้เพื่อน ๆ ในโซเชียลได้ดูกัน ซึ่งนิสัยเหล่านี้นี่แหละจะทำให้เราเคยชินจนไม่รู้ตัว และถ้าปล่อยไปนาน ๆ อาจจะเข้าสู่ภาวะ Socialism เลยก็ได้นะ ใครที่คิดว่าตัวเองกำลังติดโซเชียลเกินเบอร์มากองรวมกันตรงนี้เลย เพราะวันนี้แอดมีวิธีเยียวยาให้เราได้อยู่ในโลกออฟไลน์กันบ้าง กับการทำ Social Detox ว่าแต่จะเป็นอย่างไร และต้องทำอะไรบ้าง ตามมาดูกัน

Social Detox คืออะไร ?

โรค Text-Neck Syndrome เกิดขึ้นได้อย่างไร
เคยไหม ? วันไหนไม่ได้อัพรูป หรือ Status ลงใน Social Media แล้วจะรู้สึกหงุดหงิด ถ้าใช่แสดงว่าคุณอาจจะต้องบำบัดกันหน่อย ซึ่งทุกคนคงพอรู้ว่า Detox คือการเอาสารพิษออกจากร่างกาย เพื่อให้สุขภาพของเรานั้นดีขึ้น ส่วนการทำ Social Detox นั้นก็คือ การบำบัดอาการเสพติดการใช้โซเชียลมีเดียที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ จนเกิดความทุกข์ ความเครียด ลามมาถึงร่างกายและการใช้ชีวิตประจำวัน จึงทำให้เราต้องบำบัดอาการเหล่านี้ เพื่อให้สภาพจิตใจกลับมาสดใส สดชื่นขึ้น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการพาตัวเองออกห่างจากมือถือและโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อเป็นการพักใจ พักสมอง และเรียกความเป็นตัวเองกลับมา เหมือนกับเป็นการล้างสารพิษในร่างกายออกไปนั่นเอง
โรค Text-Neck Syndrome เกิดขึ้นได้อย่างไร

อาการแบบนี้ที่ต้อง Social Detox

พฤติกรรมแบบไหนที่เสี่ยงเป็น โรค Text-Neck Syndrome

เพราะความที่เราหมกมุ่นอยู่แต่โลกของโซเชียล นั่นหมายถึงวัน ๆ นึงของเราเสียไปกับการก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ ทั้งรับข่าวสาร ทำงาน และติดตามเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งส่งผลเสียทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนี้

 

  • ปวดเมื่อยฝ่ามือ คอ ไหล่ หากใครเริ่มมีอาการปวดจุดดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณว่าควรหยุดเลยมือถือได้แล้ว 
  • ปวดตา แสบตา แสงบนหน้าจอแสดงผลของมือถือจะมีแสงสีฟ้าปนออกมาด้วย ซึ่งแสงสีฟ้าคือส่วนสำคัญที่จะทำลายจอประสาทตาให้เสื่อมสภาพลง และยังทำให้ตาของเราแห้งจากการเพ่งมองหน้าจอเป็นเวลานานอีกด้วย 
  • ความกระวนกระวายใจเมื่อไม่ได้เล่นโซเชียล  เช่น เครือข่ายล่ม แบตหมด ติดงาน ทำให้เรามีความหงุดหงิดมากกก ในใจนี่แบบอยากจะเข้าไปไถ ๆ สัก 2-3 นาทีก็ยังดี ใครที่เริ่มมีอาการนี้พูดเลยว่า คุณกำลังเริ่มเสพติด Social Media เข้าแล้ว
  • ความไม่มั่นใจในตัวเองและเปรียบเทียบชีวิตกับคนอื่น คนส่วนใหญ่มักจะใช้โซเชียลมีเดียในการแชร์โพสต์ อัปเดตไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ของเราที่ใช้ชีวิตแบบกินหรูอยู่แพง ทำให้บางทีเราอาจนอยด์ขึ้นมาเองว่าทำไมชีวิตเราไม่เป็นอย่างนั้นบ้าง และเริ่มขาดความมั่นใจเพราะเอาชีวิตตนเองไปเปรียบเทียบกับภาพที่เห็นในสังคมออนไลน์ หรือบางคนอาจจะเสพติดยอดไลก์ และสูญเสียความมั่นใจเมื่อยอดไลก์ลดน้อยลง
พฤติกรรมแบบไหนที่เสี่ยงเป็น โรค Text-Neck Syndrome

ใกล้กันให้มากขึ้นด้วย Social Detox

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อป้องกัน Text-Neck Syndrome

เลิกสนใจคนในโซเชียลและเอาใจใส่คนในชีวิตจริงกันเถอะ ! พูดง่าย ๆ ก็คือพยายามทำให้มือถือมีความสำคัญกับเราน้อยที่สุด ไม่ใช่แม่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ยังเลือกที่จะไถโซเชียล แบบนี้ไม่ดีแน่ ลองมาดูวิธี Social Detox แบบง่าย ๆ ด้วยตัวเองตามนี้ รับรองว่า ลด ละ เลิก ได้แน่นอน

 

  • ปิด Notification ต่าง ๆ วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำ Social Detox คือการปิดการแจ้งเตือนที่หน้าจอของแอปต่าง ๆ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย ซึ่งนั่นจะทำให้ถูกรบเร้าความสนใจได้น้อยลง อาจจะตั้งให้เป็นเพียงตัวเลขบนแอปเท่านั้นก็พอแล้ว
  • หากิจกรรมออฟไลน์ทำ เมื่อเราหยุดเล่น Social Media แล้ว เราย่อมมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น ควรหากิจกรรมที่ชอบทำแทน เช่น อ่านหนังสือ ดูซีรี่ส์ ฟังเพลง ทำอาหาร ปลูกต้นไม้ 
  • งดหรือกำหนดเวลาในการเล่นโซเชียล สำหรับสายโหด พูดเลยว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือ การลบแอปโซเชียลออกไปให้หมด เหลือไว้แต่แอปสำหรับทำงานเท่านั้น  แต่ส่วนน้อยที่จะทำแบบนี้ได้ เพราะในชีวิตประจำวันเรายังต้องติดต่อสื่อสารกับคนภายนอกและยังต้องรับรู้ข่าวสารอยู่ เพียงแค่เราอาจจะจำกัดเวลาการเล่น หรือแค่ลดการใช้โทรศัพท์เท่านั้นเอง เช่น การอัพรูปหรือโพสต์ข้อความ การเสพสื่อข่าวสารต่าง ๆ อาจจะจำกัดเวลาเล่น เช่น วันนี้แพลนไว้ว่าจะเล่นแค่ 2 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อป้องกัน Text-Neck Syndrome

ติด Social Media มากไป  ไม่ใช่เรื่องดี

เพราะโซเชียลทำให้การเข้าถึงกันและกันง่ายขึ้น ทำให้คนที่อยู่ไกลก็เหมือนอยู่ใกล้กันแค่หน้าปากซอย หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กี่นาทีที่แล้ว กลายมาเป็นข่าวติดเทรนด์ในโซเชียลให้เราได้อัปเดตแบบทันท่วงที ทำให้บางคนกลัวพลาดกระแสหรือเรื่องราวสำคัญ ต้องคอยเช็กมือถือ หรือตั้งแจ้งเตือนตลอดเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนั้นใครที่มีอาการต่อไปนี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด่วน ๆ

 

  • รู้สึกเครียด จิตตก กับการเสพข้อมูลข่าวสาร หรือคอมเมนต์ต่าง ๆ มากเกินไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องของเรา
  • รู้สึกว่าคุณค่าของตัวเองลดลงเมื่อไม่ได้รับการยอมรับในสังคมออนไลน์
  • เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับคนในโซเชียล เพราะตามติดชีวิตคนอื่นมากเกินไป
  • ทุกวันต้องโพสต์ข้อความ ถ่ายรูป อัพรูปลงโซเชียล
  • เสพติดโซเชียลขนาดหนัก เล่น Facebook Twitter หรือ IG ได้ทั้งวัน  รู้สึกกระวนกระวาย หงุดหงิด เมื่อไม่ได้เล่นโซเชียล  
 

โรคร้ายอาจถามหา  ถ้าติด social มากไป

เพราะอาการติดจอหรือเสพติดโซเชียลที่มากเกินพอดี อาจเป็นการทำร้ายสุขภาพกายและสุขภาพใจของเราได้ในระยะยาว ดังนี้

 

  • โรควุ้นในตาเสื่อม บางคนอาจจะต้องทำงานติดจอคอมพิวเตอร์ทุกวัน วันละหลาย ๆ ชั่วโมง หรือจ้องมือถือบ่อยแบบไม่วางตา ทั้งการเล่นโซเชียล  หรือเล่นเกม พฤติกรรมเหล่านี้หากทำติดต่อกันนานเกินไปอาจทำให้เกิด "โรควุ้นในตาเสื่อม" ได้  เพราะในหน้าจอของอุปกรณ์เหล่านี้จะมีแสงสีฟ้าชนิดหนึ่งซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตาของเรา โดยเจ้าแสงสีฟ้านี้จะตรงเข้าทำลายดวงตาของเราจากภายใน ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของน้ำวุ้นในตา ทำให้เกิดโรควุ้นในตาเสื่อมนั่นเอง อาการสำคัญคือเวลามองจะเห็นภาพเป็นคราบดำๆ คล้ายหยากไย่ ซึ่งใครเริ่มมีอาการเหล่านี้ จะทำให้เกิดอาการปวดตาและมีปัญหาด้านสายตาในที่สุด
  • Text - Neck Syndrome เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร อย่างโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ด้วยท่าทางที่ผิด และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม จึงเกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย อาการเริ่มแรกส่วนใหญ่จะพบกับอาการ ปวดต้นคอ ไหล่ห่อ คอตก และปวดหลัง หรือรุนแรงกว่านั้น จะเริ่มมีความเสื่อมของแนวกระดูก หรือหมอนรองกระดูกคอ ซึ่งก่อให้เกิดการกดทับของไขสันหลังหรือรากประสาทบริเวณคอ ส่งผลให้เกิดอาการชา มือและแขนอ่อนแรง ซึ่งหากใครเริ่มมีอาการดังกล่าว แสดงว่าคุณเสี่ยงเป็นโรคText- Neck Syndrome หนึ่งในโรคสุดฮิตของยุคสังคมก้มหน้าแล้วนะ

การติดตามข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียไม่ใช่เรื่องแย่ เพียงแค่เราต้องวางแผนและควบคุมการเล่นโซเชียลให้ได้ พร้อมให้ความสำคัญกับคนรอบตัวไปพร้อม ๆ กัน เพียงเท่านี้ก็ปลอดภัยจากอาการติดโซเชียล ที่อาจทำร้ายทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจแน่นอน และไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเกิดใน Gen ไหนก็ตาม จะติดแชทติดจอขนาดไหน ก็อย่าลืมมองหาตัวช่วยในการดำเนินชีวิตไว้ด้วยนะ เพราะเราทุกคนรู้ดีว่าสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ เพิ่มความอุ่นใจที่เหมาะสำหรับทุกเจเนเรชัน ด้วยแผนความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุม คุ้มครองทั้งโรคระบาด  โรคร้ายแรง โรคทั่วไป โรคโควิด 19 การแพ้วัคซีนโควิด 19 และอุบัติเหตุ เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง หากเจ็บป่วยขึ้นมา ก็สามารถเข้าพักรักษาในโรงพยาบาลชั้นนำได้ เลือกวงเงินความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 200,000 – 100,000,000 บาท ต้องการแบบไหนก็เลือกได้  ดูแลสุขภาพยาว ๆ สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11 – 80 ปี จนถึงอายุ 99 ปี* เลือกประกันสุขภาพแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการได้

คลิกเลย หรือ โทร.1766

*สำหรับความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ และ ดีเฮลท์ 

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ใหม่เท่านั้น
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • ความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติมเนื่องจากผลกระทบหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิค 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด รับความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 11 พ.ค.- 31 ธ.ค 2564
  • การปรับลดระยะเวลารอคอย (Waiting Period) เหลือ 14 วัน สำหรับการติดเชื้อโรคโควิด 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเริ่มตั้งแต่ 28 พ.ค. - 31 ธ.ค. 2564
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย 

 

 

ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 25/06/64 

trueid (ข้อมูล ณ วันที่ 30/03/63)

 

beartai (ข้อมูล ณ วันที่ 28/02/63)

 

smethailandclub (ข้อมูล ณ วันที่ 31/05/62) 

 

it24hrs (ข้อมูล ณ วันที่ 03/08/63) 

 

 

thaihealth (ข้อมูล ณ วันที่ 18/02/62)

Tags:

Related Products

Health Insurance

D Health

Get it easily and be covered to the max!

Good and simple with lump sum coverage of up to 5 MB* This comes with few conditions but high coverage

Health Insurance

Elite Health

Comprehensive health coverage

For all health needs, with sum insured up to 20-100 MB/year and affordable premium. Critical illnesses and overseas treatments(2) are covered.

Health Insurance

D Kids Campaign

D Kids for Your Kids/ D Kids, the Start of Care

Because childhood is the start of crucial development, provide your children with health coverage from the beginning for your peace of mind in time of their sickness.

Health Insurance

Mao Chai Extra Campaign

Inclusive care regardless of welfare

Get coverage from the first Baht, with affordable premium, medical coverage up to 500,000 Baht (1) , and a room fee of 4,000 Baht a day (2).

We use cookies to enhance your visit to our site and to bring you advertisements that might interest you. Read our Privacy Policy to learn how to manage cookies on this site.

Accept