จ่ายภาษีทีไรน้ำตาจะไหลทุกปี ไม่ใช่แค่มนุษย์เงินเดือนหรือผู้ที่มีรายได้เท่านั้นนะที่รู้สึกแบบนี้ ฟรีแลนซ์ก็มีหัวใจนะคุณณณ เพราะต้องเสียภาษีเหมือนกัน แม้จะมีรายได้เกิดขึ้นเป็นครั้งเป็นคราว ไม่ได้มีรายได้ประจำ แต่ถ้ารายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ยังไงก็ต้องจ่ายนะจ๊ะ

 

สำหรับชาวฟรีแลนซ์อาจมีข้อสงสัยที่อยากรู้หลายเรื่อง เช่น ฟรีแลนซ์ต้องยื่นภาษีหรือไม่ เพราะไม่มีรายได้ประจำ จะคำนวณภาษีอย่างไร แล้วเวลาที่รับเงินจากผู้ว่าจ้าง โดนหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว ยังต้องเสียภาษีอยู่อีกหรือไม่ และเราสามารถลดหย่อนภาษีแบบไหนได้บ้าง วันนี้แอดจะพาไปไขคำตอบกัน

ต้องรู้รายได้ทั้งหมดของตัวเอง

ต้องรู้รายได้ทั้งหมดของตัวเอง

อันดับแรกความระลึกชาติต้องมาาาา เพราะสายฟรีแลนซ์ จะไม่มีบริษัทหรือนายจ้างที่จะมาบริหารจัดการเงินให้ ดังนั้นต้องดูแลตัวเอง ตั้งสติ คอยจดบันทึกไว้อย่างละเอียด ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าในปีที่ผ่านมา ตัวเองได้เงินมาจากที่ใดบ้างและแต่ละที่ได้จำนวนเท่าไร โดยตามกฎหมายผู้ที่มีเงินได้เกิน 10,000 บาทต่อเดือน หรือ 60,000 บาทต่อปี จำเป็นต้องยื่นภาษีทุกคน ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่จะหักภาษี ณ ที่จ่ายทันที  ซึ่งการคำนวณภาษีของชาวฟรีแลนซ์มี 2 รูปแบบ คือ

 

  • ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของเงินที่จ่ายทุกครั้ง
  • คำนวณภาษีจากรายได้สะสมที่ได้รับจากผู้ว่าจ้าง คือการคำนวณเงินได้สุทธิว่าอยู่ในลำดับขั้นใด แล้วคำนวณภาษีที่ต้องจ่าย หากมากกว่า 3% ที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว ฟรีแลนซ์จะต้องจ่ายภาษีเพิ่ม หรือถ้าน้อยกว่าก็สามารถขอคืนภาษีได้

 

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับชีวิตที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายของฟรีแลนซ์อีกทีคือแม้ว่าจะถูกหักหรือไม่ถูกหักภาษีก็ตาม ควรจะนำรายได้มายื่นภาษีให้ถูกต้องถ้าถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย สิ่งที่ต้องทำ คือ เก็บหลักฐานการหักภาษี (หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย) ทำบัญชีรายได้ (เพื่อสำหรับตรวจสอบและยื่นภาษี) และเตรียมตัวยื่นภาษีตอนปลายปี

ต้องรู้รายได้ทั้งหมดของตัวเอง

50 ทวิ ใบสำคัญสำหรับฟรีแลนซ์

50 ทวิ ใบสำคัญสำหรับฟรีแลนซ์

เฮโล่ววววว 50 ทวิ คืออะไร ? ฟรีแลนซ์มือใหม่อย่าเพิ่งงงเป็นไก่ตาแตก เพราะ ใบ 50 ทวิหรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำคัญกับเรามากนะ ใบ 50 ทวิเป็นเอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์จะต้องขอจากผู้ว่าจ้างเอง หากผู้ว่าจ้างหักภาษีเราต้องตามเอกสารนี้ด้วย เช่น กรณีที่เรารับทำงานฟรีแลนซ์ ผู้ว่าจ้างอาจจะขอหักภาษี ณ ที่จ่ายทันทีหลังจากจ่ายเงิน เช่น ค่าจ้าง 1,000 บาท หัก 3% หมายความว่าเราจะมีเงินเหลือเข้ากระเป๋า 970 บาท หักเป็นเงินภาษี 30 บาท

ซึ่งการหักภาษี ณ ที่จ่ายนั้น ไม่ได้แปลว่าเราจ่ายภาษีไปแล้ว แต่การที่เราถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่ายไว้นั้นหมายความว่ารายได้ของเราที่ได้รับมานี้ กรมสรรพากรได้รับทราบเป็นที่เรียบร้อย และเรามีหน้าที่ต้องนำมายื่นภาษีง่าย ๆ แค่เก็บเอกสาร 50 ทวิทุกฉบับ ที่ได้รับจากผู้ว่าจ้างทุกรายไว้เพื่อใช้ประกอบการยื่นภาษีและสามารถนำ 3% ที่ถูกหักไปยื่นขอภาษีคืนได้ (ในกรณีที่เงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท)

ดังนั้น ย้ำอีกรอบว่าฟรีแลนซ์ห้ามลืมขอใบ 50 ทวิ เด็ดขาด รักษาสิทธิตัวเองให้ดี ต้องเก็บให้ดีทุกฉบับ อย่าให้ตกหล่น !! เพราะอาจจะโดนภาษีย้อนหลังสาหัส

50 ทวิ ใบสำคัญสำหรับฟรีแลนซ์

พนักงานประจำ รับฝิ่น  ก็ต้องยื่นภาษีนะ รู้ยัง !

พนักงานประจำ รับฝิ่น  ก็ต้องยื่นภาษีนะ รู้ยัง !

อย่าคิดว่ารับงานนอกมา แล้วไม่มีใครรู้ !! เพราะพนักงานออฟฟิศบางคนก็แอบเป็นฟรีแลนซ์แบบลับ ๆ รับงานเวลาว่าง ก็คือยังทำงานประจำแหละ แต่ด้วยเศรษฐกิจยุคนี้ ทำให้ต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นเมื่อมีรายได้เพิ่มแล้ว จำเป็นต้องแจ้งรายได้กับกรมสรรพากรด้วยนะ เพราะทางสรรพากรสามารถตรวจสอบได้ และถ้าเราปกปิดมุบมิบ แต่สุดท้ายโดนตรวจสอบย้อนหลังขึ้นมา พูดเลยว่าเดินเซยิ่งกว่าคนถูกเทแน่นอน 

 

ตัวอย่างเช่น งานเสริมขายของออนไลน์แล้วเกิดรายได้ ก็ถือว่าเป็นผู้มีรายได้อีกรูปแบบหนึ่ง ตอนยื่นภาษีเราจึงต้องยื่นภาษีตามรายได้แต่ละประเภทด้วยนะ เพราะไม่ว่าจะเงินเดือน หรือรายได้จากอาชีพเสริม ก็ต้องยื่นภาษีของแต่ละรายได้ให้ครบถ้วน แต่ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการยื่นภาษีไม่ได้หมายความว่าจะต้องเสียภาษีเสมอไป นี่จึงเป็นอีกจุดที่คนขายของออนไลน์มักไม่เข้าใจ และทำพลาดอยู่เสมอ จริง ๆ แล้วส่วนที่ควรกังวลคือเรื่องเบี้ยปรับที่จะตามมามากกว่าการกลัวว่าต้องเสียภาษี เพราะหากตรวจสอบเจอเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ธุรกิจล้มทั้งยืนก็เป็นได้

พนักงานประจำ รับฝิ่น  ก็ต้องยื่นภาษีนะ รู้ยัง !

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เอาล่ะ ! เมื่อรู้ว่ารายได้เรามีเท่าไหร่แล้ว ต่อไปก็คือการคำนวณภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา ซึ่งกรมสรรพากรได้กำหนดเกณฑ์อัตราภาษีตามขั้นเงินได้สุทธิ ต่อปีไว้ว่าหากเงินได้สุทธิ 0-150,000 บาทต่อปี กลุ่มนี้จะได้รับการยกเว้นภาษี และจะเริ่มต้นจ่ายภาษีที่ 5% ในขั้นของเงินได้สุทธิ 150,001-300,000 บาทต่อปี และเกณฑ์อัตราภาษีสูงสุดอยู่ที่ 35% ซึ่งกลุ่มนี้จะมีเงินได้สุทธิตั้งแต่ 5,000,001 บาทขึ้นไปต่อปี ดูได้จากตารางที่แอดทำไว้เลย ทั้งนี้ สำหรับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบบฟอร์ม ภ.ง.ด.90 สามารถ ทำได้ 3 รูปแบบ คือ

  • ยื่นแบบฟอร์มด้วยตัวเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา
  • ยื่นที่ทำการไปรษณีย์ แต่รูปแบบนี้มีเงื่อนไขว่าต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพ เท่านั้น
  • ยื่นออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร หากมีภาษีที่ต้องชำระ สามารถชำระด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิตก็ได้
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง

ลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง

เมื่อคำนวณรายได้สุทธิและได้ฐานภาษีแล้ว ก็พอทราบตัวเองแล้วว่ามีจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียเท่าไหร่ หากยังมียอดที่ต้องเสียภาษีสูงอยู่ก็ต้องหาวิธีเพื่อลดหย่อนภาษี แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มวางแผนภาษีสำหรับฟรีแลนซ์อย่างไร สามารถทำได้ด้วยวิธีเหล่านี้

  • ลดหย่อนส่วนตัว/ครอบครัว ค่าลดหย่อนส่วนตัว สูงสุด 60,000 บาท ลดหย่อนพ่อแม่ (คนละ) 30,000 บาท โดยพ่อแม่ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท
  • ลดหย่อนอสังหาริมทรัพย์ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่ เกิน 100,000 บาท เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการมีที่อยู่อาศัย
  • ลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ วิธียอดฮิตที่ทั้งพนักงานออฟฟิศรวมถึงฟรีแลนซ์มักเลือกใช้ เพราะนอกจากจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้วยังไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลหากเจ็บป่วยด้วย

  ประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้สูงสุด  25,000 บาท (เมื่อรวมกับประกันชีวิตทั่วไปจะต้องไม่เกิน 100,000 บาท) ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่ายา ค่าหมอ และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ต่าง ๆ ทางประกันสุขภาพจะช่วยดูแลในส่วนนี้ สำหรับฟรีแลนซ์ที่ไม่มีรายได้ประจำ เบิกบริษัทไม่ได้ แอดแนะนำให้ทำไว้เลย

  ประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาทประกันที่ให้ความคุ้มครองหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับเรา โดยบริษัทจะจ่ายเงินตามทุนประกันที่ทำไว้แก่ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ เช่น สามีภรรยา บุคคลในครอบครัว เป็นต้น ซึ่งประกันชีวิตที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ, ประกันชีวิตแบบ Unit-Linked, ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term) เป็นต้น

  • ลดหย่อนภาษีด้วยการลงทุน  ช่วยเรื่องออมเงินและลดหย่อนภาษีได้แล้ว แต่ต้องดูเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ปลีกย่อยของกองทุน เพราะแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน จึงต้องทำการศึกษารายละเอียดการลงทุนให้มั่นใจก่อนว่าเหมาะสมกับสภาพทางการเงินของเราหรือไม่
  • ลดหย่อนภาษีด้วยการบริจาคเงิน การบริจาคเงินเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยลดหย่อนจัดการภาษีของฟรีแลนซ์ เช่น  เงินบริจาคพรรคการเมือง เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม และโรงพยาบาลรัฐ และเงินบริจาคทั่วไป
ลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง

เตรียมพร้อมวางแผนยื่นภาษีกันตั้งแต่วันนี้ ด้วยโครงการเมืองไทย 101 พลัส การันตีเงินต้นไม่สูญหาย เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่มากกว่าจ่ายเบี้ยครั้งเดียว คุ้มครองชีวิต 10 ปี สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน - 70 ปี และสำหรับฟรีแลนซ์ที่ทำงานหนักต้องเตรียมพร้อมไว้ด้วยนะเพราะหากเจ็บป่วยขึ้นมา เราอาจจะต้องใช้เงินเก็บมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลก้อนโต แอดแนะนำว่ามีความคุ้มครองสุขภาพไว้อุ่นใจกว่า และยังช่วยลดหย่อนภาษีได้ด้วย หรือมองหาความคุ้มครองสุขภาพแบบเหมาจ่าย ที่ให้มากกว่าความคุ้มครองด้วยแผนที่เลือกได้ตามความต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท คุ้มครองทั้งโรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป โรคเก่าที่วนมาเกิดซ้ำได้ หรือโรคอุบัติใหม่ ก็มั่นใจได้ ครอบคลุมเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย รวมถึงอายุรับประกันสูงสุด 80 ปี ดูแลต่อเนื่องยาว ๆ สูงสุดถึง 99 ปี ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี 

 

Step ahead, Step ไปกับเมืองไทยประกันชีวิต ฝากสุขภาพของคุณให้กับคนที่พร้อมพัฒนาเพื่อคุณ

 

📌 คลิก หรือ โทร.1766

 

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ใหม่เท่านั้น
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • ความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติมเนื่องจากผลกระทบหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิค 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด รับความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 11 พ.ค.- 31 ธ.ค 2564
  • การปรับลดระยะเวลารอคอย (Waiting Period) เหลือ 14 วัน สำหรับการติดเชื้อโรคโควิด 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเริ่มตั้งแต่ 28 พ.ค. - 31 ธ.ค.2564
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 11/10/64

 

🔖 bangkokbiznews (ข้อมูล ณ วันที่ 15/03/64)

 

🔖 kapook (ข้อมูล ณ วันที่ 22/09/64)

 

🔖 bangkokbiznews (ข้อมูล ณ วันที่ 13/01/63)

 

🔖 itax (ข้อมูล ณ วันที่ 21/02/62)

 

🔖 taxbugnoms

 

🔖 bolttech

 

🔖 krungsri

Tags:

Related Products

Health Insurance

D Health

Get it easily and be covered to the max!

Good and simple with lump sum coverage of up to 5 MB* This comes with few conditions but high coverage

Health Insurance

Elite Health

Comprehensive health coverage

For all health needs, with sum insured up to 20-100 MB/year and affordable premium. Critical illnesses and overseas treatments(2) are covered.

Health Insurance

Mao Chai Extra Campaign

Inclusive care regardless of welfare

Get coverage from the first Baht, with affordable premium, medical coverage up to 500,000 Baht (1) , and a room fee of 4,000 Baht a day (2).

We use cookies to enhance your visit to our site and to bring you advertisements that might interest you. Read our Privacy Policy to learn how to manage cookies on this site.

Accept