ปัจจุบันนี้หลายคนหันมาทำงานเป็นฟรีแลนซ์กันมากขึ้น เพราะมีอิสระทางด้านเวลาและมีความยืดหยุ่นในการทำงานมากกว่าพนักงานประจำ แต่ความอิสระนั้น ก็ต้องมีการวางแผนที่ดีด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องของรายได้ที่เข้ามาทีละเป็นเงินก้อนและไม่ได้คงที่เหมือนกับมนุษย์เงินเดือน หากจัดการไม่ดีมีหัวหมุน ตอนปลายปีแน่นอน ฟรีแลนซ์ต้องวางแผนเรื่องภาษียังไงให้รอด ไปดูเคล็ดลับเรื่องภาษีที่ฟรีแลนซ์ต้องรู้กันได้เลย

วางแผนภาษีง่าย ๆ สไตล์ฟรีแลนซ์

วางแผนภาษีง่าย ๆ สไตล์ฟรีแลนซ์

รายได้ของฟรีแลนซ์ไม่คงที่ เราจึงต้องมีเคล็ดลับเพื่อวางแผนจัดการภาษีง่ายๆ ด้วย 5 เคล็ดลับเรื่องภาษีที่เหล่าฟรีแลนซ์ต้องทำ เพื่อจะได้วางแผนการเงินและช่วยประหยัด ภาษีได้ด้วยตัวเอง


  • รู้ประเภทเงินได้ของตัวเอง : งานแต่ละแบบจะมีประเภทของรายได้แตกต่างกันออกไป ทำให้การคำนวณภาษีต่างกันไปด้วย โดยส่วนใหญ่ประเภทเงินได้ของฟรีแลนซ์จะจ่าย เป็นเงินได้ประเภท 40(2) ซึ่งสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  • จดบันทึกข้อมูลรายได้ เก็บเอกสารให้ครบ : เมื่อได้รับค่าจ้างในแต่ละครั้ง เราควรจด บันทึกข้อมูลของรายได้ จำนวนเงินที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย และต้องเก็บเอกสาร 50 ทวิ ทุกฉบับที่ได้รับจากผู้ว่าจ้างทุกรายเพื่อใช้ประกอบการยื่นภาษี
  • คำนวณสถานะเงินได้สุทธิทุกเดือน : เพื่อดูว่าเงินได้ของเราเมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่า ลดหย่อนภาษีขั้นพื้นฐานแล้วจะมีเงินได้สุทธิเท่าไหร่ เราจะได้รู้สถานะทางการเงินและ วางแผนการเงินได้ถูก
  • ตั้งนิติบุคคลเมื่อธุรกิจไปได้ดี : หากเรามีรายได้เยอะและสิทธิลดหย่อนภาษีจนถึงเพดาน สูงสุดแล้ว อาจจะตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อขยายกิจการ และยังสามารถนำค่าใช้จ่ายต่างๆ มา ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของนิติบุคคลได้อีกด้วย
  • วางแผนลดหย่อนภาษี : เมื่อเรารู้เงินได้สุทธิแล้ว ควรจัดสรรเงินไปออมและลงทุนในทาง เลือกต่างๆ ที่เรายอมรับความเสี่ยงได้ เพื่อนำไปใช้ลดหย่อนภาษีตอนปลายปี เช่น กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือซื้อประกันชีวิตและออมทรัพย์ ลดหย่อนได้สูง สุด 100,000 บาท ประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท ประกันชีวิตแบบ บำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท เป็นต้น
วางแผนภาษีง่าย ๆ สไตล์ฟรีแลนซ์

3 ขั้นตอน ทำบัญชีรายได้

3 ขั้นตอน ทำบัญชีรายได้

จะเห็นได้ว่าการทำบัญชีรายได้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ไม่ใช่เฉพาะฟรีแลนซ์เท่านั้น แต่ พนักงานออฟฟิศทั่วไปก็ควรทำด้วยเช่นกัน ยิ่งใครที่ทำทั้งงานประจำมีรายได้คงที่ทุก เดือน และมีทำงานเสริมจนมีรายได้คนละประเภทขึ้นมา การทำบัญชีจึงช่วยให้เรารู้ที่มา ของรายได้หลักและรายได้เสริมในแต่ละเดือน ทำให้เราวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น โดย วิธีการจัดทำบัญชีไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่ 3 ขั้นตอนแค่นั้นเอง

 

  • แยกบัญชีธนาคาร : ควรแยกบัญชีสำหรับใช้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างแยกจากบัญชี สำหรับใช้จ่ายส่วนตัว ช่วยให้ง่ายต่อการตรวจสอบแหล่งที่มาของรายได้และการเก็บ รวบรวมเอกสารต่างๆ สำหรับการยื่นภาษี
  • ทำรายงานเงินสดรับ-จ่ายประจำวัน : ฟรีแลนซ์หรือคนที่ทำธุรกิจควรจัดทำรายรับ-จ่าย เสมอ โดยจดรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน เช่น วันเดือนปี ชื่อผู้ประกอบการ ชื่อสถาน ประกอบการ เลขประจำตัวประชาชน/ผู้เสียภาษี ยอดรายรับ-รายจ่าย เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติม : รายงานเงินสดรับ-จ่าย คู่มือภาษี จากกรมสรรพากร)
  • จดรายรับรายจ่ายจริง และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ถูกหักไว้ : เมื่อเราได้รายได้จากการทำงานเสริมแล้ว ควรเก็บเอกสารประกอบต่างๆ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี และต้องตรวจสอบเอกสารภาษีหัก ณ ที่จ่าย เก็บไว้เป็นหลักฐานสำหรับการยื่นภาษีประจำปีด้วยหากคำนวณภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปทั้งหมดสูงกว่าอัตราภาษีที่ต้องจ่ายจริง เราสามารถขอเงินส่วนต่างนั้นคืนได้ และหากภาษีหัก ณ ที่จ่ายน้อยกว่าอัตราภาษีที่คำนวณได้ ก็จะ ได้จ่ายเงินภาษีเพิ่มอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ทันเวลาและไม่เสียค่าปรับ
3 ขั้นตอน ทำบัญชีรายได้

อย่ารอให้สิ้นปีแล้วค่อยวางแผนลดหย่อนภาษี เราควรรีบวางแผนการเงินไว้แต่เนิ่นๆ ด้วยการเลือกซื้อประกันลดหย่อนภาษีที่มอบทั้งความคุ้มครองและคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ พนักงานออฟฟิศ หรืออาชีพไหน ซื้อประกันเอาไว้ยังไงก็คุ้มเพราะซื้อ 1 ได้ถึง 2 คุ้มครองพร้อมลดหย่อน เลือกแบบประกันที่ใช่ ตามไลฟ์สไตล์คุณได้เลย คลิก

 

  • สำหรับประกันสุขภาพ ซื้อความคุ้มครองให้ตัวเองใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท และเมื่อรวมเบี้ยประกันสุขภาพเข้ากับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปต้องไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา เราสามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี
  • สำหรับประกันบำนาญ หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนสำหรับประกันชีวิตแบบทั่วไป เราสามารถแบ่งเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญไปหักลดหย่อนแทนเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไปให้ครบ 100,000 บาท ก่อนได้ จากนั้นจึงนำเบี้ยประกันชีวิตส่วนที่เหลืออีก 200,000 บาท ไปหักลดหย่อนในเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา: สืบค้นเมื่อวันที่ 19/10/64


🔖 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

🔖 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์

ประกันสุขภาพที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน รายละเอียดน้อยแต่คุ้มครองเยอะ

ประกันสุขภาพดีๆ ที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เพราะเหมาจ่ายวงเงินเดียวสูงสุด 5 ล้านบาท* เงื่อนไขน้อยแต่คุ้มครองเยอะ

ประกันสุขภาพ

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า

สร้างสวัสดิการสุขภาพให้ตัวเองง่าย ๆ พร้อม แบ่งจ่ายรายเดือนได้

ไม่มีสวัสดิการก็ยังอุ่นใจตั้งแต่บาทแรก คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 500,000 บาทต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง* เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล พร้อมค่าห้องเพิ่มอีกวันละ 4 พันบาท*

แบบประกันออมทรัพย์

โครงการเมืองไทย 101 พลัส

โอกาสรับผลตอบแทนที่มากกว่า

สบายใจได้ แม้เศรษฐกิจจะผันผวน เพราะการันตีว่าเงินที่จ่ายไม่สูญหาย และยังได้รับเงินคืนระหว่างสัญญาแน่นอน

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ