เพราะ “อาหาร” คือปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต ผู้คนจึงใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และการเลือกทานแต่อาหารที่อร่อยถูกปากก็เป็นความสุขของสายกินทุกคน แต่ก็อาจลืมนึกถึงคุณค่าสารอาหาร และประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ เพราะอาหารบางอย่างนอกจากทำให้อิ่มอร่อยแล้ว ก็ไม่ได้มีประโยชน์ต่อร่างกายแต่กลับให้โทษแทน เมื่อทานบ่อยๆ เข้า ก็อาจเป็นบ่อนทำลายสุขภาพได้ ทั้ง ภาวะขาดสารอาหาร โรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือถึงขั้นเป็นมะเร็งได้ ดังนั้น การจะทานอาหารแต่ละอย่างก็ควรรู้ถึงประโชน์และโทษต่อร่างกายเพื่อลดความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคร้ายในอนาคต มาดูกันว่าอาหารที่เราควรงดหรือนานๆ ค่อยทาน นั้นมีอะไรบ้าง

1. หมูกระทะ อาหารปิ้งย่าง

1. หมูกระทะ อาหารปิ้งย่าง

เมนูสุดฮิตของสายปิ้งย่าง คิดอะไรไม่ออกคำตอบมักเป็นหมูกระทะ ซึ่งหมูกระทะหรืออาหารปิ้งย่างเมื่อทานเป็นประจำจะเสี่ยงต่อการได้รับสารอันตรายจากอาหารแปรรูป รวมไปถึงเนื้อแดง อาจทำให้ได้รับ สารไนโตรซามีน (nitrosamines) ทำให้เสี่ยงสารก่อมะเร็ง ทั้งมะเร็งตับ มะเร็งหลอดอาหาร และสารพีเอเอช ซึ่งสารนี้จะพบในอาหารที่ปิ้ง ย่าง หรือ รมควัน ของเนื้อสัตว์ที่มีไขมันติดอยู่ด้วย หากทานเป็นประจำจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ ที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้นๆ หากอยากทานจริงๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่างจนไหม้เกรียม และอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ

1. หมูกระทะ อาหารปิ้งย่าง

2. แฮมเบอร์เกอร์

2. แฮมเบอร์เกอร์

แฮมเบอร์เกอร์ อาหารฟาสต์ฟู้ดจานด่วนที่ทั้งอร่อย ทานง่าย ทำง่าย แต่ความง่ายๆ นั้นก็แฝงความอันตราย ซึ่งสิ่งที่ทำใหเแฮมเบอร์เกอร์จัดอยู่ในอาหารที่ทำลายสุขภาพนั้น เกิดจากระหว่างกระบวนการนำเนื้อมาปรุง ทำให้เนื้อเกิดเน่าเสียได้ จึงเกิดเชื้อแบคทีเรียขึ้น คนจึงนิยมใช้สารเคมีบางชนิดเข้ามาช่วยในการกำจัดเนื้อที่กำลังจะเน่าให้คงสภาพดังเดิม ซึ่งสารเคมีนี้ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร และอาจกลายเป็นโรคมะเร็งในอนาคตได้ อย่างไรก็ตามหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่บ่อยและไม่มากจนเกินไป ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงได้

2. แฮมเบอร์เกอร์

3. น้ำอัดลม

3. น้ำอัดลม

น้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตทั่วโลก หาซื้อง่าย รสชาติอร่อย ราคาถูก มีให้เลือกหลากหลาย หากพูดถึงความอันตรายหลายคนคงคุ้นชินมาบ้าง เพราะเราถูกสอนตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าดื่มมากๆ อาจทำให้กระดูกพรุน แต่ความจริงแล้วจะเป็นอย่างที่เคยโดนขู่หรือไม่มาหาคำตอบกัน

น้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีคุณค่าทางสารอาหาร แต่ให้พลังงานและความอิ่มแก่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ให้พลังงานมาก มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบสูง ทำให้ผู้ที่ชอบดื่มบ่อยๆ มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และยังมีกรดคาร์บอนิก ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ทำให้น้ำอัดลมมีฟองซ่า เมื่อเราดื่มบ่อยๆ จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร ฟันผุ และโรคกระดูกพรุน สำหรับเด็กที่ชอบดื่มน้ำอัดลมก็จะทำให้นอนไม่หลับตอนกลางคืนและง่วงนอนตอนกลางวัน

3. น้ำอัดลม

4. พิซซ่า

4. พิซซ่า

อีกหนึ่งอาหารฟาสต์ฟู้ดสุดฮิตแน่นอนต้องเป็นพิซซ่า ที่มีหลากหลายรสชาติให้เลือกตามใจชอบ แต่ขึ้นชื่อว่าฟาสต์ฟู้ดก็มักแฝงมากับอันตรายที่บางคนอาจคาดไม่ถึง เพราะพิซซ่ามีส่วนประกอบที่มาจากการ “ตัดแต่งพันธุกรรม ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ ได้แก่

  • เนยแท้ ในพิซซ่าหลายๆ แบรนด์ถูกตรวจสอบพบว่า มีเนยแท้เป็นส่วนประกอบเพียงแค่ 10% เท่านั้น
  • แป้ง เกิดจากการปรุงแต่งให้ความขาวหรือการฟอกสี ซึ่งจะส่งผลให้วิตามินที่มีประโยชน์ต่างๆ และเกลือแร่ออกไปด้วย จึงได้ทำการเติมเกลือแร่สังเคราะห์เข้าไปใหม่
  • ซอสมะเขือเทศ ซึ่งทำด้วยสารคล้ายมะเขือเทศ ทำให้สามารถสร้างสารคล้ายยาฆ่าแมลงขึ้นมาได้เอง เมื่อบริโภคเข้าสู่ร่างกาย
  • แป้งสาลี ส่วนมากแป้งสาลีที่นำมาทำพิซซ่าจะเป็นแป้งที่ถูกตัดแต่งทางด้านของพันธุ์กรรม
  • น้ำมันที่ใช้ประกอบในพิซซ่าจะเป็นน้ำมันฝ้าย โดยฝ้ายที่ว่านั้นไม่ได้จัดเป็นน้ำมันประเภทพืช จึงมีการผ่านสเปรย์ด้วยยาฆ่าแมลงในเมล็ดฝ้าย ซึ่งจะดูดซับสารพิษต่างๆ ไว้ หากรับประทานเป็นประจำ จะทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย ทำให้ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้
4. พิซซ่า

5. ขนมขบเคี้ยว

5. ขนมขบเคี้ยว

ขนมขบเคี้ยวเป็นของชอบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่แทบจะขาดไม่ได้ ซึ่งขนมขบเคี้ยวส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยแป้ง น้ำตาล น้ำมัน ผงชูรส ในส่วนของแป้งจะถูกขัดสีจนฟอกขาว มีน้ำตาลสูง มีกากใยอาหารน้อย เมื่อรับประทานบ่อยครั้งเป็นเวลานาน ก็จะสะสมร่างกายอยู่ในร่างกาย ก่อให้เกิดโรคตามมา เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

5. ขนมขบเคี้ยว

6. ปาท่องโก๋

6. ปาท่องโก๋

มื้อเช้าแสนอร่อยทั้งอิ่มท้องและราคาถูกต้องยกให้เมนูน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ ซึ่งความอันตรายของปาท่องโก๋นอกจากส่วนประกอบจะเป็นแป้งที่ทำให้เรามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นแล้ว ยังรวมไปถึงกระบวนการทอดด้วย โดยน้ำมันที่ใช้ทอดปาท่องโก๋นั้นหากทอดซ้ำไปซ้ำมาก็จะส่งผลเสียต่อผู้บริโภคได้แน่นอน ซึ่งน้ำมันทอดซ้ำจะมีสารอันตราย คือ สารโพลาร์ และ สารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบ โรคหัวใจวาย โรคความดันโลหิตสูง โรคอัมพฤกษ์ หรืออัมพาต เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งล้ำไส้ หรือมะเร็งกระเพาะอาหาร

6. ปาท่องโก๋

หลายคนอ่านแล้วอาจคิดว่าอาหารที่ทำลายสุขภาพเยอะขนาดนี้ไม่ต้องกินอะไรกันพอดี แต่ทุกอย่างนั้นต้องขึ้นอยู่กับความพอดี นานๆ ทีบริโภคก็พอจะช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่หากอยากเพิ่มความมั่นใจมากยิ่งขึ้นการมองหาประกันชีวิตและสุขภาพ ก็ตอบโจทย์สายกินได้ ด้วย สัญญาเพิ่มเติม ซีไอ เพอร์เฟค แคร์ ของเมืองไทยประกันชีวิต คุ้มครอง มากถึง 36 โรคร้าย เคลมได้หลายครั้ง หลายโรค หลายระยะอาการ แม้คุณจะเป็นสายกิน ก็ไม่ต้องกังวลยามเจ็บป่วย

 

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • เบี้ยประกันสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

ที่มา : RAMA CHANNEL, สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค และ กรมอนามัย

Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันชีวิตและโรคร้ายแรง

สัญญาเพิ่มเติม ซีไอ เพอร์เฟ็ค แคร์

ดูแลโรคร้ายต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

เบาใจเพราะเราดูแล 36 โรคร้ายแรงตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและดูแลต่อเนื่อง รับเพิ่มเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน หรือผ่าตัดขยายหลอดเลือดแดงหัวใจ

ประกันชีวิตและสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์

ความคุ้มครองสุขภาพแบบครบวงจร

ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพ ด้วยความคุ้มครองสูงตั้งแต่ 20-100 ล้านบาท/ปี ในราคาเบี้ยเข้าถึงง่าย คลอบคลุมโรคร้ายแรงและการไปรักษาต่างประเทศ(2)

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ