หลังจากที่ประเทศไทยประกาศบังคับ พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 มาตราที่ 123 ระบุไว้ว่า ผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี และสูงไม่เกิน 135 ซม. ต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือนั่งในที่พิเศษสำหรับเด็ก หรือ คาร์ซีท (Car seat) เพื่อป้องกันอันตรายหากเกิดอุบัติเหตุ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 2,000 บาท จึงทำให้คาร์ซีทถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ซึ่งวันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับคาร์ซีทให้มากขึ้นว่ามีความจำเป็นแค่ไหนสำหรับลูก ๆ หลาน ๆ ของคุณต่อการเดินทาง

คาร์ซีท ช่วยลด การเสียชีวิต 70%

คาร์ซีท ช่วยลด การเสียชีวิต 70%

คาร์ซีท (Car Seat) คือที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้อง และป้องกันเด็กจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เพราะที่นั่งและเข็มขัดนิรภัยปกติที่มีอยู่บนรถยนต์นั้น ไม่ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระของเด็ก คาร์ซีทจึงเหมาะสมที่จะช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ และป้องกันไม่ให้เด็กเสียชีวิตได้ 

โดยองค์การอนามัยโลก สนับสนุนการใช้ที่นั่งนิรภัย หรือคาร์ซีทในรถยนต์สำหรับเด็ก ซึ่งสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง 70% เลยทีเดียว

 

🔖 workpointtoday (ข้อมูล ณ วันที่ 11/05/65)

🔖 Thairath (ข้อมูล ณ วันที่ 11/05/65)

คาร์ซีท ช่วยลด การเสียชีวิต 70%

ประโยชน์ของคาร์ซีท

ประโยชน์ของคาร์ซีท

ประโยชน์ของการติดตั้งคาร์ซีทให้เด็ก นอกจากเพื่อความปลอดภัยแล้วจะมีอะไรบ้างมาดูกัน

 

  • เด็กปลอดภัยระหว่างเดินทาง คาร์ซีทช่วยเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ คาร์ซีทจะช่วยลดระดับความรุนแรงและลดการบาดเจ็บของเด็กได้
  • เพื่อสร้างวินัยให้เด็ก ให้ลูกรู้จักหน้าที่ว่าหากเวลาเดินทางที่นั่งของตัวเองคือคาร์ซีทและลูกจะปลอดภัยที่สุดเมื่อนั่งตรงนี้
  • สะดวกต่อการดูแลเด็กในรถ โดยเฉพาะแม่ ๆ ที่ต้องเลี้ยงลูกเอง หรือมีลูกมากกว่าสองคน การใช้คาร์ซีทนอกจากจะปลอดภัย ยังทำให้เกิดความเป็นระเบียบในการดูแลมากขึ้น
  • คาร์ซีทมีให้เลือกได้ตามช่วงอายุ การติดตั้งคาร์ซีทให้เหมาะกับช่วงอายุของเด็กถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้เด็กปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงทำให้เด็กนั่งหรือนอนได้สบายตัวตลอดการเดินทาง

🔖 babygiftretail

🔖 bangkokbiznews (ข้อมูล ณ วันที่ 09/05/65)

ประโยชน์ของคาร์ซีท

เลือกคาร์ซีท ให้เหมาะกับลูก

เลือกคาร์ซีท ให้เหมาะกับลูก

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูก นอกจากคุณภาพและราคาที่เหมาะสมแล้ว การเลือกคาร์ซีทที่ถูกต้องควรดูจาก อายุ น้ำหนัก ของลูกเป็นหลัก จากนั้นจึงเลือกประเภทคาร์ซีทที่เหมาะ ดังนี้

 

  • Rear–Facing Seat คาร์ซีทแบบกระเช้าหันหน้าเข้าหาเบาะ สำหรับทารกแรกเกิดถึง 2 ปี ป้องกันคอและกระดูกสันหลัง
  • Forward–Facing Seat คาร์ซีทหันหน้าออกจากเบาะ สำหรับเด็ก 2-11 ปี ข้อดีคือสามารถใช้ได้นาน
  • Combination Seat คาร์ซีทที่ใช้งานได้หลากหลาย สามารถเลือกหันด้านหน้าหรือหลังได้ สำหรับเด็ก 4-6 ปี
  • Booster Seat เบาะเสริมความสูง สำหรับเด็ก 4- 11 ปี ที่มีขนาดตัวเกินมาตรฐาน

🔖 workpointtoday (ข้อมูล ณ วันที่ 11/05/65)

 

 

  คราวนี้ก็ทราบกันดีแล้วว่าคาร์ซีทมีประโยชน์กับลูก ๆ มากแค่ไหน และคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเลือกซื้อคาร์ซีทได้ตามความเหมาะสมกับลูกของเราได้อย่างมั่นใจและที่สำคัญเมื่อมีคาร์ซีทแล้วก็ต้องอย่าลืมฝึกให้ลูกนั่งจนเป็นนิสัยเพื่อความปลอดภัยสูงสุดตลอดการเดินทางกันด้วย

เลือกคาร์ซีท ให้เหมาะกับลูก
Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพ

สัญญาเพิ่มเติม อีลิท เฮลท์ พลัส

ให้คุณเพิ่มความคุ้มครองได้ตามต้องการ ด้วยความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส จากเมืองไทยประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า

สร้างสวัสดิการสุขภาพให้ตัวเองง่าย ๆ พร้อม แบ่งจ่ายรายเดือนได้

ไม่มีสวัสดิการก็ยังอุ่นใจตั้งแต่บาทแรก คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 500,000 บาทต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง* เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล พร้อมค่าห้องเพิ่มอีกวันละ 4 พันบาท*

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ