มนุษย์เงินเดือนอย่างเรามักเลือกงานมาก่อนดูแลตัวเอง เน้นโหมงานหนักเพื่อเก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัว มากกว่าพักผ่อนหรือออกกำลังกาย เรื่องสุขภาพเอาไว้เป็นอย่างสุดท้าย ซึ่งพอเจอกับปัญหาความเจ็บป่วยแต่ละที หากใครไม่ได้ทำประกันชีวิตและสุขภาพเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ บิลค่ารักษาที่ออกมาก็ทำให้ร้อนๆ หนาวๆ ได้เหมือนกัน ในเมื่อสุขภาพเป็นเรื่องที่ต้องดูแล และวางแผนเตรียมพร้อมไว้ เมืองไทยประกันชีวิตจึงมีข้อมูลดีๆ มาแบ่งปัน มาดูกันว่า เรื่องสุขภาพแบบไหนที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ไว้ หากไม่อยากทำพลาด

ต้องวางแผนรับมือกับความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นทุกเมื่อ

ต้องวางแผนรับมือกับความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นทุกเมื่อ

ไลฟ์สไตล์ของมนุษย์เงินเดือนก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยสูง จึงต้องไม่ลืมที่จะแบ่งเวลาดูแลสุขภาพ พร้อมหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมวางแผนรับมือกับค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวด้วยอีกทาง อย่างการซื้อประกันชีวิตและสุขภาพเพื่อเตรียมพร้อมไว้ ก็จะช่วยเสริมความมั่นใจว่า เงินเก็บที่มีจะไม่ละลายหายไปกับความเจ็บป่วย พร้อมทั้งอย่าชะล่าใจว่า เรามีสวัสดิการของบริษัทรองรับไว้อยู่แล้วไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะบางโรคก็อาจเพิ่งแสดงอาการในช่วงวัยที่มากขึ้น หลังเราเกษียณอายุงาน หากไม่วางแผนสุขภาพเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เมื่อถึงเวลาต้องการ แม้แต่สวัสดิการที่มีก็อาจไม่เพียงพอต่อความคุ้มครองก็เป็นได้

ต้องวางแผนรับมือกับความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นทุกเมื่อ

สายปาร์ตี้ ดื่มหนักจัดเต็ม ต้องเว้นบ้าง

สายปาร์ตี้ ดื่มหนักจัดเต็ม ต้องเว้นบ้าง

ทำงานมาเหนื่อยๆ มนุษย์เงินเดือนสายตี้ก็อยากมีเวลาสังสรรค์กับเพื่อน แต่ไม่ควรเที่ยวหนักหรือดื่มหนักติดต่อกันทุกวัน เพราะนอกจากจะเพิ่มความเหนื่อยล้าสะสมให้ร่างกายแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายอย่าง โดยเฉพาะกับอวัยวะภายในอย่างตับ ที่จะถูกกระตุ้นให้มีไขมันสะสมจนเกิดการอักเสบจนเป็นพังผืด หากเกิดขึ้นในระยะยาวจะทำให้ตับแข็ง การทำงานของตับลดลง ตับวาย และนำไปสู่มะเร็งตับได้ในที่สุด กลายเป็นหมดเงินไปกับการปาร์ตี้ แล้วยังต้องเสียเงินให้กับอาการเจ็บป่วย และค่ารักษาพยาบาลมากมายอย่างเลี่ยงไม่ได้ด้วย มนุษย์เงินเดือนสายตี้คนไหนกำลังทำพลาด ละเลยสุขภาพเพราะเห็นแก่ความสนุกสนานอยู่ต้องระวัง เร่งปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต และหันมาดูแลร่างกายให้แข็งแรง เพื่อความสุขระยะยาวจะดีกว่า

ที่มา : โรงพยาบาลรามาธิบดี

สายปาร์ตี้ ดื่มหนักจัดเต็ม ต้องเว้นบ้าง

ปรับสมดุลการกิน ลดหวาน มัน เค็ม

ปรับสมดุลการกิน ลดหวาน มัน เค็ม

อาหารอร่อย รสจัด ทั้งหวาน มัน และเค็ม ที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราบริโภคเข้าไปอย่างเกินขนาดในแต่ละวัน ล้วนเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดโรคร้าย ที่เรียกว่า “NCDs” (Non-Communicable Diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อย่างโรคเบาหวาน กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคมะเร็ง โรคถุงลมโป่งพอง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนลงพุงในปัจจุบัน รวมทั้งยังถือเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทย ซึ่งมักแฝงตัวอยู่ในอาหารแปรรูป ขนม หรือเครื่องดื่มต่างๆ ในรูปแบบของน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพในระยะยาว มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายจึงควรหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ถูกต้อง ค่อยๆ ปรับปริมาณการปรุงให้พอดี รับประทานผักและผลไม้ แทนอาการจำพวกแป้งหรือไขมันให้มากขึ้น ที่สำคัญคือควรออกกำลังการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับร่างกาย แบ่งเวลาให้กับการพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพ จะได้ห่างไกลโรคภัย และไม่ต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลาให้กับความเจ็บป่วย

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ปรับสมดุลการกิน ลดหวาน มัน เค็ม

หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ

หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ

นอกจากความท้าทายเรื่องงานแล้ว ความเจ็บป่วยและเรื่องสุขภาพ ก็เป็นอีกความท้าทายของมนุษย์เงินเดือนเช่นกัน หากยังละเลยเรื่องสุขภาพอยู่แบบนี้ ก็มีแต่โรคจะรุมเร้าถามหา เพราะฉะนั้นจึงต้องรีบเสริมเกราะป้องกันให้กับร่างกาย ด้วยการปฏิวัติวิถีชีวิตเสียใหม่ ทำงานหนักแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองให้หนักยิ่งกว่า หันมาเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้ โดยอาจเริ่มจากการออกกำลังที่ใช้แรงน้อยๆ เช่น การแกว่งแขน เดินเร็ว วิ่งเหยาะ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสุขภาพที่ดีในระยะยาวเช่นกัน ช่วยให้หัวใจและปอดทำงานได้เต็มที่มากขึ้น ทั้งยังป้องกันโรคร้าย ลดไขมันส่วนเกินและน้ำหนักตัว เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย ทำให้ห่างไกลโรค และประหยัดค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วยไปได้อีกมากมาย

หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การดูแลตัวเองพร้อมวางแผนเรื่องสุขภาพเอาไว้แต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะอาชีพไหน หรือกับใครก็ยังคงมีความสำคัญ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน ที่คงไม่อยากให้เงินเก็บที่มีหมดไปกับการรักษาตัวจากความเจ็บป่วย เพราะเมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจ เราจึงขอแนะนำ โครงการ สุขภาพ Top Up ที่ช่วยให้มนุษย์เงินเดือนอุ่นใจ เพราะช่วยเพิ่มเติมสวัสดิการหรือประกันสุขภาพที่คุณมี จัดการค่ารักษาด้วยวงเงินสูงสุด 200,000 บาท(1) เลือก Top Up ค่าห้อง(2) สูงสุดถึงคืนละ 4,000 บาท(3) ได้ทั้งห้องเดี่ยวมาตรฐาน และห้องสูท VIP ครอบคลุมทั้ง ค่ารักษาโรคร้าย โรคทั่วไป โรคระบาด ให้มนุษย์เงินเดือนวางใจค่ารักษาส่วนเกินจากสวัสดิการ และมั่นใจตลอดการรักษา

(1) สำหรับแผน 1 และแผน 2

(2) ค่าห้อง หมายถึง ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการพยาบาลประจำวันต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 120 วัน ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง

(3) สำหรับแผน 2

 

หมายเหตุ

  • โครงการสุขภาพ Top Up เป็นชื่อทางการตลาดของแบบประกันภัย เมืองไทย สมาร์ท โพรเทคชั่น 90/90 และสัญญาเพิ่มเติม การประกันภัยสุขภาพ แบบ เอ็กซ์ตร้า แคร์
  • ผลประโยชน์ เงื่อนไข และความคุ้มครองโดยละเอียด เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • เบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมจะเปลี่ยนแปลงตามอายุของผู้เอาประกันภัย
  • เบี้ยประกันภัยของสัญญาประกันภัยนี้ สามารถ นำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172 และ 383 ทั้งนี้หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด

 

คำเตือน: ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันชีวิตและสุขภาพ

โครงการ เอ็กซ์ตร้าแคร์ พลัส

Top up สวัสดิการที่คุณมี

สวัสดิการไม่พออย่ารอช้า เพราะค่ารักษาพยาบาล Top up ได้ ช่วยเติมเต็มจากสวัสดิการที่คุณมีสูงสุดถึง 5 แสนบาท(1) ในราคาเริ่มต้นแค่หลักร้อยต่อเดือน

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ