ถึงแม้จะคลายล็อกดาวน์กันไปแล้ว แต่หลายคนยังคง Work from home กันอยู่ จนแทบไม่ค่อยได้ขยับร่างกายมากนัก แถมยังกินอาหารไม่เป็นเวลา นั่งทำงานก็ต้องมีขนมเคี้ยวไปเพลิน ๆ ยิ่งอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นพรวด ๆ แบบไม่ทันตั้งตัว แต่ก็มีหลายคนที่เริ่มเอาช่วงเวลานี้ มาดูแลสุขภาพตัวเอง เพราะยังไงซะแล้ว เราต้องระมัดระวังตัวเอง จึงเริ่มหันมาทำอาหารกินเอง และดูแลสุขภาพไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งการกินอาหารคลีน (Clean food) ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่หนุ่มสาวออฟฟิศเริ่มให้ความสนใจในช่วง WFH

ซึ่งเทรนด์กินคลีนพูดเลยว่ากำลังมาแรง ทั้งสูตรอาหารคลีนทำเองง่าย ๆ ที่บ้าน หรืออาหารคลีนแบบ Delivery แต่สำหรับบางคนไม่ว่าจะกินอาหารคลีนแบบไหน แต่ทำไมยังรู้สึกตัวเองอ้วนเหมือนเดิม เผลอ ๆ อาจจะอ้วนขึ้นอีกต่างหาก นั่นอาจเป็นเพราะคุณกำลังกินคลีนแบบผิดวิธีอยู่ ซึ่งการกินคลีนแล้วยังอ้วน อาจมาจากหลายสาเหตุ ส่วนจะมีสาเหตุอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกัน

เข้าใจผิดคิดว่าอาหารคลีน คืออาหารลดน้ำหนัก

เข้าใจผิดคิดว่าอาหารคลีน คืออาหารลดน้ำหนัก

ใครที่คิดว่าอาหารคลีนคือ อาหารลดน้ำหนัก พูดเลยว่าคุณกำลังเข้าใจผิดแล้ววว เพราะความจริงนั้นอาหารคลีน (Clean food) คือ อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยสารเคมี หรือผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด เน้นธรรมชาติของอาหารนั้นเป็นหลัก โดยเมนูคลีนจะประกอบไปด้วยผัก ผลไม้สด เนื้อสัตว์ปรุงสุก ข้อดีของการกินคลีนคือกินแล้วดีต่อร่างกาย เป็นอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งมาน้อย ไม่จำเป็นต้องงดคาร์โบไฮเดรตหรือตัดไขมัน ส่วนเรื่องน้ำหนักตัวที่หายไปถือเป็นผลพลอยได้ 

หากเป้าหมายของเราคือการลดน้ำหนัก แนะนำให้ลองเปลี่ยนมากินอาหารที่มีแคลอรีต่ำ ลองลิสต์รายการอาหารที่กินในแต่ละวัน แล้วค่อย ๆ ตัดสิ่งต้องห้ามออกในแต่ละสัปดาห์ เช่น ลองหยุดกินขนมหวานหลังมื้ออาหารทุกมื้อ

เข้าใจผิดคิดว่าอาหารคลีน คืออาหารลดน้ำหนัก

เน้นกินผลไม้ แต่ลืมไปว่ามีน้ำตาล

เน้นกินผลไม้ แต่ลืมไปว่ามีน้ำตาล

ทุกคนรู้ว่าผลไม้เป็นแหล่งรวมวิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์ มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะกินแล้วอ้วน แต่ถ้าเรากินแบบผิด ๆ ผลไม้ก็ทำให้น้ำหนักตัวขึ้นได้ เนื่องจากผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลสูงมาก เช่น มะม่วงสุก สับปะรด ทุเรียน ลิ้นจี่ ลำไย เป็นต้น

หากคุณต้องการลดน้ำหนักแนะนำให้หันมากินผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย เช่น ฝรั่ง ชมพู่ ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ รวมไปถึงแอปเปิล ผลไม้ในตำนานของการลดน้ำหนัก ที่ให้พลังงานค่อนข้างต่ำและค่อยเป็นค่อยไป เพราะแหล่งพลังงานของแอปเปิ้ลคือ น้ำตาลฟรักโทสซึ่งเป็นน้ำตาลที่เปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ในร่างกายช่วยให้ไม่รู้สึกหิว อิ่มนาน และควรหยุดกินผลไม้ล้างปากหรือกินผลไม้แทนข้าว แต่ลองเปลี่ยนมากินผลไม้เพื่อทดแทนอาหารอื่น ๆ เช่น ใส่ผลไม้สดในข้าวโอ๊ต หรือกินผลไม้ยามบ่ายดักความหิวจะได้ไม่หิวหนักเมื่อถึงมื้อเย็น

เน้นกินผลไม้ แต่ลืมไปว่ามีน้ำตาล

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ กินมากไปก็ทำให้อ้วน

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ กินมากไปก็ทำให้อ้วน

หลาย ๆ คนคงรู้กันดีว่าข้าวไรซ์เบอร์รี่มีประโยชน์กว่าข้าวกล้อง เราจึงเห็นคนกินคลีน โดยนิยมเลือกกินข้าวไรซ์เบอร์รี่แทน และอาจกินในปริมาณที่มากกว่าเดิมเพราะคิดว่าไม่อ้วน ซึ่งพูดเลยว่าคิดผิดจ้าาา เพราะต่อให้เป็นข้าวเทพขนาดไหนก็มีแคลอรี เพียงแค่ข้าวไรซ์เบอร์รี่ให้ประโยชน์มากกว่าเท่านั้นเอง ซึ่งข้าวแต่ละชนิดให้พลังงานที่ต่างกัน เช่น 

 

  • ข้าวขาว ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 351 กิโลแคลอรี 
  • ข้าวกล้อง ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 347 กิโลแคลอรี 
  • ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 370 กิโลแคลอรี

 

  หากอยากลดหุ่นแอดแนะนำว่า ในมื้อเช้าและมื้อเที่ยงเราสามารถทานอาหารประเภทแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตได้ แต่ควรงดหรือจำกัดปริมาณในมื้อเย็น สำหรับชนิดของคาร์โบไฮเดรตควรเลือกเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวไม่ขัดสี ธัญพืชต่าง ๆ เผือก มันเทศ ฟักทองเพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในร่างกายเพิ่มขึ้นช้า รู้สึกอิ่มได้นาน ลดความอยากอาหารและช่วยลดความหิวได้ ปริมาณที่แนะนำให้ทานต่อวันนั้นสำหรับคนปกติแนะนำให้กินคาร์โบไฮเดรตอยู่ที่ 3 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ควรทานประมาณ 135-195 กรัม ต่อวัน

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ กินมากไปก็ทำให้อ้วน

ความอ้วนที่แฝงอยู่ใน สารทดแทนความหวาน

ความอ้วนที่แฝงอยู่ใน สารทดแทนความหวาน

น้ำตาลคือความหวานที่มาพร้อมอันตราย กินมากก็อ้วน แถมพ่วงด้วยโรคเบาหวาน และก็ดูเหมือนน้ำตาลมีอยู่ในทุกสิ่งที่เรากิน ไม่เว้นแม้แต่ในผลไม้ หลายคนจึงเริ่มหันมากินอาหารที่ไม่เติมน้ำตาล หรือซื้ออาหารที่ใช้สารทดแทนความหวานแทนน้ำตาล เช่น กลูโคส หญ้าหวาน ซึ่งเมื่อเรากินเข้าไปแล้วถึงแม้จะไม่เพิ่มแคลอรี่ แต่สารทดแทนความหวานนี้อาจทำให้ร่างกายของเราเสพติดความหวานไปไม่รู้ตัว ซึ่งหากนานไปอาจสะสมจนเป็นปัญหาสุขภาพได้

วิธีที่ดีที่สุดหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ อ่านข้อมูลทางโภชนาการที่ซองอาหาร เพื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลของแต่ละชิ้น และเลือกชิ้นที่มีน้ำตาลน้อยที่สุด

ความอ้วนที่แฝงอยู่ใน สารทดแทนความหวาน

เคล็ด(ไม่)ลับ กินคลีนง่ายๆ ให้ได้ผล

เคล็ด(ไม่)ลับ กินคลีนง่ายๆ ให้ได้ผล

อยากดูแลสุขภาพให้ดี ลองปรับวิธีการเลือกกิน และต้องอย่าลืมออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะ

 

  • จัดอาหารให้มีความสมดุล คำนึงถึงสารอาหาร โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันในแต่ละวัน สามารถแบ่งมื้ออาหารย่อยๆ 4 - 6 มื้อต่อวัน
  • กินอาหารเช้าทุกวัน หลังจากตื่นนอน 1 ชั่วโมง
  • เลือกโปรตีนชนิดไม่ติดมัน และเลือกกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี ขนมปังโฮลวีท
  • เลือกรับไขมันดี เช่น ถั่ว อะโวคาโด น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันมะพร้าว
  • เติมไฟเบอร์ วิตามิน และเอนไซม์จาก ผักสดและผลไม้ ในทุกมื้อ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน
  • หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปต่าง ๆ เช่น น้ำตาล ไส้กรอก เบค่อน เนื่องจากอาหารแปรรูปในรูปแบบอุตสาหกรรม ทำให้เรารับโซเดียมมากเกินความจำเป็นในแต่ละวัน 
  • งดเครื่องดื่มที่มีรสหวาน หรือน้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด
เคล็ด(ไม่)ลับ กินคลีนง่ายๆ ให้ได้ผล

นอกจากการกินคลีนแล้ว สิ่งสำคัญที่ช่วยให้มีสุขภาพดี ต้องอย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมอารมณ์ไม่ให้เกิดความเครียด และอย่าหักโหมในการกินคลีนมากเกินไป ต้องค่อยเป็นค่อยไป หากทำตามได้รับรองเลยว่าสุขภาพดี อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

จากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้รู้ว่า โรคภัยอยู่ใกล้ตัวเรามาก ไม่ว่าจะเป็นโรคโควิด 19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในทุกพื้นที่ รวมไปถึงโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่อาจแฝงอยู่ในร่างกายของเรา ฉะนั้นการป้องกันและดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากการออกกำลังกาย กินอาหารดีมีประโยชน์แล้ว อย่าลืมเพิ่มความอุ่นใจให้กับการใช้ชีวิต ที่เหมาะสำหรับทุกเจเนเรชัน ด้วยแผนความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุม คุ้มครองทั้งโรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป โรคโควิด 19 การแพ้วัคซีนโควิด 19 และอุบัติเหตุ เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง หากเจ็บป่วยขึ้นมา ก็สามารถเข้าพักรักษาในโรงพยาบาลชั้นนำได้ เลือกวงเงินความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 200,000 – 100,000,000 บาท ต้องการแบบไหนก็เลือกได้  ดูแลสุขภาพยาว ๆ สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11 – 80 ปี จนถึงอายุ 99 ปี* เลือกประกันสุขภาพแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ คลิก หรือ โทร.1766

 

*สำหรับความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ และ ดีเฮลท์ 

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย 
  • สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ใหม่เท่านั้น 
  •  เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด  
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ  -
  • ความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติมเนื่องจากผลกระทบหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิค 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด รับความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 11 พ.ค.- 31 ธ.ค 2564 -
  • การปรับลดระยะเวลารอคอย (Waiting Period) เหลือ 14 วัน สำหรับการติดเชื้อโรคโควิด 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเริ่มตั้งแต่ 28 พ.ค. - 31 ธ.ค. 2564  -
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย 

 

ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 10/08/64

🔖 wefitnesssociety (ข้อมูล ณ วันที่ 27/09/62)

 

🔖 trueplookpanya (ข้อมูล ณ วันที่ 16/11/61)

 

🔖 sanook (ข้อมูล ณ วันที่ 09/09/62)

 

🔖 ramachannel(ข้อมูล ณ วันที่ 24/04/60)

 

🔖Leandietdelivery


🔖 lovefitt


🔖nonilo

Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์

ประกันสุขภาพที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน รายละเอียดน้อยแต่คุ้มครองเยอะ

ประกันสุขภาพดีๆ ที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เพราะเหมาจ่ายวงเงินเดียวสูงสุด 5 ล้านบาท* เงื่อนไขน้อยแต่คุ้มครองเยอะ

ประกันสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์

คุ้มครองสูง ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพ

ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพ ด้วยความคุ้มครองสูงตั้งแต่ 20-100 ล้านบาท/ปี ในราคาเบี้ยเข้าถึงง่าย คลอบคลุมโรคร้ายแรงและการไปรักษาต่างประเทศ(2)

ประกันสุขภาพ

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า

สร้างสวัสดิการสุขภาพให้ตัวเองง่าย ๆ พร้อม แบ่งจ่ายรายเดือนได้

ไม่มีสวัสดิการก็ยังอุ่นใจตั้งแต่บาทแรก คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 500,000 บาทต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง* เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล พร้อมค่าห้องเพิ่มอีกวันละ 4 พันบาท*

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ