ไม่มีเวลาออกกำลังกายไม่เป็นไร กระโดดเชือกอยู่บ้านก็ได้ผอมชัวร์ 💪 พูดเลยว่าตอนนี้ในโลกโซเชียลเทรนด์ออกกำลังด้วยการกระโดดเชือกกำลังมาแรง เพราะมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และดาราหลายคนที่เริ่มลงโซเชียลให้เห็นว่า การกระโดดเชือกนั้นช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ดีและอาจช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะเป็นการออกกำลังกายทุกส่วนไปพร้อม ๆ กัน และยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีมาก ๆ แถมอุปกรณ์ออกกำลังกายอย่างเชือกกระโดดยังราคาสบายกระเป๋าไปอีก และถ้าใครที่กำลังมุ่งมั่นกับการกระโดดเชือกแบบจริงจังเพื่อลดน้ำหนัก ก็ต้องมารู้จักเทคนิคและวิธีในการกระโดดเชือกที่ถูกต้องกันก่อน จะมีอะไรบ้าง ตามมา !

เลือกเชือกดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

เลือกเชือกดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

ลงทุนนิดหน่อย อย่าเริ่มด้วยเชือกของเล่น ควรเลือกซื้อเชือกให้ถูกกับความต้องการ เชือกกระโดดนั้นปัจจุบันแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ

 

  • Speed Rope เชือกกระโดดแบบเบา เหมาะกับผู้ใช้ระดับเริ่มต้น 
  • Heavy Rope เชือกกระโดดแบบมีน้ำหนัก เหมาะกับคนที่เชี่ยวชาญระดับหนึ่งแล้ว เพราะค่อนข้างกระโดดยาก และใช้แรงเหวี่ยงค่อนข้างเยอะ

 

  เมื่อได้เชือกแล้ว ขั้นตอนต่อไปได้แก่การปรับความยาวเชือกให้เหมาะสมกับขนาดตัว ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการยืนเหยียบกึ่งกลางเชือก ดึงด้ามจับขึ้นมาจนเชือกตึง ปลายด้ามจับต้องเสมอกับระดับรักแร้พอดี หากเชือกยาวไปแนะนำให้ม้วนแล้วมัดเป็นปมไว้ข้างด้ามจับแทนการตัดทิ้ง และอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ บริเวณที่จะกระโดดควรเป็นพื้นผิวเรียบ ไม่ควรกระโดดบนพื้นที่ลื่นหรือขัดมัน เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

เลือกเชือกดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

กระโดดเชือกแบบไหน ให้ถูกวิธี

กระโดดเชือกแบบไหน ให้ถูกวิธี

หลังจากเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้ว ร่างกายต้องพร้อมด้วยนะ ควรเริ่มต้นจากท่าซิงเกิลเบาซ์ เพราะเป็นท่าพื้นฐานของมือใหม่ ท่ากระโดดเชือกซิงเกิลเบาซ์ที่ถูกต้อง จะกระโดดเชือกสูงจากพื้นแค่ 1-2 นิ้ว เท่านั้น และลงพื้นด้วยจมูกเท้า ข้อศอกแนบใกล้ ๆ ลำตัว และหมุนเชือกเป็นหลักไม่ใช่หมุนท่อนแขน โดยเริ่มตามขั้นตอนดังนี้


  • วอร์มร่างกายก่อน 3-5 นาที ยืดเส้นยืดสายด้วยท่าแอโรบิคแบบเบสิค
  • ทดลองกระโดดด้วยการเขย่งปลายเท้าเล็กน้อย ไม่ต้องกระโดดสูง รักษาจังหวะให้สม่ำเสมอ และพยายามกระโดดแบบเท้าคู่
  • ใส่รองเท้ากีฬาด้วยเสมอ เนื่องจากเวลาลงน้ำหนักจะใช้หน้าเท้าเป็นหลัก จึงควรใช้รองเท้าที่มีระบบรับแรงกระแทกตรงส่วนหน้าเท้ามาก ๆ ได้แก่ รองเท้าครอสเทรนนิ่ง รองเท้า indoor sport หรืออาจเป็นรองเท้าวิ่งก็ได้
  • รวบปลายเชือกทั้งสองไว้ที่มือข้างหนึ่ง แล้วแกว่งเชือกให้ได้จังหวะที่สม่ำเสมอ พร้อมลองกระโดดเบา ๆ ตามจังหวะเชือกกระทบพื้นไปด้วย
  • เริ่มกระโดดเชือก ด้วยการสะบัดอ้อมจากหลังศีรษะมาด้านหน้าแล้วกระโดด ระหว่างแกว่งเชือก ให้รักษาระดับมือให้อยู่ในช่วงข้างเอวตลอดเวลา แกว่งเชือกโดยใช้ข้อมือหมุนเบา ๆ
  • หลังตั้งตรง และเท้าสัมผัสพื้นให้เบาที่สุด ไม่จำเป็นต้องลงพื้นเต็มเท้า แนะนำให้ลงนำหนักแค่ปลายเท้า
  • ช่วงแรกแนะนำให้เริ่มกระโดดประมาณ 3-5 นาที หรือเท่าที่ร่างกายจะรับไหว จากนั้นค่อย ๆ เพิ่มจำนวนครั้งต่อเซ็ตมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน หรือแต่ละสัปดาห์ 1 วันใช้เวลาประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง
กระโดดเชือกแบบไหน ให้ถูกวิธี

ประโยชน์ของการกระโดดเชือก

ประโยชน์ของการกระโดดเชือก

เพราะการกระโดดเชือกนั้นทั้งประหยัดเวลาและอุปกรณ์ พูดง่าย ๆ อยู่ที่ไหนก็กระโดดได้ 😎 ลองมาดูกันว่าการกระโดดเชือกนั้นมีประโยชน์กับร่างกายเราอย่างไรบ้าง

 

  • ช่วย Burns calories กระโดดเชือก 15 นาที เบิร์นได้ 200-300 แคลอรี มากกว่าการวิ่งหรือปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เนื่องจากเราใช้กล้ามเนื้อกลุ่มหลักในการกระโดดเชือก
  • ลดอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า แม้เราจะใช้เท้าในการกระโดดเป็นหลักก็ตาม เพราะการกระโดดเชือกจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อเท้ากับข้อเท้าให้แข็งแรงยิ่งขึ้น จะเห็นได้จากกลุ่มนักกีฬาที่นิยมใช้การกระโดดเชือกเป็นวิธีออกกำลังกาย
  • เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก การกระโดดเชือกช่วยให้กระดูกเราแข็งแรงได้ เมื่อเรากระโดดเชือกจะมีแรงกระแทก ร่างกายจะเรียนรู้และตอบสนองต่อแรงที่กระทำจนปรับเปลี่ยนให้กระดูกแข็งแรงและหนาแน่นมากขึ้น แต่สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องข้อต่อกระดูกควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มออกกำลังนะ
  • เป็นการออกกำลังที่บริหารปอดได้อย่างดี เนื่องจากการกระโดดเชือกนั้นจะใช้กำลังเยอะ ทำให้เราหายใจเหนื่อยหอบ หลอดลมก็จะค่อย ๆ ทำการปรับตัวเพิ่มความสามารถในการหายใจเข้าและออกให้ทันต่อการต้องการออกซิเจนเข้าสู่เส้นเลือด เพิ่มความอดทนของปอดได้ดียิ่งขึ้น
ประโยชน์ของการกระโดดเชือก

การกระโดดเชือกถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่กำลังอยากลดน้ำหนัก แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าแค่การกระโดดเชือกอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เราลดน้ำหนักได้ 100% นะ เพราะการออกกำลังกายต้องควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารการกินไปด้วย ถ้ายังกินของมัน ของทอด พูดเลยว่ายังไงก็ไม่ผอมแน่นอน และถึงแม้ตอนนี้สถานการณ์บ้านเราจะคลายล็อกดาวน์แล้ว แต่โควิด 19 ยังไม่หายไปไหน ดังนั้นเราควรดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ และอย่าลืมเพิ่มความมั่นให้กับการใช้ชีวิตที่เหมาะสำหรับทุกเจเนเรชัน ด้วยแผนความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุม คุ้มครองทั้งโรคโควิด 19 การแพ้วัคซีนโควิด 19 โรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง หากเจ็บป่วยขึ้นมา ก็สามารถเข้าพักรักษาในโรงพยาบาลชั้นนำได้ เลือกวงเงินความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 200,000 – 100,000,000 บาท ต้องการแบบไหนก็เลือกได้  ดูแลสุขภาพยาว ๆ สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11 – 80 ปี จนถึงอายุ 99 ปี* เลือกประกันสุขภาพแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ คลิก หรือ โทร.1766

 

*สำหรับความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ และ ดีเฮลท์ 

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ใหม่เท่านั้น
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • ความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติมเนื่องจากผลกระทบหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิค 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด รับความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 11 พ.ค.- 31 ธ.ค 2564
  • การปรับลดระยะเวลารอคอย (Waiting Period) เหลือ 14 วัน สำหรับการติดเชื้อโรคโควิด 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเริ่มตั้งแต่ 28 พ.ค. - 31 ธ.ค. 2564
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย 


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 06/09/64

🔖 thestandard (ข้อมูล ณ วันที่ 12/05/64)

🔖 thaihealth (ข้อมูล ณ วันที่ 05/07/57)

🔖 sanook (ข้อมูล ณ วันที่ 28/01/59) 

🔖 thairath (ข้อมูล ณ วันที่ 27/06/64) 

🔖 lovefit 

Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์

ประกันสุขภาพที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน รายละเอียดน้อยแต่คุ้มครองเยอะ

ประกันสุขภาพดีๆ ที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เพราะเหมาจ่ายวงเงินเดียวสูงสุด 5 ล้านบาท* เงื่อนไขน้อยแต่คุ้มครองเยอะ

ประกันสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์

คุ้มครองสูง ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพ

ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพ ด้วยความคุ้มครองสูงตั้งแต่ 20-100 ล้านบาท/ปี ในราคาเบี้ยเข้าถึงง่าย คลอบคลุมโรคร้ายแรงและการไปรักษาต่างประเทศ(2)

ประกันสุขภาพ

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า

สร้างสวัสดิการสุขภาพให้ตัวเองง่าย ๆ พร้อม แบ่งจ่ายรายเดือนได้

ไม่มีสวัสดิการก็ยังอุ่นใจตั้งแต่บาทแรก คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 500,000 บาทต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง* เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล พร้อมค่าห้องเพิ่มอีกวันละ 4 พันบาท*

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ