เดือนเมษายนเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในประเทศไทย นอกจากทุกคนจะประสบปัญหากับความร้อนแล้ว เรื่องของสุขภาพก็น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะภาวะขาดน้ำ เพราะความร้อนทำให้มีเหงื่อออกมากส่งผลให้มีการสูญเสียน้ำในร่างกาย หากดื่มน้ำไม่มีเพียงพอก็อาจส่งผลให้หน้ามืดเป็นลมได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งการดื่มน้ำให้เพียงพอและถูกต้อง จะช่วยทดแทนทดแทนน้ำที่สูญเสียไป และช่วยป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำได้ แล้วดื่มแค่ไหน แบบใดถึงจะดีต่อร่างกาย ตามมาดูกัน

ผู้สูงวัยกับภาวะขาดน้ำในหน้าร้อน

ผู้สูงวัยกับภาวะขาดน้ำในหน้าร้อน

ผู้สูงวัยมักขาดน้ำได้ง่าย เนื่องจากความรู้สึกกระหายน้ำลดลง โดยมีสาเหตุจากมวลกล้ามเนื้อที่ลดลง ทำให้น้ำในร่างกายผู้สูงวัยลดลงไปด้วย ส่งผลให้ไม่รู้สึกอยากดื่มน้ำ ร่างกายจึงไม่ได้น้ำชดเชย ยิ่งเข้าช่วงหน้าร้อนยิ่งทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำไปมาก และหากร่างกายขาดน้ำในระดับอ่อน ๆ บ่อย ๆ เช่น เสียเหงื่อ อาเจียน ท้องเสีย อาจเสี่ยงต่อปัญหาเรอเปรี้ยว ท้องผูก นิ่วในไต รวมถึงไตวายได้ ที่สำคัญไม่ควรดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เพราะยิ่งจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ ดังนั้น ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอ หรืออาจดื่มนม น้ำผลไม้ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และในช่วงที่อากาศร้อนจัด ผู้สูงวัยควร หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน แต่หากจำเป็นควรมีอุปกรณ์ป้องกัน เช่น สวมหมวก สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว กางร่ม และควรพกน้ำดื่มติดตัวตลอดเวลา 


🔖 สสส. (ข้อมูล ณ วันที่ 02/04/62)
🔖 โรงพยาบาลเปาโล

ผู้สูงวัยกับภาวะขาดน้ำในหน้าร้อน

โรคเรื้อรังในหน้าร้อนดื่มน้ำอย่างไรถึงจะพอดี

โรคเรื้อรังในหน้าร้อนดื่มน้ำอย่างไรถึงจะพอดี

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือโรคเรื้อรังอย่างโรคไต และเบาหวาน การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก หากอากาศร้อนจัดจนทำให้มีอาการอ่อนเพลีย แล้วไม่ดูแลให้ดีอาจป่วยและร้ายแรงจนถึงเสียชีวิตได้ โดยแต่ละโรคควรดื่มน้ำดังนี้

  • โรคเบาหวาน ควรดื่มน้ำ 1 – 2 แก้ว หากอยู่ในสภาพอากาศร้อน ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร หรือดื่มน้ำอย่างน้อย 6 – 8 แก้ว
  • โรคไต ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละ 1 ลิตรครึ่ง ถึง 2 ลิตร หรือตามคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลรักษาประจำ เพื่อการขับถ่ายของเสียจะเป็นไปได้ตามปกติ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในสภาพอากาศที่ร้อนเป็นเวลานาน ควรออกกำลังกายในที่ที่มีอากาศถ่ายเท เพื่อลดความเสี่ยงการเป็นฮีทสโตรก (Heart Stroke) หรือโรคลมแดดด้วย

 

🔖 โรงพยาบาลกรุงเทพ

🔖 โรงพยาบาลศิริราช

โรคเรื้อรังในหน้าร้อนดื่มน้ำอย่างไรถึงจะพอดี

หน้าร้อนแบบนี้ดื่มน้ำเท่าไหร่ถึงพอดี?

หน้าร้อนแบบนี้ดื่มน้ำเท่าไหร่ถึงพอดี?

หน้าร้อนแบบนี้ ทุกคนควรดื่มน้ำแบบไหนถึงจะพอดีกับร่างกาย 

 

  • ดื่มเป็นระยะ ๆ ควรจิบน้ำเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งวัน ไม่ควรดื่มครั้งเดียวเป็นจำนวนมาก เพราะทำให้เกิดอาการจุก อวัยวะในร่างกายทำงานหนัก เช่น ระบบย่อยอาหาร ไต และกระเพาะปัสสาวะ
  • ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจัด เมื่ออากาศร้อนมาก ๆ หรือคนที่พึ่งตากแดดมา ควรดื่มน้ำธรรมดาที่มีอุณหภูมิปกติ ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจัดทันที ควรรอร่างกายปรับสภาพให้คลายร้อนจึงค่อยดื่มน้ำเย็น ซึ่งการดื่มน้ำเย็นทันทีอาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลเนื่องจากปรับตัวไม่ทัน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เนื่องจากเรามีขนาดตัวไม่เท่ากัน จึงควรดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน จะทำให้ร่างกายสามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยคำนวณจาก  น้ำหนัก (กิโลกรัม) คูณด้วย 2.2 คูณด้วย 30 หารด้วย 2 = ปริมาณที่ควรดื่มต่อวัน
  • ดื่มน้ำสะอาด เพราะอากาศร้อนอาจทำให้คนท้องเสียได้ง่าย หากดื่มน้ำที่ไม่สะอาดพอก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ 



🔖 โรงพยาบาลสมิติเวช (ข้อมูล ณ วันที่ 12/05/64)

🔖 We fitness society (ข้อมูล ณ วันที่ 11/05/62)
🔖 Post today (ข้อมูล ณ วันที่ 05/04/62)

 

แม้ว่าการดื่มน้ำจะเป็นสิ่งที่เราปฏิบัติในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่การดื่มอย่างถูกวิธีโดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ก็จะส่งผลดีต่อร่างกายด้วย

หน้าร้อนแบบนี้ดื่มน้ำเท่าไหร่ถึงพอดี?
Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์

ประกันสุขภาพที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน รายละเอียดน้อยแต่คุ้มครองเยอะ

ประกันสุขภาพดีๆ ที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เพราะเหมาจ่ายวงเงินเดียวสูงสุด 5 ล้านบาท* เงื่อนไขน้อยแต่คุ้มครองเยอะ

ประกันสุขภาพ

สัญญาเพิ่มเติม อีลิท เฮลท์ พลัส

ให้คุณเพิ่มความคุ้มครองได้ตามต้องการ ด้วยความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ พลัส จากเมืองไทยประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า

สร้างสวัสดิการสุขภาพให้ตัวเองง่าย ๆ พร้อม แบ่งจ่ายรายเดือนได้

ไม่มีสวัสดิการก็ยังอุ่นใจตั้งแต่บาทแรก คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 500,000 บาทต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง* เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล พร้อมค่าห้องเพิ่มอีกวันละ 4 พันบาท*

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ