ด้วยสถานการณ์โควิด 19 ที่กำลังแพร่ระบาดเป็นวงกว้างอยู่ในขณะนี้ ทำให้หลายคนต้อง Work From Home หรือต้องปรับห้องนอนเป็น Bedroom Workspace อาจจะทำให้เราโดยเรียกหาจาก ‘เตียง’ ให้มาจัดท่าทางนั่งทำงาน เพื่อลดความเมื่อยล้าจากการนั่งโต๊ะทำงานทั้งวัน ความสบายที่ได้นอนพร้อมทำงานไปด้วย อาจจะทำให้เรากลายเป็น Work From Bed ไปได้ หลังจากตื่นนอนเราก็อาจจะเปลี่ยนจากการลุกไปแปรงฟัน เปลี่ยนเป็นลุกไปหยิบคอมพิวเตอร์ กลับมาทำงานบนเตียง ไม่ว่าจะปั่นงาน ส่งอีเมล ประชุม ตลอดวัน มีก็แค่การลุกไปเข้าห้องน้ำ หรือกินมื้ออาหารเท่านั้น ซึ่งรู้หรือไม่ว่าความสบายที่คุณคิดว่าเตียงมอบให้เราระหว่างนั่ง ๆ นอน ๆ ทำงาน อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บของกระดูกและกล้ามเนื้อ

อันตรายของการ Work From Bed

อันตรายของการ Work From Bed

เตียงนอนไม่ได้ถูกออกแบบมาใช้ หรือให้เราสามารถนั่งทำงานได้ตลอดทั้งวัน ดังนั้นการ Work From Bed ที่หลายคนกำลังทำอยู่ และอ้างว่านี่คือความสบายนั้น อาจกลายเป็นฝันร้ายทำลายสุขภาพของกล้ามเนื้อ คอ หลังและสะโพก ในระยะยาวได้ดังนี้

 

  • ทำให้กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง และปวดหลัง
  • อาจทำให้เกิดอาการปวดศรษะ
  • อาจเป็นโรคกระดูกและข้ออักเสบเรื้อรัง
  • ปวดคอ จากการบาดเจ็บของกระดูก เอ็นและกล้ามเนื้อที่คอ
  • ปวดเชิงกราน

 

ดังนั้นคนทำงานวัยหนุ่มสาวจะมีอันตรายมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ เนื่องจากไม่ค่อยมีอาการปวดขณะทำงานบนเตียง แต่ในอนาคตหรือเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายแก่ตัวลง อาจเป็นโรคและบาดเจ็บทางสรีรศาสตร์(ergonomic) ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวกับการออกแบบเครื่องมือเครื่องใช้ และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ถูกสุขลักษณะ และเหมาะกับสภาพร่างกาย เพื่อให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด มีความรวดเร็ว ปราศจากความเครียดในการทำงาน แต่ถ้าหากท่าทางและสภาพการทำงานที่ไม่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ และอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและข้อได้

อันตรายของการ Work From Bed

เลี่ยงอาการบาดเจ็บ จาก Work From Bed

เลี่ยงอาการบาดเจ็บ  จาก Work From Bed

ความจริงแล้วการนั่งทำงานให้ถูกตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อลดความอ่อนล้า ปวดเมื่อย อาการบาดเจ็บ หรือให้ห่างโรคออฟฟิศซินโดรม ควรเลือกใช้โต๊ะทำงาน และเก้าอี้ที่เหมาะสม นั่งสบายรับกับร่างกายของเรา แต่ด้วยสถานการณ์บังคับ หลายคนอาจยังไม่พร้อมในเรื่องของอุปกรณ์และสถานที่ จึงจำเป็นต้อง Work From Bed เฉพาะกิจไปก่อน ดังนั้นเราจึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อเลี่ยงอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

 

  • ปรับท่านั่งหลังตรง ให้เหมือนว่ากำลังนั่งบนเก้าอี้
  •  ม้วนผ้าห่ม หรือใช้หมอนหนุนหลังเพื่อรองกระดูกสันหลังส่วนเอว
  • วางหรือตั้งหน้าจอให้อยู่ในระดับสายตา เพื่อไม่ต้องก้มหน้ามอง
  • อย่านอนคว่ำหน้าพิมพ์งาน และไม่วางคอมพิวเตอร์บนหน้าท้องเพราะทำให้ต้องเกร็งและอาจบาดเจ็บที่คอและข้อศอก
  •  พยายามทำงานในหลาย ๆ ท่าทาง เช่น ยืนทำงานบ้าง เป็นต้น
  • หาเซ็ตโต๊ะเก้าอี้สำหรับการทำงาน เพื่อสุขภาพในระยะยาว

 

สุดท้ายหากต้อง Work From Home ในระยะยาว การ Work From Bed จึงไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดต่อการทำงานในทุกวัน ถ้าเรามีโต๊ะ เก้าอี้ มุมทำงานที่เหมาะสม รวมถึงหมั่นบริหารร่างกายอยู่เป็นประจำก็จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้

เลี่ยงอาการบาดเจ็บ  จาก Work From Bed

วิธีคลายเส้น เพื่อลดเสี่ยงบาดเจ็บ

วิธีคลายเส้น เพื่อลดเสี่ยงบาดเจ็บ

Work From Home หรือ Work From Bed เป็นเวลานาน อาการเมื่อยล้า เริ่มถามหาแน่นอน ทางที่ดีให้ลองปรับเปลี่ยนท่าทางการทำงาน ขยับเขยื้อน ยืดกาย คลายเส้น กับ 4 ท่าบริหารลดความเสี่ยง เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ หรือโรคออฟฟิศซินโดรมกันดีกว่า

 

  • บริหารกล้ามเนื้อหลังส่วนบน
    • ประสานนิ้วมือทั้งสองไว้ข้างหน้า
    • เริ่มดันยืดออกไปจนสุดในระดับหัวไหล่ โดยให้ฝ่ามือหันอยู่ด้านนอก
    • โดยดันค้างไว้  10-20 วินาที
    • ทำ 2 ครั้ง

     

  • บริหารกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่
    • เอามือไขว้หลังจับข้อมือไว้
    • ก้มหน้าลงหลังจากนั้นเอียงคอไปด้านขวา พร้อมกับดึงมือซ้ายไปทางขวา
    • ทำค้างไว้ครั้งละ 10 วินาที
    • ทำสลับข้างกันข้างละ 2 ครั้ง ซ้ายขวา

     

  • บริหารกล้ามเนื้อต้นแขน
    • ยกมือขึ้นประสานกันเหนือหัว
    • จากนั้นเหยียดแขนขึ้นจนสุด
    • ทำค้างไว้ 10-20 วินาที
    • ทำ 2 ครั้ง
  • บริหารกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง
    • ใช้มือทั้งสองข้างดันหลังส่วนล่าง
    • จากนั้นดันให้ตัวแอ่นไปด้านหน้า
    • ดันค้างไว้ประมาณ 20 วินาที
    • ทำประมาณ 2 ครั้ง
วิธีคลายเส้น เพื่อลดเสี่ยงบาดเจ็บ

จัดโต๊ะทำงานให้พร้อม จะได้ไม่ง้อ Work From Bed

จัดโต๊ะทำงานให้พร้อม  จะได้ไม่ง้อ Work From Bed

หากคุณไม่มีมุมโต๊ะทำงานเป็นสัดส่วน คุณก็สามารถจัดโต๊ะกินข้าวเฉพาะกิจเพื่อ Work From Home ได้เช่นกัน และดีกว่าการ Work From Bed แน่นอน ถ้าพร้อมแล้วเรามาเซ็ตเก้าอี้ โต๊ะทำงาน ตำแหน่งการนั่ง ให้บาลานซ์กับสรีระของเราตามหลักเออร์โกโนมิกส์ จะช่วยให้ทำงานได้สะดวกรวดเร็ว ปราศจากความเครียดในการทำงาน นอกจากนั้นยังช่วยให้ได้ชิ้นงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้นเรามาดูกัน

 

 

1. ปรับตัวเราให้เหมาะกับโต๊ะ หรือเก้าอี้ที่ทำงาน

  • ขณะนั่งเราควรจัดร่างกายโดยจัดให้ศีรษะ หลัง อยู่ในแนวเดียวกัน และอยู่กึ่งกลางระหว่างไหล่ สะโพก และช่วงขา
  • เช็กว่าเราอยู่ในท่านั่งที่ดี ถูกต้องหรือไม่? โดยท่านั่งที่ดี มือควรวางพอดีที่วางแขน หลังแนบชิดติดพนักพิง เท้าวางติดชิดพื้น

 

2. ปรับโต๊ะ เก้าอี้ที่ทำงาน ให้เหมาะกับเรา

  • จัดลำดับความสำคัญในการวางอุปกรณ์บนโต๊ะ โดยของใช้ประจำควรวางไว้ใกล้ตัวทางด้านหน้า เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครื่องเขียน เพื่อให้ง่ายต่อการหยิบจับ ส่วนของใช้ไม่ประจำวางไว้ด้านข้างซ้ายบ้างขวาบ้าง เช่น กล่องเก็บแฟ้มหรือถังขยะ และพยายามหมั่นสลับตำแหน่งเพื่อให้ร่างกายไม่ทำงานหนักข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไป
  • ปรับระดับเก้าอี้ ให้เหมาะกับตัวเราและตำแหน่งโต๊ะ โดย
  • ปรับที่วางแขนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเทียบตำแหน่งขณะนั่ง ให้ข้อศอกวางตรงกับข้อไหล่และตั้งฉากกับแขนพอดี แขนวางอยู่ในตำแหน่งที่พอดีกับโต๊ะทำงาน ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบ่า ให้ไม่ต้องเกร็งยกบ่าอยู่ตลอด
  • ปรับเบาะรองนั่งอยู่ในระดับที่เหมาะสม เทียบตำแหน่งเบาะนั่งให้ตรงกับข้อพับเข่าในท่ายืนตรง จากนั้นปรับเบาะนั่งขึ้นลงให้ตรงกับข้อพับเข่าของเรา เพื่อให้เท้าวางติดพื้นได้พอดี ไม่ต้องนั่งเขย่งเท้าให้กล้ามเนื้อน่องตึง เสี่ยงเจ็บเอ็นร้อยหวาย
  • ปรับพนักพิงให้เหมาะกับสรีระ โดยเก้าอี้นั่งที่ดี ควรจะมีส่วนเว้าโค้งเพื่อรองรับน้ำหนักกระดูกสันหลังส่วนล่าง เมื่อนั่งแล้วพนักพิงแนบชิดติดได้ทั้งแผ่นหลัง
  • ปรับที่รองคอให้เหมาะกับสรีระ โดยปรับให้อยู่ในระดับที่ประคองกระดูกต้นคอให้ตรง ไม่หมุนมากจนทำให้อยู่ในท่าก้มหรือเงยคอขึ้น

 

เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยให้เราห่างไกลจากอาการปวดเมื่อย และที่สำคัญไม่ควรนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ และควรลุกขึ้นยืน เดิน ขยับร่างกาย เปลี่ยนอิริยาบถ อย่างน้อย 5-10 นาทีทุก ๆ 50 นาที

จัดโต๊ะทำงานให้พร้อม  จะได้ไม่ง้อ Work From Bed

สุดท้ายถ้าหากไม่อยากให้ร่างกายพบกับความเสี่ยง อาการบาดเจ็บ หรือปวดเมื่อยจากพฤติกรรมการทำงานที่ผิดท่าทางและไม่เหมาะสม ก็ควรปรับเปลี่ยนวิถี Work From Bed ก่อนที่มันจะสายเกินไป เพราะอาการบาดเจ็บนั้นไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หากเป็นแล้วไม่ได้รักษาเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วจบ

เพิ่มความอุ่นใจให้กับการใช้ชีวิตที่เหมาะสำหรับทุกเจเนเรชัน ด้วยแผนความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุม คุ้มครองทั้ง โรคโควิด 19 การแพ้วัคซีนโควิด 19 โรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง หากเจ็บป่วยขึ้นมา ก็สามารถเข้าพักรักษาได้ทุกโรงพยาบาล เลือกวงเงินความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 200,000 – 100,000,000 บาท ต้องการแบบไหนก็เลือกได้  ดูแลสุขภาพยาว ๆ สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11 – 80 ปี จนถึงอายุ 99 ปี* เลือกประกันสุขภาพแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ คลิก หรือ โทร.1766

 

*สำหรับความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์ และ ดีเฮลท์

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ใหม่เท่านั้น
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • ความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติมเนื่องจากผลกระทบหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิค 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด รับความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 11 พ.ค.- 31 ธ.ค 2564
  • การปรับลดระยะเวลารอคอย (Waiting Period) เหลือ 14 วัน สำหรับการติดเชื้อโรคโควิด 19 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเริ่มตั้งแต่ 28 พ.ค. - 31 ธ.ค. 2564
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 20/08/64

 

🔖 Sanook (ข้อมูล ณ วันที่ 01/06/64)

 

🔖 สสส. (ข้อมูล ณ วันที่ 25/05/64)

 

🔖 Brand Inside (ข้อมูล ณ วันที่ 09/03/64)

 

🔖 กรุงเทพธุรกิจ (ข้อมูล ณ วันที่ 19/05/64)

 

🔖 ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล (ข้อมูล ณ วันที่ 16/07/64)

 

🔖 สสส. (ข้อมูล ณ วันที่ 16/03/64)

 

🔖 TU Ergonomics

Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์

ประกันสุขภาพที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน รายละเอียดน้อยแต่คุ้มครองเยอะ

ประกันสุขภาพดีๆ ที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เพราะเหมาจ่ายวงเงินเดียวสูงสุด 5 ล้านบาท* เงื่อนไขน้อยแต่คุ้มครองเยอะ

ประกันสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์

คุ้มครองสูง ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพ

ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพ ด้วยความคุ้มครองสูงตั้งแต่ 20-100 ล้านบาท/ปี ในราคาเบี้ยเข้าถึงง่าย คลอบคลุมโรคร้ายแรงและการไปรักษาต่างประเทศ(2)

ประกันสุขภาพ

โครงการ ดี คิดส์

ดี คิดส์ เพื่อลูกน้อย / ดี คิดส์ จุดเริ่มต้นของการดูแล

เพราะวัยเด็กคือจุดเริ่มต้นของพัฒนาการที่สำคัญ มอบความคุ้มครองเรื่องสุขภาพให้ลูกน้อยตั้งแต่เริ่มต้น เพิ่มความอุ่นใจให้พ่อแม่ยามลูกเจ็บป่วย

ประกันสุขภาพ

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า

สร้างสวัสดิการสุขภาพให้ตัวเองง่าย ๆ พร้อม แบ่งจ่ายรายเดือนได้

ไม่มีสวัสดิการก็ยังอุ่นใจตั้งแต่บาทแรก คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 500,000 บาทต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง* เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล พร้อมค่าห้องเพิ่มอีกวันละ 4 พันบาท*

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ