สังคมปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง อัตราการว่างงานก็เพิ่มมากขึ้น ทำให้มนุษย์เงินเดือนโหมทำงานหนักจนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพ ซึ่งการทำงานหนักเกินไป ก็เป็นสาเหตุทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดโรคร้ายอย่างที่มนุษย์เงินเดือนคงคาดไม่ถึงว่าพฤติกรรมการทำงานของตัวเองจะนำไปสู่โรคร้ายได้ แม้บางคนจะมองหาประกันชีวิตและสุขภาพเพื่อช่วยลดความเสี่ยงยามเจ็บป่วย แต่หากเริ่มดูแลตัวเองแต่เนิ่นๆ จากโรคร้ายก็อาจเป็นแค่เจ็บป่วยธรรมดาได้ มาดูกันว่าโรคอะไรบ้างที่จะถามหาหากเราทำงานหนักจนเกินไป

1. โรคมะเร็ง

1. โรคมะเร็ง

ใครจะคิดว่า แค่ทำงานหนักก็ป่วยเป็นมะเร็งได้ แต่เชื่อเถอะว่าโรคทุกอย่างต้องมีสาเหตุ โดยเฉพาะมะเร็งที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น พันธุกรรม อาหาร ความเครียด บุหรี่ พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการได้รับสารก่อมะเร็งทุกวัน ซึ่งนอกจากความเสี่ยงในการส่งต่อทางพันธุกรรมแล้วหลายคนอาจสบายใจว่าไร้ความเสี่ยง เพราะครอบครัวไม่มีประวัติป่วยโรคมะเร็ง แต่อย่าลืมว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตเรานี่แหละที่เป็นตัวเร่งในการก่อโรคร้าย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มุ่งแต่งานจนไม่สนใจดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะอาหารการกินที่อาจเอาง่ายเข้าว่าเพื่อความรวดเร็ว ซึ่งอาหารเหล่านั้นอาจมีสิ่งปนเปื้อนและส่วนประกอบที่ก่อให้เกิดโรค เช่น อาหารปิ้งย่าง ของมัน ของทอด อาหารหมักดอง หรือความเครียดสะสมจากงานหนัก เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้น จะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถขจัดสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ความเครียดจะทำให้เป็นมะเร็งได้เสมอไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความเครียดด้วย โดยมะเร็งที่พบมากในประเทศไทย คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ มะเร็งปอด

1. โรคมะเร็ง

2. โรคหัวใจ

2. โรคหัวใจ

ชนิดของโรคหัวใจ

  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่เกิดจากไวรัส
  • โรคลิ้นหัวใจพิการจากไข้รูมาติก
  • โรคลิ้นหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • โรค หรือความพิการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ

สาเหตุของการเกิดโรคหัวใจนั้นมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจพัฒนาไปสู่การเป็นโรคหัวใจได้ เช่น กรรมพันธุ์ หัวใจผิดปกติตั้งแต่กำเนิด  การสูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอล เบาหวาน การนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ดังนั้น ควรใช้ชีวิตอย่างสมดุลไม่มากไปไม่น้อยไป ควรแบ่งเวลาไปดูแลสุขภาพ เมื่อเริ่มมีความเครียดควรผ่อนคลายโดยการหาอะไรทำคั่นเวลา เพื่อลดโอกาสการเกิดโรค เพราะอย่าลืมว่าหากร่างกายทรุดโทรมมีโรคภัยแล้วจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปทำงานหาเงินมาดูแลตัวเอง....

2. โรคหัวใจ

3. โรคเส้นเลือดในสมองแตก หรือ โรคหลอดเลือดสมอง

3. โรคเส้นเลือดในสมองแตก หรือ โรคหลอดเลือดสมอง

เมื่อมีเรื่องเครียดคนมักชอบพูดว่า “เครียดจนเส้นเลือดสมองจะแตกแล้ว” ไม่ใช่พูดเล่นๆ เพราะสาเหตุของโรคหลอดเลือดในสมองนั้นมักเกิดจาก ความเครียด พักผ่อนน้อย ไม่ได้ออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่จัด ก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ทั้งนั้น โดยโรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะที่หลอดเลือดเสื่อมหรือมีไขมันในเลือดมากเกินไป ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดการอุดตัน เสี่ยงต่อการตีบ ตัน แตก ได้ง่าย บางท่านอาจชะล่าใจว่าโรคนี้มักพบบ่อยในผู้สูงอายุ วัยทำงานมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ไม่น่าจะมีความเสี่ยง แต่ปัจจุบันความเชื่อแบบนี้ใช้ไม่ได้แล้วเพราะหากยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อโรคแบบนี้ ไม่ค่อยดูแลสุขภาพ ดังนั้น ไม่ว่าจะวัยไหนๆ โรคร้ายก็มาเยือนได้ไม่ต่างกัน และหากพบว่ามีอาการผิดปกติ สงสัยว่าตัวเองมีความเสี่ยงควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ

3. โรคเส้นเลือดในสมองแตก หรือ โรคหลอดเลือดสมอง

4. โรคเบาหวาน

4. โรคเบาหวาน

หลายท่านอาจสงสัยว่าทำงานหนักทำไมถึงเสี่ยงโรคเบาหวาน? แน่นอนว่าสาเหตุที่เห็นได้ชัดคือพฤติกรรมการรับประทานของหวาน ของมัน ของทอด โดยเฉพาะเมื่อทำงานหนัก เกิดความเครียดร่างกายต้องการของหวานมาเติมเต็ม เพราะว่าอาหารสามารถช่วยบรรเทาความเครียดได้ แล้วทำไมเมื่อเกิดความเครียดคนเราถึงอยากของหวานๆ นั่นเป็นเพราะของหวานหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูงจะสามารถช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีน ที่จะหลั่งออกมาในเวลาที่คุณรู้สึกเครียด เมื่อคุณเครียดมากจึงกินมากขึ้นเพื่อลดความเครียดนั้น ซึ่งวิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นแถมยังทำลายสุขภาพเป็นอย่างมาก

ดังนั้น สาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานในมนุษย์เงินเดือนจึงอยู่ใกล้ตัวเป็นอย่างมาก ทั้งการทานของหวานๆ ขาดการออกกำลังกาย ไม่ควบคุมน้ำหนัก และหากป่วยเป็นโรคเบาหวานแล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่สภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ก่อนที่จะสายเกินไปควรเริ่มใส่ใจในการดูแลสุขภาพให้มากขึ้น

4. โรคเบาหวาน

ดังนั้น หากไม่อยากให้ “โรคที่เกิดจากการทำงานหนัก” เหล่านี้มาคุกคามชีวิตมนุษย์เงินเดือน ควรเริ่มใส่ใจในการดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยจากโรคร้ายเหล่านี้ แต่หากอยากเพิ่มความอุ่นใจด้วยการหาตัวช่วยลดความเสี่ยงด้วยการเลือกซื้อประกันชีวิตและสุขภาพ เมืองไทยประกันชีวิตก็ได้ออกแบบ สัญญาเพิ่มเติม ซีไอ เพอร์เฟ็ค แคร์ ที่ให้ความคุ้มครองเป็นเงินก้อนเมื่อตรวจเจอโรคร้ายแรง 36 โรค เช่น โรคมะเร็ง โรคกล้ามเนื้อหัวใจ เนื้องอกในสมอง ชนิดไม่ใช่มะเร็ง เป็นต้น หรือสามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ ได้ ที่ครอบคลุมทั้งการรักษาโรคระบาดตามฤดูกาล โรคทั่วไป และโรคร้ายแรง รักษาต่อเนื่องยาว ๆ จนถึงอายุ 99 ปี ด้วยความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่  20-100 ล้านบาทต่อปี และยังจ่ายเบี้ยประกันสบาย ๆ ให้คุณคลายกังวลทุกความเสี่ยงของเรื่องสุขภาพ

หมายเหตุ

  • สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพอีลิท เฮลท์ ต้องซื้อแนบท้ายกับกรมธรรม์ใหม่เท่านั้น
  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • เบี้ยประกันสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

ที่มา : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ที่มา : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล

Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันชีวิตและโรคร้ายแรง

สัญญาเพิ่มเติม ซีไอ เพอร์เฟ็ค แคร์

ดูแลโรคร้ายต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

เบาใจเพราะเราดูแล 36 โรคร้ายแรงตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและดูแลต่อเนื่อง รับเพิ่มเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน หรือผ่าตัดขยายหลอดเลือดแดงหัวใจ

ประกันชีวิตและสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์

ความคุ้มครองสุขภาพแบบครบวงจร

ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพ ด้วยความคุ้มครองสูงตั้งแต่ 20-100 ล้านบาท/ปี ในราคาเบี้ยเข้าถึงง่าย คลอบคลุมโรคร้ายแรงและการไปรักษาต่างประเทศ(2)

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ