เคยสังเกตตัวเองหรือไม่ ว่ามีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำร้ายสุขภาพกันแค่ไหน เพราะบางคนอาจจะทำจนเคยชินและยังไม่เห็นผลเสีย แต่การทำพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพเหล่านี้อยู่บ่อย ๆ  เช่น กินอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นประจำ นอนหลับพักผ่อนไม่เพียง หรือการไม่ออกกำลังกาย ไม่ยอมขยับเขยื้อน ฯลฯ ก็อาจเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัวและสะสมเป็นโรคในที่สุด แล้วทำแบบไหนถึงจะพอดี ไม่ทำร้ายสุขภาพ ลองมาเรียนรู้ไปด้วยกันกับเมืองไทยประกันชีวิต

นอนน้อยกว่า 6 ชม. เสี่ยงโรคร้าย อายุสั้นลง

นอนน้อยกว่า 6 ชม. เสี่ยงโรคร้าย อายุสั้นลง

ไม่น่าเชื่อว่าการนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงจะทำให้สะสมเป็นโรคร้ายได้ เพราะหลายคนเคยชินกับการนอนดึก ตื่นเช้า หรือคิดว่าการนอนนาน ๆ อาจทำให้เสียเวลาได้ แต่หลังจากนี้ควรเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อนสุขภาพในระยะยาวกันได้แล้ว เพราะจากการศึกษาพบว่า การนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงเป็นประจำ จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิด โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน และส่งผลกระทบทางจิตรุนแรงขึ้น ทำให้อายุขัยสั้นลง มีความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน เพราะการอดนอนจะทำให้ระดับเลปตินลดลง (สารเคมีที่ทำให้รู้สึกอิ่ม) และเพิ่มระดับของเกรลิน (ฮอร์โมนกระตุ้นความหิว) ทำให้หิวมื้อดึก 

ซึ่งการนอนหลับให้ได้คุณภาพ และดีต่อสุขภาพมากที่สุด คือ

 

  • ควรนอนให้ได้ 7 – 8 ชั่วโมง และแต่ละวัยความต้องการเวลานอนจะไม่เท่ากัน โดยชั่วโมงการนอนของเด็ก คือ 11 – 13 ชั่วโมง และของผู้ใหญ่ คือ 7 – 8 ชั่วโมง
  • หลับอย่างมีคุณภาพ คือ ครบวงจรทุกระยะการหลับ ทั้งหลับตื้น (หลับแต่ยังไม่มีการฝัน) หลับลึก (เป็นช่วงหลับสนิทที่สุดของการนอนใช้เวลา 30 – 60 นาที) และหลับฝัน (ร่างกายจะได้พักผ่อน แต่สมองจะยังตื่นตัวอยู่) ให้ครบทุกระยะเพราะมีความสัมพันธ์กัน

 

ดังนั้น การนอนหลับที่ดีต้องได้ทั้งชั่วโมงการนอนและคุณภาพการหลับด้วย

 

ที่มา : ข่าวสด (ข้อมูล ณ วันที่ 05/11/64)
โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

นอนน้อยกว่า 6 ชม. เสี่ยงโรคร้าย อายุสั้นลง

คนไทยกินอาหารฟาสต์ฟู้ดมากถึง 61% เสี่ยงป่วยโรค NCDs

คนไทยกินอาหารฟาสต์ฟู้ดมากถึง 61% เสี่ยงป่วยโรค NCDs

อาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นอาหารที่คนไทยนิยมกินมานาน โดยเฉพาะปัจจุบันมีแอปพลิเคชัน Food Delivery ผุดขึ้นมามากมาย จึงทำให้การสั่งอาหารเป็นเรื่องง่ายมากกว่าเดิม ยิ่งในช่วงสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้ยอดสั่งอาหารออนไลน์เพิ่มสูงมากขึ้น ซึ่งจากรายงานสุขภาพคนไทย 2563 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า มีการสั่งอาหารฟาสต์ฟู้ด เช่น ไก่ทอด เบอร์เกอร์ และพิซซ่า มากถึง 61% ถึงแม้อาหารจานด่วนอย่างฟาสต์ฟู้ดจะสั่งง่าย มีรสชาติอร่อยแต่ก็แฝงไปด้วยอันตราย เพราะอาหารฟาสต์ฟู้ดมีคลอเรสเตอรอลสูง เสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ฯลฯ ดังนั้น การกินอาหารที่มีประโยชน์ก็จะช่วยลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยได้ เช่น กินอาหารแบบ 2:1:1 ผัก 2 ส่วน ข้าวหรือแป้ง 1 ส่วน และเนื้อสัตว์ 1 ส่วน ลดอาหารหวาน มัน เค็ม ควบคู่ไปกับการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


ที่มา : Hfocus (ข้อมูล ณ วันที่ 22/06/63)

คนไทยกินอาหารฟาสต์ฟู้ดมากถึง 61% เสี่ยงป่วยโรค NCDs

คนไทยออกกำลังกายลดลงเหลือเพียง 55%

คนไทยออกกำลังกายลดลงเหลือเพียง 55%

ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าการดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง หนึ่งในนั้นก็คือการออกกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้คนไทยที่เคยมีกิจกรรมทางกาย 74.6 เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือเพียง 55 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้เพิ่มอัตราความเสี่ยงที่อาจเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน มะเร็งในเต้านม (ผู้หญิง) และมะเร็งในลำไส้ใหญ่ ทั้งนี้ การเสียชีวิตจากมะเร็งในลำไส้ใหญ่นั้น 18.7% เกิดจากการไม่ออกกำลังกาย (สูงกว่าโรคหัวใจที่ 10.5%) ดังนั้น เราจึงควรออกกำลังกายให้ได้ 3 - 5 วันต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องนานครั้งละ 20 - 60 นาที จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ของระบบหัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อ หรือการมีกิจกรรมทางกาย เช่น ทำงานบ้าน การแกว่งแขน หรือการเดิน ก็ถือว่ามีผลดีต่อสุขภาพ เพราะช่วยลดโรค และยังช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินในร่างกายได้อีกด้วย


ที่มา : สยามรัฐ (ข้อมูล ณ วันที่ 09/09/63)
กรุงเทพธุรกิจ, กรุงเทพธุรกิจ (ข้อมูล ณ วันที่ 12/08/64)

คนไทยออกกำลังกายลดลงเหลือเพียง 55%

เพราะพฤติกรรมที่เคยชินอาจเป็นการสะสมโรคร้ายได้ในอนาคต การมีประสุขภาพที่ตอบโจทย์จะช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลคุณได้ยามเจ็บป่วยผ่านประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายจากเมืองไทยประกันชีวิต ที่พร้อมพัฒนาเพื่อคุณในทุกวัน ด้วยแผนประกันสุขภาพที่ให้คุณเลือกได้ตามความต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท คุ้มครองทั้งโรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป โรคเก่าที่วนมาเกิดซ้ำได้ หรือโรคอุบัติใหม่ ก็มั่นใจได้  ครอบคลุมเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย รวมถึงอายุรับประกันสูงสุด 80 ปี ดูแลต่อเนื่องยาว ๆ สูงสุดถึงอายุ 99 ปี พร้อมใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 25,000 บาท


Step ahead, Step ไปกับเมืองไทยประกันชีวิต ฝากสุขภาพของคุณให้กับคนที่พร้อมพัฒนาเพื่อคุณ

 

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพ

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า

สร้างสวัสดิการสุขภาพให้ตัวเองง่าย ๆ พร้อม แบ่งจ่ายรายเดือนได้

ไม่มีสวัสดิการก็ยังอุ่นใจตั้งแต่บาทแรก คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 500,000 บาทต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง* เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล พร้อมค่าห้องเพิ่มอีกวันละ 4 พันบาท*

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ