โรคเบาหวาน ภัยเงียบที่ไม่หวานอย่างชื่อ แถมยังเป็นได้กับคนทุกเพศทุกวัย หากเป็นเบาหวานแล้วจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนมากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคตา โรคของระบบประสาท รวมถึงโรคของหลอดเลือดส่วนปลาย ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสี่ยงเป็นเบาหวานนั้นมาจากอาหารที่เรากินในแต่ละวันนั่นเอง ยิ่งมีนิสัยจบทุกมื้อด้วยของหวาน ทั้งขนม ชานม เป็นออฟชั่นเสริมทุกครั้งยิ่งแย่ไปใหญ่ ถ้าไม่อยากป่วยเป็นเบาหวานต้องลดความหวานลงบ้าง และเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับผู้ที่เป็นเบาหวานก็จะดีที่สุด

ทำความรู้จัก “เบาหวาน” ภัยเงียบที่อาการไม่เบาอย่างชื่อ

ทำความรู้จัก “เบาหวาน” ภัยเงียบที่อาการไม่เบาอย่างชื่อ

เป็นเบาหวานหรือไม่นั้น แพทย์จะวินิจฉัยได้จากระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากงดอาหาร ถ้าปกติระดับน้ำตาลจะน้อยกว่า 100 มก./ดล. ถ้าอยู่ระหว่าง 100-125 มก./ดล. ถือเป็นภาวะที่มีความเสี่ยงแต่ยังไม่เป็นเบาหวาน หรือเราเรียกภาวะนี้ว่าเป็นเบาหวานแฝง แต่ถ้าเกิน 126 มก./ดล. จะจัดว่าเป็นเบาหวานแล้ว โดยผู้ที่เป็นเบาหวานจะมีอาการปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน หิวน้ำบ่อย กินจุแต่น้ำหนักลด ผิวแห้ง เมื่อเป็นแผลแล้วหายยาก มีอาการตาพร่ามัว ชาปลายมือปลายเท้า และหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หากใครมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาทันที ทั้งนี้ เบาหวานสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด คือ

  • เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากการขาดอินซูลินเนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถหลั่งอินซูลินได้เลย มักพบในเด็กและผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี
  • เบาหวานชนิดที่ 2 พบมากในคนส่วนใหญ่ เกิดจากการที่เซลล์ของร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายเหมือนขาดอินซูลินไประดับหนึ่ง ตับอ่อนจึงต้องสร้างอินซูลินออกมามากเกินไปและทำงานไม่ไหว โดยสาเหตุของภาวะดื้ออินซูลิน ได้แก่ พันธุกรรม ความอ้วน และการไม่ออกกำลังกาย
  • เบาหวานชนิดที่ 3 เป็นเบาหวานชนิดที่มีสาเหตุชัดเจน เช่น โรคตับอ่อนอักเสบ ตับอ่อนถูกตัด โรคที่มีเหล็กสะสมมากเกินไปในตับจนทำให้ตับเสียหาย การกินยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ การได้รับสารเคมี ความผิดปกติของฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต
  • เบาหวานชนิดที่ 4 เป็นเบาหวานที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ มักเกิดในผู้ที่ไม่มีประวัติเป็นเบาหวานมาก่อนตั้งครรภ์ เมื่อคลอดแล้วเบาหวานก็จะหายไป แต่เสี่ยงเป็นได้อีกในอนาคต
ทำความรู้จัก “เบาหวาน” ภัยเงียบที่อาการไม่เบาอย่างชื่อ

เบาหวาน กินอาหารยังไงดี?

เบาหวาน กินอาหารยังไงดี?

จริงๆ แล้ว อาหารที่เรากินในชีวิตประจำวันล้วนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตหรือมีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นข้าว แป้ง น้ำตาล ผัก ผลไม้ นม และผลิตภัณฑ์นม ซึ่งผู้ที่เป็นเบาหวานจำเป็นต้องควบคุมปริมาณให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยอาหารสำหรับผู้เป็นเบาหวานนั้นมีจุดประสงค์เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ พร้อมทั้งช่วยป้องกันความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานอีกด้วย โดยอาหารสำหรับผู้เป็นเบาหวานทั้งประเภทที่ 1 และ 2 ควรเลือกกิน มีดังนี้

  • ปลาที่มีกรดไขมันจำเป็น ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่าง DHA และ EPA หากกินเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้ เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาดีน ปลาทู ปลากะตัก หรือปลาไส้ตัน
  • ผักใบเขียว เช่น ปวยเล้ง คะน้า ตำลึง มะระขี้นก มะแว้งต้น หรือฟ้าทะลายโจร เป็นผักที่อุดมไปด้วยเกลือแร่และวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินซีซึ่งช่วยลดการอักเสบและลดระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารของคนเป็นเบาหวานและคนที่มีความดันโลหิตสูงได้
  • ไข่ อุดมไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามินบี กรดโฟเลต และกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยเพิ่มการตอบสนองต่ออินซูลิน ลดการอักเสบ และเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีในร่างกาย
  • เมล็ดเจีย super food ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ กรดไขมันโอเมก้า 3 คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิตในขณะหัวใจบีบตัว ลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดที่เป็นสาเหตุของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายและโรคหลอดเลือดสมองได้
  • ขมิ้น อุดมไปด้วยเคอร์คูมิน (Curcumin) สารสีเหลืองซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงช่วยลดการอักเสบและลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจด้วย
  • กรีกโยเกิร์ต มีสารโพรไบโอติก (Probiotics) ซึ่งดีต่อลำไส้ มีส่วนช่วยให้ระดับกลูโคสในเลือดลดลง มีผลต่อการตอบสนองต่ออินซูลิน และอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้เช่นกัน
  • ถั่ว ธัญพืชที่มีไฟเบอร์สูงและมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและไขมันชนิดที่ไม่ดีได้ด้วย

  • บร็อกโคลี่ เป็นผักชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างคาร์โบไฮเดรต แมกนีเซียม และวิตามินซี มีการศึกษาพบว่าอาจช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระในระหว่างกระบวนการเมตาบอลิซึมได้เช่นกัน

     

  • สตรอเบอร์รี่ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์ วิตามินซี โฟเลต โพแทสเซียม แมงกานีส และสารสีแดงอย่าง แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานอย่างโรคหัวใจได้

     

  • น้ำมันมะกอก มีกรดโอเลอิก (Oleic Acid) ที่ช่วยปรับปรุงระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์และไขมันชนิดที่ดี และยังมีโพลีฟีนอล (Pholyphenols) สารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ลดระดับไขมันชนิดที่ไม่ดี ลดระดับความดันโลหิต และปกป้องหลอดเลือดจากความเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

     

  • แอปเปิ้ลไซเดอร์ น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลที่อุดมด้วยกรดอะซิติก (Acetic Acid) หรือกรดน้ำส้ม ช่วยปรับปรุงการตอบสนองต่ออินซูลิน และยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

 

นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่มีความเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม ขนมอบ ของทอด น้ำมันปาล์ม หรืออาหารที่มีไขมันทรานส์สังเคราะห์ เช่น ขนมที่มีมาการีนเป็นส่วนประกอบ รวมถึงลดอาหารที่มีไขมันคอเลสเตอรอล เช่น อาหารประเภทผลิตภัณฑ์จากนม หรือเนื้อสัตว์ที่มีไขมันและโปรตีนสูงอย่างเครื่องในสัตว์ ไข่แดง และควรลดโซเดียมลงเพื่อควบคุมปริมาณของเหลวในร่างกาย ลดการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง เลือดข้น รวมทั้งหัวใจและไตทำงานหนัก โดยอาหารดังกล่าวจะทำให้เสี่ยงเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ลิ่มเลือดอุดตัน หรือภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้

เบาหวาน กินอาหารยังไงดี?

โรคเบาหวาน ภัยเงียบที่คนไทยป่วยเป็นอันดับต้นๆ การเลือกกินอาหารต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ ต้องเน้นแต่สารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และควรเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย หากยังกังวลว่าการดูแลสุขภาพและการควบคุมอาหารยังไม่ดีพอ ลองเพิ่มความคุ้มครองสุขภาพ Super Health ที่คุ้มครองครอบคลุม ทั้งโรคร้ายทุกระยะ โรคทั่วไป รวมถึงโรคระบาด สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11 - 80 ปี ดูแลต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี เข้าถึงการรักษาได้อย่างสบายใจเลือกความคุ้มครองได้ตามที่คุณต้องการ

  • จ่ายเบี้ยประกันเบาๆ คุ้มครอง 1 - 5 ล้านบาทต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง เลือก D Health
  • ต้องการความคุ้มครองสูง 20 - 100 ล้านบาทต่อปี เลือก Elite Health

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ใหม่เท่านั้น
  • สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ ดี เฮลท์  ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
  • การพิจารณารับประกันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

ข้อมูลจาก: โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ , โรงพยาบาลกรุงเทพPobpad

 
Tags:

Related Products

Health Insurance

D Health

Get it easily and be covered to the max!

Good and simple with lump sum coverage of up to 5 MB* This comes with few conditions but high coverage

Health Insurance

Elite Health

Comprehensive health coverage

For all health needs, with sum insured up to 20-100 MB/year and affordable premium. Critical illnesses and overseas treatments(2) are covered.

We use cookies to enhance your visit to our site and to bring you advertisements that might interest you. Read our Privacy Policy to learn how to manage cookies on this site.

Accept