เผลอแป๊บเดียวใกล้สิ้นปี 2564 กันแล้ว โควิด 19 ก็ยังไม่ไปไหน แต่ชีวิตยังต้องดำเนินเดินต่อและที่สำคัญภาษีของปี 2564 ก็ต้องเตรียมให้พร้อมเพื่อนำไปยื่นในปี 2565 ดังนั้นผู้มีรายได้ทุกคนอย่าลืมประเมินรายได้คำนวณอัตราการเสียภาษีของตัวเอง และมองหาตัวช่วยเพื่อขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกันด้วยล่ะ โดยเฉพาะการเลือกซื้อประกันที่หลายคนยังสงสัยอยู่ว่าประกันแบบไหน ถึงจะได้สิทธิลดหย่อนภาษี และสามารถนำไปลดหย่อนได้เท่าไร เงื่อนไขที่ควรสังเกตมีอะไรบ้าง เรามาดูไปพร้อม ๆ กัน

ประเภทของประกัน ที่ลดหย่อนภาษีได้

ประเภทของประกัน ที่ลดหย่อนภาษีได้

อย่างที่ทราบกันว่าการที่ผู้มีรายได้จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีผ่านประกันเป็นหนึ่งในมาตรการของภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีหลักประกันทางสังคมสำหรับตัวเองและครอบครัว นอกเหนือจากประกันสังคม และประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยประเภทประกันที่เราสามารถนำมาขอใช้สิทธิเพื่อลดหย่อนภาษีได้มีดังนี้

 

ประเภทของประกัน ที่ลดหย่อนภาษีได้

ประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท

ประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท

  ประกันชีวิต ประกันที่ให้ความคุ้มครองหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทจะจ่ายเงินตามทุนประกันที่ทำไว้แก่ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ เช่น สามีภรรยา บุคคลในครอบครัว เป็นต้น ซึ่งประกันชีวิตที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ, ประกันชีวิตแบบ Unit-Linked, ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term) เป็นต้น

 

เกณฑ์ลดหย่อนภาษี

  • ลดหย่อนภาษีได้ ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และหากรวมกับเงินฝากแบบมีประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • กรณีทำประกันชีวิตให้คู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ซึ่งต้องเป็นคู่ที่แต่งงานกันมาตลอดทั้งปี ไม่ได้เพิ่งแต่งปีนี้ สามารถลดหย่อนได้ ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
  • กรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • ถ้ามีการจ่ายเงินคืนเงินปันผลหรือผลตอบแทนระหว่างสัญญา จะต้องได้รับเงินคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันภัยรายปี ทั้งนี้ ถ้าได้รับเงินคืนตามช่วงระยะเวลา เช่น จ่ายคืนทุก 3 ปี หรือ 5 ปี ยอดเงินคืนจะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันภัยสะสมของแต่ละช่วงเวลา
  • ประกันชีวิต แบบ Unit-Linked สามารถลดหย่อนภาษีได้เฉพาะในส่วนของการประกันชีวิต ส่วนของการลงทุนไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
  • ต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย

 

ที่มา : Finnomena

ประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท

ประกันสุขภาพ
ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท

ประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท

  ประกันสุขภาพ เรียกได้ว่าเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่คอยดูแลค่ารักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่ายา ค่าหมอ และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ต่าง ๆ ระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยที่ไม่ต้องควักเงินเก็บเพื่อนำมาจ่ายเอง นอกจากนี้รู้หรือไม่ว่าเบี้ยประกันสุขภาพนั้นสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน ซึ่งแบบประกันที่สามารถนำไปใช้สิทธิได้มีดังนี้

 

  • แบบประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล อันเกิดจากการเจ็บป่วยและบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพ และการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
  • แบบประกันภัยอุบัติเหตุ เฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก
  • แบบประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical Illnesses)
  • แบบประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care)

เกณฑ์ลดหย่อนภาษี

  • ลดหย่อนได้ ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี
  • ประกันโควิดก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีในส่วนนี้ได้เช่นกัน
  • ประกันสุขภาพประเภท UDR (Unit Deducting Rider) ซึ่งเป็นประกันสุขภาพที่ซื้อพ่วงกับประกันชีวิตแบบ Unit-Linked ก็จะนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน แต่เฉพาะส่วนที่เป็นค่าธรรมเนียมเพื่อความคุ้มครองสุขภาพเท่านั้น
  • เมื่อรวมเบี้ยประกันสุขภาพเข้ากับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปและเงินฝากแบบมีประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • ต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย

ที่มา : Finnomena

ประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท

ประกันสุขภาพของบิดา มารดา
ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท

ประกันสุขภาพของบิดา มารดา ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท

  ประกันสุขภาพของบิดา มารดา ประกันที่ตอบโจทย์ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับพ่อแม่ของเรา หมดความกังวลกับค่ารักษา หากในยามที่ท่านเจ็บป่วย หรือไม่สบาย ยังมีประกันสุขภาพที่ช่วยคุ้มครองครอบคลุมการรักษา ไม่ส่งผลกระทบต่อเงินเก็บ และที่สำคัญเป็นอีกหนึ่งในประกันที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

เกณฑ์ลดหย่อนภาษี

  • เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา เราสามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี
  • บิดามารดามีรายได้ทั้งปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท
  • ต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย (บุตรบุญธรรมไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้)
  • ในกรณีที่ลูก ๆ ช่วยกันจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย การขอใช้สิทธิลดหย่อนจะถูกหารตามจำนวนพี่น้องที่ร่วมกันจ่าย เช่น หากมีพี่น้อง 3 คน ร่วมกันทำประกันสุขภาพให้บิดามารดา ลูกแต่ละคนจะขอใช้สิทธิลดหย่อนได้ไม่เกิน 5,000 บาท จากจำนวนเต็ม 15,000 บาท
  • ตัวเราเองหรือบิดา/มารดาท่านใดท่านหนึ่งจะต้องอยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษีนั้น
  • ถ้าคู่สมรสไม่มีรายได้ตลอดปีภาษีนั้น เราสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดาคู่สมรส มาใช้ลดหย่อนได้เช่นเดียวกัน

ที่มา : Finnomena

ประกันสุขภาพของบิดา มารดา ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท

ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท

ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท

  ประกันชีวิตแบบบำนาญ หนึ่งในประกันเพื่อการออมที่เน้นผลตอบแทนมากกว่าความคุ้มครอง ซึ่งหากใครอยากวางแผนถึงเงินเก็บในอนาคตของชีวิตหลังวัยเกษียณ ประกันชีวิตแบบบำนาญถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม และไม่ได้จ่ายคืนในระหว่างทางที่ทำเหมือนประกันออมทรัพย์ แต่จะเป็นการจ่ายคืนให้ในรูปแบบของ “เงินบำนาญ” ทุก ๆ ปี หรือทุก ๆ เดือน ตั้งแต่เริ่มเกษียณ (อายุ 55 ปีเป็นต้นไป) จนถึงอายุที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ ที่สำคัญเราสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญมาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย รายละเอียดมีดังนี้

 

เกณฑ์ลดหย่อนภาษี

 

  • ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
  • ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับประกันชีวิตแบบทั่วไป เราสามารถแบ่งเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญไปหักลดหย่อนแทนเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไปให้ครบ 100,000 บาท ก่อนได้ จากนั้นจึงนำเบี้ยประกันชีวิตส่วนที่เหลืออีก 200,000 บาท ไปหักลดหย่อนในเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
  • เมื่อรวมกับ RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ และ SSF ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • กรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • ต้องจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ กำหนดช่วงอายุการจ่ายเงินผลประโยชน์ตั้งแต่ 55-85 ปี หรือมากกว่านั้น และเราต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยครบก่อนได้รับผลประโยชน์
  • ต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย

ที่มา : Finnomena

ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท

เคล็ดลับซื้อประกัน เพื่อลดหย่อนภาษี

เคล็ดลับซื้อประกัน เพื่อลดหย่อนภาษี

ใกล้สิ้นปีหลายคนเลือกซื้อประกันเพราะมองถึงสิทธิในการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม ซึ่งไม่เป็นสิ่งที่ผิด แต่อีกจุดหนึ่งของการซื้อประกันที่เราไม่ควรมองข้ามคือความคุ้มครองที่เราจะได้รับคู่กับสิทธิลดหย่อนภาษีนั่นเอง โดยเคล็ดกับการเลือกซื้อประกันเพื่อการลดหย่อนภาษี ข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ มีดังนี้

 

  1. อย่าซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี แต่ให้ซื้อประกันเพราะจำเป็นต้องมีประกันไว้คุ้มครองกรณีต่าง ๆ
  2. อย่าซื้อประกันออมทรัพย์เพราะแค่คิดว่ามีเงินคืน แต่ให้ซื้อประกันแบบที่ตรงกับความจำเป็นและเหมาะกับตัวเอง
  3. อย่าดูผลตอบแทนเฉลี่ยจากเงินคืน แต่ให้ดูจากผลตอบแทนเฉลี่ยจริงวัดจากค่าเบี้ยที่จ่ายไปด้วยการคำนวณอัตราผลตอบแทนแบบ IRR หรืออัตราผลตอบแทนภายใน
  4. อย่าเลือกซื้อประกันเพราะจ่ายเบี้ยสั้นกว่า คิดว่าจะได้หมดภาระไว แต่รู้หรือไม่ว่าการจ่ายเบี้ยสั้นที่แพง บางครั้งประกันที่จ่ายเบี้ยในระยะยาวกว่า อาจมีเบี้ยรวมไม่ต่างกันมาก
  5. อย่าเลือกซื้อประกันแบบสัญญาสั้นดีกว่า เพราะจะได้เงินครบสัญญาเร็ว ๆ แต่ควรเลือกตามเป้าหมายหรือระยะเวลาที่จำเป็นกับตัวเองเป็นตัวตั้ง

 

นอกจากนี้เราต้องไม่ลืมคำนวณทุนประกันที่เหมาะสมกับฐานะ เพื่อให้เราสามารถจ่ายเบี้ยคุ้มครองได้ตลอดรอดฝั่ง โดยวิธีการคำนวณทุนประกันง่าย ๆ ให้ดูว่าเรามีรายรับรายจ่ายเท่าไหร่ และหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เราจะต้องมีทุนประกันคุ้มครองเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้ไม่เป็นภาระกับคนในครอบครัว

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

เคล็ดลับซื้อประกัน เพื่อลดหย่อนภาษี

สุดท้ายหลายคนน่าจะมีคำตอบในใจแล้วว่า ประกันแบบไหนถึงตอบโจทย์ความคุ้มครองและสามารถลดหย่อนภาษีให้แก่เราได้ด้วย ซึ่งหากอยากได้รับผลประโยชน์ต่าง ๆ เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงเรื่องของการเงิน เพิ่มความสุขให้กับการใช้จ่ายในบั้นปลายชีวิต อีกทั้งยังสามารถเลือกรับความคุ้มครองที่ตรงใจ ตรงกับเป้าหมายในอนาคตที่เราวางไว้ ขอแนะนำ โครงการเมืองไทย รีเทิร์น รีไทร์ ที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท ทั้งยังการันตีรายได้หลังเกษียณแม้ไม่ได้ทำงาน จ่ายเบี้ยสั้นเพียง 5 ปี ก็มีเงินบำนาญใช้ไปจนถึงอายุ 85 ปี ปีละ 20%(1) พร้อมคุ้มครองชีวิตในช่วงก่อนเกษียณสูงสุด 150%(2) รีไทร์อุ่นใจ เพราะได้รีเทิร์นแบบชัวร์ ๆ มีเงินใช้หลังเกษียณทุกปี

ซึ่งหากใครไม่อยากชำระเบี้ยเงินก้อนแบบรายปี ก็สามารถเลือกชำระในแบบรายเดือน หรืออีกทางเลือกที่น่าสนใจคือตอนนี้สามารถผ่อนค่าเบี้ย 0% สูงสุด 6 เดือน หรือแลกรับเงินเครดิตเงินคืนสูงสุด 14% ซื้อเลย !

(1) เป็น % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา

(2) เป็น % ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้ว

 

หมายเหตุ

  • โครงการเมืองไทย รีเทิร์น รีไทร์ เป็นชื่อทางการตลาด ของแบบประกันภัยเมืองไทย 8505 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) และสัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์การยกเว้นเบี้ยประกันภัยของผู้เอาประกันภัย
  • การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคาร กำหนด
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 06/10/64

🔖 Finnomena (ข้อมูล ณ วันที่ 24/04/64)

🔖 SET (ข้อมูล ณ วันที่ 24/04/64)

🔖 Finnomena (ข้อมูล ณ วันที่ 10/02/64)

🔖 กรุงเทพธุรกิจ (ข้อมูล ณ วันที่ 01/11/63)

🔖 SET (ข้อมูล ณ วันที่ 24/04/64)

Tags:

Related Products

Retirement

Muang Thai Return Retire Campaign

Happy retirement with the maximum of 520% annuity(1)

Pay premium for only 5 years and receive annuity after retirement of up to 520%(1), maximum tax deduction of 300,000 Baht and life coverage before retirement of up to 150%(2).

We use cookies to enhance your visit to our site and to bring you advertisements that might interest you. Read our Privacy Policy to learn how to manage cookies on this site.

Accept