Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

สายมูต้องรู้ ! เงินบริจาคแบบไหน ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า!

What Types of Donations an Get You Double Tax Deductions?

February 17, 2025

5 minutes

It's that time of year again for filing personal income tax returns. For single individuals earning over 120,000 Baht per year or other income types starting at 60,000 Baht per year, and for married couples earning over 220,000 Baht or other income types starting at 120,000 Baht per year, it’s time to file your taxes. You can do this either via paperwork or online. Today, let's explore what expenses can be used for tax deductions. For superstitious person and those who love making merit, don't miss out, as donations can give you double tax deductions. Let's see which types of donations qualify for double deductions!


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ


1. รายการลดหย่อนภาษีปี 2568 มีอะไรบ้าง?

2. เงินบริจาคแบบไหน ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า!

3. บริจาคอย่างไรให้ถูกหลักภาษี




รายการลดหย่อนภาษีปี 2568 มีอะไรบ้าง?


1. รายการลดหย่อนภาษีปี 2568 มีอะไรบ้าง?


เงินเดือนออกทุกเดือน เคยดูกันมั้ยว่าเราโดนหักภาษีกันไปเท่าไร? ใครที่ไม่เคยเช็กบอกเลยว่ากลับไปเช็กกันด่วน ๆ เพราะหากเอามาคำนวณดังนั้นควรวางแผนภาษีลดหย่อนกันตั้งแต่ตอนนี้ ซึ่งรายการลดหย่อนภาษีปี 2568 นี้แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้


ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว


  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว ผู้เสียภาษีสามารถใช้ค่าลดหย่อนส่วนตัวได้ 60,000 บาท โดยผู้เสียภาษีจะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนนี้ได้ทันทีที่ทำการยื่นแบบแสดงภาษีเงินได้ประจำปี (ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91)
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส กฎหมายกำหนดให้คู่สมรสสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 60,000 บาท มีเงื่อนไข คือ ต้องเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมายกำหนด คู่สมรส (สามีหรือภรรยา) ต้องเป็นผู้ไม่มีเงินได้ หรือรายได้ในปีนั้น ๆ ในกรณีที่สามีและภรรยามีเงินได้ทั้งคู่ กฎหมายอนุญาตให้ ยื่นภาษีรวมกันเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีคู่สมรสได้
  • ค่าลดหย่อนบุตร กฎหมายกำหนดเงื่อนไขการใช้สิทธิค่าลดหย่อนบุตร 2 ข้อ คือ บุตรชอบด้วยกฎหมายสามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรคนละ 30,000 บาท และหากมีบุตรคนที่ 2 ที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไปสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้คนละ 60,000 บาท สำหรับผู้ที่มีบุตรบุญธรรม หรือมีทั้งบุตรบุญธรรมและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุด 3 คน และจะต้องเป็นบุตรที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น  เงื่อนไขการใช้สิทธิค่าลดหย่อนบุตรบุตรจะต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี ในกรณีที่บุตรมีอายุ 21-25 ปี บุตรจะต้องศึกษาอยู่ในระดับปวส. ขึ้นไปเท่านั้น บุตรจะต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี (ยกเว้นกรณีเงินปันผล)
  • ค่าลดหย่อนพ่อแม่ กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่เลี้ยงดูพ่อแม่ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนพ่อแม่ได้คนละ 30,000 บาท โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติม คือ ต้องเป็นพ่อแม่ที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือพ่อแม่ที่แท้จริงเท่านั้นพ่อ-แม่จะต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี  
  • ค่าลดหย่อนผู้พิการ หรือทุพพลภาพ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้คนละ 60,000 บาท โดยมีเอกสารที่ต้องใช้เป็นหลักฐาน คือ บัตรประจำตัวผู้พิการ หรือใบรับรองแพทย์ เอกสารรับรองการเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูผู้ทุพพลภาพ (ลย.04)
  • ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาท และจะต้องเป็นค่าฝากครรภ์และคลอดบุตรที่จ่ายตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป โดยมีเงื่อนไข ต้องเป็นค่าฝากครรภ์ หรือคลอดบุตร ที่จ่ายให้กับสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน ในกรณีที่ท้องปีนี้ คลอดปีหน้า สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามปีที่จ่ายจริง แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 60,000 บาท


กลุ่มประกันสุขภาพและประกันชีวิต


  • ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีในกรณีที่จ่ายเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หรือ เงินฝากแบบมีประกันชีวิตในช่วงปีที่ผ่านมา สามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายตลอดทั้งปีมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุด 100,000 บาทจะต้องเป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองระยะเวลา 10 ปีขึ้นไป ที่ทำกับบริษัทประกันในประเทศไทยเท่านั้น
  • ประกันสุขภาพลดหย่อนภาษี ค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้มี 2 กรณี คือ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายมาตลอดทั้งปีจ่ายจริงแต่สูงสุด 25,000 บาท และเมื่อรวมกับค่าเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หรือเงินฝากแบบมีประกันชีวิต จะต้องสูงสุด 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุด 15,000 บาท และพ่อแม่จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องให้พ่อแม่มีอายุครบ 60 ปี
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนภาษี  ได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และสามารถใช้ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท และจะต้องเป็นประกันบำนาญที่มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ทำและจะต้องทำกับบริษัทประกันในประเทศไทยเท่านั้น
  • ค่าลดหย่อนประกันสังคม ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาทต่อปี ( ตามอัตราสมทบเงินประกันสังคมที่ 5% คำนวณจากเพดานที่ 15,000 บาท หรือสูงสุดไม่เกินเดือนละ 750 บาท )


กลุ่มการออมและลงทุน


  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องจ่ายภาษี ตามที่จ่ายจริงแต่เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000
  • กองทุนรวมเพื่อการออม SSF สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องจ่ายภาษี ตามที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 และมีเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ต้องถือหน่วยลงทุนไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ปี นับจากวันที่ซื้อกองทุน
  • กองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 30% ของเงินได้
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ /กบข/ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน  ใช้ลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องจ่ายภาษี ตามที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดปีละ 30,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุน RMF, กบข, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนสังเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน, เบี้ยประกันบำนาญ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท


กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ


กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ เป็นส่วนสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจ เช่น

  • ค่าลดหย่อนเที่ยวเมืองรอง 2567 ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท
  • ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท


กลุ่มเงินบริจาค


เงินบริจาคลดหย่อนภาษี ตามที่กฎหมายกำหนดลดหย่อนภาษี 2 เท่า คือ บริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา พัฒนาสังคม และสถานพยาบาลของทางราชการ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินที่บริจาคจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน และบริจาคลดหย่อนภาษีทั่วไป สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหัก ส่วนบริจาคพรรคการเมือง ลดหย่อนภาษี สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท



เงินบริจาคแบบไหน ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า


2. เงินบริจาคแบบไหน ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า


ทำแล้วได้บุญแถมยังได้ลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า กับสิทธิลดหย่อนภาษีด้วยการบริจาค ซึ่งเงินบริจาคที่ลดหย่อนภาษีได้พิเศษ โดยสามารถใช้เป็นค่าลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ เงินบริจาคพิเศษ สามารถเช็กว่าบริจาคที่ไหนลดหย่อนได้ 2 เท่าบ้าง แนะนำให้เข้าไปตรวจสอบรายชื่อองค์กรรับบริจาคที่เว็บไซต์สรรพากรได้เลย


บริจาคที่ไหน ได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่าบ้าง?


สถานศึกษา


  • ไม่ว่าเป็นโรงเรียนรัฐ โรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษา โดยจะต้องเป็นการบริจาคเพื่อใช้จ่ายสำหรับอาคารสถานที่ สื่อการเรียนการสอน และบุคลากร โดยจะต้องเป็นการบริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะลดหย่อนได้แค่เท่าเดียว 


สถานพยาบาลของทางราชการ


  • โดยทั่วไป ถ้าเป็นการบริจาคให้ “โรงพยาบาล” โดยตรง กรณีนี้จะลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า แต่ถ้าเป็นการบริจาคให้ “มูลนิธิโรงพยาบาล” กรณีนี้จะลดหย่อนภาษีได้เท่าเดียว แนะนำให้เช็กจากใบเสร็จที่ได้จะชัวร์สุด


หน่วยงานด้านกีฬาที่สังกัดสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย / กองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้ง / องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาเด็กเล็ก / สถานพักฟื้น บำบัด และฟื้นฟูเด็ก / กองทุนยุติธรรม / เงินบริจาคเพื่อคนพิการเพื่อการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ / สภากาชาด


  • สามารถลดหย่อน 2 เท่าได้ ต่อเมื่อบริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น
    หลักฐานที่ต้องเก็บในกรณีบริจาคได้แก่ ใบอนุโมทนาบัตร หรือใบเสร็จรับเงิน ที่มีข้อความระบุชื่อหน่วยงานที่บริจาคเงินให้ วันเดือนปีที่บริจาค ชื่อผู้บริจาค และจำนวนเงินที่บริจาค



 บริจาคอย่างไรให้ถูกหลักภาษี


3. บริจาคอย่างไรให้ถูกหลักภาษี


การบริจาคให้ถูกหลักภาษีเป็นเรื่องที่ผู้บริจาคหลายท่านให้ความสนใจ เพื่อให้เงินบริจาคของท่านได้ช่วยเหลือสังคมอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ซึ่งมีหลักเกณฑ์ง่าย ๆ ดังนี้


  • ตรวจสอบองค์กรผู้รับบริจาค ตรวจสอบว่าองค์กรที่ต้องการบริจาค เป็นองค์กรที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรให้สามารถลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ โดยทั่วไปองค์กรที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่ วัด มูลนิธิ สถานศึกษา โรงพยาบาลของรัฐ เป็นต้น
  • ขอหลักฐานการรับเงินบริจาค ทุกครั้งที่บริจาคเงิน ให้ขอหลักฐานการรับเงินบริจาคจากองค์กรนั้น ๆ โดยหลักฐานดังกล่าวควรมีรายละเอียดที่ชัดเจน เช่น ชื่อผู้บริจาค จำนวนเงินบริจาค วันที่บริจาค และชื่อองค์กรผู้รับบริจาค
  • เก็บหลักฐานการรับเงินบริจาคไว้ หลักฐานการรับเงินบริจาคเป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องเก็บรักษาไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ยื่นลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เมื่อถึงเวลายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก็สามารถนำเงินบริจาคที่ระบุไว้ในหลักฐานการรับเงินบริจาค มายื่นลดหย่อนภาษีได้ โดยทั่วไปจะสามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ


ได้รับข้อมูลกันไปแน่น ๆ ขนาดนี้แล้ว อย่าลืมเตรียมตัววางแผนลดหย่อนภาษีประจำปีภาษี 2568 กันด้วยนะ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับได้วางแผนทางด้านการเงินของเราด้วย ซึ่งนอกจากเงินบริจาคที่ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าแล้วบางรายการในการลดหย่อนภาษี เช่นประกันสุขภาพ ยังสามารถนำค่าเบี้ยไปลดหย่อนภาษี ได้สูงสุด 25,000 บาท อีกด้วย เลือกทำประกันสุขภาพเหมาจ่าย ที่ดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท 


รายละเอียดเพิ่มเติม 

☑️ โทร.1766 ตลอด ทุกวัน 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต 


  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 11/02/68

🔖 jobsdb

🔖 set

🔖 ฐานเศรษฐกิจ

Interesting Articles