Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

"ลูกไหนคืออะไร" รวมประโยชน์ของลูกไหนและข้อควรระวังที่หลายคนไม่รู้

"ลูกไหนคืออะไร" รวมประโยชน์ของลูกไหนและข้อควรระวังที่หลายคนไม่รู้

ลูกไหน ผลไม้สีแดงอมม่วงที่หลายคนคุ้นตา และชื่นชอบในรสชาติหวานอมเปรี้ยวสดชื่น แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากความอร่อยแล้ว ลูกไหน ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และคุณค่าทางโภชนาการที่สูงอีกด้วย และมีข้อควรระวังบางอย่างที่หลายคนมองข้าม วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกทุกเรื่องราวของ ลูกไหน คือ อะไร และ ประโยชน์ของลูกไหน ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ตั้งแต่ทำความรู้จักไปจนถึงเคล็ดลับการกินอย่างปลอดภัย


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ


1. ทำความรู้จัก “ลูกไหน” ให้มากขึ้น

2. ประโยชน์ของลูกไหนที่มากกว่าความอร่อย

3. ข้อควรระวังในการกินลูกไหนที่หลายคนอาจไม่รู้

4. ใคร “ไม่ควรกินลูกไหน” หรือควรกินอย่างระวัง?



ทำความรู้จัก “ลูกไหน”


1. ทำความรู้จัก “ลูกไหน” ให้มากขึ้น


ลูกไหน (Plum) คือผลไม้ในตระกูล Prunus ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับพีช อัลมอนด์ และเชอร์รี่ มีต้นกำเนิดในประเทศจีน แต่ปัจจุบันมีการเพาะปลูกอย่างแพร่หลายทั่วโลก ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ลูกไหนกลายเป็นผลไม้ยอดนิยมที่หาซื้อได้ง่าย


  • ลักษณะเด่น ลูกไหนมีรูปทรงกลมรี ผิวเรียบเนียน มีหลายสีตั้งแต่แดง, ม่วง, ดำ ไปจนถึงเหลืองและเขียว เนื้อข้างในมีสีเหลืองอ่อนถึงส้ม มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวและฉ่ำน้ำ
  • สายพันธุ์ยอดนิยม
    • ลูกพรุน (Prune) คือลูกไหนที่นำไปอบแห้ง มีรสชาติหวานเข้มข้น และเป็นที่รู้จักกันดีว่าช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย
    • ลูกไหนสีแดง มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว เป็นที่นิยมนำไปรับประทานสด
    • ลูกไหนสีเหลือง มีรสชาติหวานกว่าและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
  • คุณค่าทางโภชนาการ ลูกไหนเป็นผลไม้แคลอรี่ต่ำ แต่เต็มไปด้วยสารอาหารสำคัญ เช่น วิตามิน A, วิตามิน C, วิตามิน K, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม และไฟเบอร์



ประโยชน์ของลูกไหน


2. ประโยชน์ของลูกไหนที่มากกว่าความอร่อย


ลูกไหนเป็นมากกว่าผลไม้กินเล่น เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน


1. ช่วยในการขับถ่าย ลูกไหนและโดยเฉพาะลูกพรุน มีปริมาณไฟเบอร์สูง รวมถึงสาร ซอร์บิทอล (Sorbitol) ที่เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ มีคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ลดอาการท้องผูก

2. บำรุงหัวใจและหลอดเลือด สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม โพลีฟีนอล (Polyphenols) ในลูกไหนช่วยลดการอักเสบและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ นอกจากนี้ โพแทสเซียมยังช่วยควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ

3. ชะลอวัยและบำรุงผิวพรรณ วิตามิน C และสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวพรรณดูสดใสและอ่อนเยาว์

4. เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ลูกไหนอุดมไปด้วยวิตามิน K และแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยในการสร้างและบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

5. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แม้ว่าจะมีรสหวาน แต่ลูกไหนมีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) ต่ำ และมีไฟเบอร์สูง จึงช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่มากขึ้น

6. บำรุงสายตา ลูกไหนมีวิตามิน A และ เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) ที่ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา ป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับจอประสาทตา


เปรียบเทียบ “ลูกไหนสด” กับ “ลูกพรุนอบแห้ง” เลือกแบบไหนดี?


คุณสมบัติ

ลูกไหนสด

ลูกพรุนอบแห้ง

ปริมาณน้ำตาล

มีน้ำตาลต่ำกว่า

มีน้ำตาลสูงกว่ามาก เนื่องจากน้ำถูกดึงออกไป

ปริมาณไฟเบอร์

มีไฟเบอร์สูง

มีไฟเบอร์สูงกว่าลูกไหนสดในปริมาณที่เท่ากัน

พลังงาน (แคลอรี่)

แคลอรี่ต่ำกว่า

แคลอรี่สูงกว่ามาก จึงต้องจำกัดปริมาณในการกิน

วิตามินและแร่ธาตุ

วิตามิน C สูง

วิตามิน K และสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นกว่า

การนำไปใช้

เหมาะสำหรับกินสด, ทำสมูทตี้, สลัด

เหมาะสำหรับกินเป็นของว่าง, ทำเบเกอรี่, ใส่ในซีเรียล


สำหรับผู้ที่อยากเพิ่มลูกไหนในมื้ออาหาร แต่ลังเลว่าจะเลือกแบบไหนดี ลองมาดูข้อเปรียบเทียบระหว่างลูกไหนสดกับลูกพรุนอบแห้งกัน


หากคุณต้องการผลไม้ที่สดชื่น แคลอรี่ต่ำ และมีวิตามิน C สูง ลูกไหนสด คือตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณต้องการเน้นเรื่องการขับถ่ายและได้ไฟเบอร์ในปริมาณมาก ลูกพรุนอบแห้ง ก็ตอบโจทย์ แต่ต้องกินในปริมาณที่เหมาะสม



ข้อควรระวังในการกินลูกไหน


3. ข้อควรระวังในการกินลูกไหนที่หลายคนอาจไม่รู้


แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่การกินลูกไหนก็มีข้อควรระวังที่ควรใส่ใจ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์


  • ระวังปริมาณน้ำตาล แม้ลูกไหนจะมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ แต่ก็ยังมีปริมาณน้ำตาลธรรมชาติอยู่บ้าง การกินในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะลูกพรุนอบแห้งที่มีน้ำตาลเข้มข้นกว่าลูกไหนสด
  • ระวังอาการท้องเสีย ด้วยคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อน ๆ ของซอร์บิทอล การกินลูกไหนในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องอืด หรือปวดท้องได้ ควรเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ และสังเกตอาการของตัวเอง
  • ระวังผู้ที่มีปัญหานิ่วในไต ลูกไหนมีสาร ออกซาเลต (Oxalate) ซึ่งเป็นสารที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานหากมีประวัติเป็นโรคนิ่วในไต
  • ระวังอาการแพ้ ถึงแม้จะไม่พบได้บ่อย แต่บางคนอาจมีอาการแพ้ลูกไหน เช่น ผื่นขึ้น, คัน, หรือมีอาการหายใจลำบาก หากมีอาการเหล่านี้ควรหยุดรับประทานทันที


4. ใคร “ไม่ควรกินลูกไหน” หรือควรกินอย่างระวัง?


แม้จะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรระมัดระวังในการรับประทานลูกไหน


  • ผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือควบคุมน้ำตาล ควรเลือกกิน ลูกไหนสด แทน ลูกพรุนอบแห้ง เพราะลูกพรุนมีน้ำตาลและแคลอรี่สูงกว่ามาก การกินในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลต่อน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือดได้
  • ผู้ที่มีปัญหาท้องเสียได้ง่าย ลูกไหนมีสารซอร์บิทอลซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย การกินมากเกินไปอาจทำให้อาการท้องเสียแย่ลงได้ ควรเริ่มจากปริมาณน้อยๆ และสังเกตอาการ
  • ผู้ป่วยโรคไต ลูกไหนมีปริมาณโพแทสเซียมสูง ซึ่งสำหรับผู้ป่วยโรคไตที่ไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกจากร่างกายได้ดี อาจทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อหัวใจและกล้ามเนื้อ ควรปรึกษาแพทย์และจำกัดปริมาณ
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นนิ่วในไต ลูกไหนมีสารออกซาเลต ซึ่งเป็นสารที่อาจทำให้เกิดนิ่วในไตสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว ควรจำกัดปริมาณและดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • เด็กเล็ก ควรให้กินลูกไหนในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะการกินมากเกินไปอาจทำให้เด็กท้องเสียหรือปวดท้องได้ และควรระมัดระวังเมล็ดที่อยู่ข้างใน ซึ่งอาจทำให้สำลักได้


ลูกไหน คือผลไม้ที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไม่น่าเชื่อ ตั้งแต่ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ไปจนถึงการบำรุงหัวใจและกระดูก อย่างไรก็ตาม การกินอย่างพอเหมาะและระมัดระวังข้อควรระวังต่างๆ จะช่วยให้เราได้รับประโยชน์จากผลไม้ชนิดนี้ได้อย่างเต็มที่


ลองเพิ่มลูกไหนเข้าไปในมื้ออาหารประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกินสด ๆ ทำสมูทตี้ หรือใส่ในสลัด เพื่อสุขภาพที่ดีแบบง่าย ๆ ในทุกวันกันนะ  และอย่าลืมเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพอื่น ๆ เพิ่มด้วย เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร โรคร้ายจะมาเยือนตอนไหน โดยเฉพาะค่ารักษายามเจ็บป่วย การเตรียมตัวไว้ก่อน ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 2 แสน - 100 ล้านบาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา


รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน


  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 07/08/68

🔖 hfocus
🔖 มูลนิธิหมอชาวบ้าน
🔖 HDmall


Interesting article