Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

เช็กก่อนซื้อ ชัวร์ก่อนเคลม
วางแผน
ก่อนซื้อ
หาข้อมูล
ผลิตภัณฑ์
ประกันสุขภาพกับ MTL
ผ่านช่องทางต่างๆ
ซื้อ
แถลงข้อเท็จจริง
ในใบสมัคร
ประกันสุขภาพ
เริ่มมีผลคุ้มครอง
ป่วยในช่วง
ระยะเวลารอคอย
เคลม
จ่ายเบี้ย / ต่ออายุ
วางแผน
ก่อนซื้อ
หาข้อมูล
ผลิตภัณฑ์
ประกันสุขภาพกับ MTL
ผ่านช่องทางต่างๆ
แถลงข้อเท็จจริง
ในใบสมัคร
ประกันสุขภาพ
เริ่มมีผลคุ้มครอง
ป่วยในช่วงระยะเวลารอคอย
เคลม
จ่ายเบี้ย / ต่ออายุ


วางแผนก่อนซื้อ
    การเลือกประกันสุขภาพที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วย แต่ยังช่วยให้คุณอุ่นใจในระยะยาว ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณาประเด็นสำคัญเหล่านี้
1. ประเมินความเสี่ยงภาวะสุขภาพของตัวเองและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต
  • คุณมีโรคประจำตัวหรือไม่ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบหืด ฯลฯ
  • ลักษณะการใช้ชีวิตของคุณเสี่ยงหรือไม่ เช่น ทำงานหนัก นอนน้อย ออกกำลังกายน้อย
  • มีประวัติโรคในครอบครัวหรือไม่ ที่อาจมีผลในอนาคต
  • อายุของคุณเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะเบี้ยประกันภัยจะสูงขึ้นตามอายุ
2. ศึกษารายละเอียดเงื่อนไขแบบประกันสุขภาพเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครอง
  • IPD: ค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยใน (นอนโรงพยาบาล)
  • OPD: ค่ารักษากรณีผู้ป่วยนอก (ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล)
  • ค่าห้องและค่าอาหารต่อวัน
  • ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน
  • ค่าผ่าตัดและหัตถการต่าง ๆ
  • ค่าคลอดบุตร (ในกรณีที่ต้องการ)
  • ค่าชดเชยต่าง ๆ
3. ดู Budget และความสามารถในการจ่ายในระยะยาว
การซื้อประกันสุขภาพไม่ใช่แค่การจ่ายเบี้ยประกันครั้งเดียว แต่เป็นการจ่ายอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ดังนั้นควรดูว่าเบี้ยประกันนั้นเหมาะสมกับรายได้และงบประมาณของเราหรือไม่ และต้องมั่นใจว่าเราสามารถจ่ายได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เป็นภาระทางการเงิน
สรุป
การซื้อประกันสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ แต่การสำรวจและวางแผนก่อนซื้อจะช่วยให้เราได้ประกันที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเรา

หาข้อมูลผลิตภัณฑ์
     การซื้อประกันสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะนี่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพและความมั่นคงในชีวิตของเราและครอบครัว ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรดูรายละเอียดหลัก ๆ ดังนี้
1. ความคุ้มครองและวงเงินค่ารักษา
ความคุ้มครองคือหัวใจของประกันสุขภาพ ควรตรวจสอบว่าแผนประกันนั้นครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น
  • ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาล
  • ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าผ่าตัด
  • การรักษาโรคเฉพาะทาง หรือโรคเรื้อรัง
  • การคุ้มครองโรคร้ายแรง (Critical Illness)
  • การรักษาต่างประเทศ (ถ้าจำเป็น)
  • วงเงินค่ารักษาต่อครั้งหรือต่อปี
เลือกแผนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความเสี่ยงด้านสุขภาพของเรา
2. ค่าเบี้ยประกัน
ค่าเบี้ยประกันคือจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายเป็นประจำ (รายปี) ควรเปรียบเทียบค่าเบี้ยกับความคุ้มครองที่ได้รับ และต้องมั่นใจว่าเราสามารถจ่ายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวโดยไม่เป็นภาระ
3. ข้อยกเว้นและเงื่อนไข
ทุกประกันสุขภาพมีข้อยกเว้นและเงื่อนไข เช่น โรคที่มีอยู่ก่อนแล้ว (โรคเก่า) อาจไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือมีระยะเวลารอคอยก่อนจะเคลมได้ ควรอ่านรายละเอียดให้เข้าใจก่อนซื้อ
4. ช่องทางซื้อประกันสุขภาพ
สามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น
  • MTL Website หรือ online muangthai
  • MTL Click Application
  • ตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต
  • Contact Center โทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา
ช่องทางเหล่านี้จะช่วยให้เราเปรียบเทียบแผนประกันและเลือกได้อย่างเหมาะสม
สรุป
การซื้อประกันสุขภาพไม่ใช่แค่การจ่ายเงิน แต่เป็นการวางแผนเพื่อสุขภาพและความมั่นคงในชีวิต อย่าลืมดูความคุ้มครอง ค่าเบี้ย ค่าชดเชย และเงื่อนไขต่างๆ ให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้แผนประกันที่ตอบโจทย์และไม่เกิดปัญหาภายหลัง
ซื้อประกันสุขภาพกับ MTL
ผ่านช่องทางต่างๆ
เว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต

  • ตัวแทนประกันภัย
  • สายด่วน 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา
ข้อดีของการซื้อประกันสุขภาพออนไลน์
     จุดน่าสนใจของการซื้อประกันสุขภาพออนไลน์ คือ สะดวกสบาย  สามารถเปรียบเทียบแผนประกันที่สนใจผ่านเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง เพื่อความคุ้มค่าที่มากขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยี หรือชื่นชอบการชอปปิ้งออนไลน์ โดยเราสามารถเลือกซื้อประกันสุขภาพออนไลน์ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว สามารถเลือกได้อิสระตามความต้องการ และสามารถชำระเงินค่าเบี้ยได้เลยบนระบบออนไลน์
ซื้อประกันออนไลน์ง่ายๆ เพียง 4 ขั้นตอน
1.เลือกแบบประกัน: เลือกแบบประกันที่คุณสนใจ และอ่านรายละเอียด
2.คำนวณเบี้ย: คลิกเช็กค่าเบี้ยและระบบจะคำนวณเบี้ยให้คุณ
3.กรอกข้อมูล: กรอกข้อมูลการสมัคร โปรดเตรียมบัตรประชาชนให้พร้อม
4.ชำระเงิน: ชำระค่าเบี้ยประกันภัยและรอยืนยันจากทางระบบ
เว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต

แถลงข้อเท็จจริง
ในใบสมัคร
ทำไมต้องแถลงโรคที่เคยเป็นมาก่อน?
1. เพราะการบอกข้อมูลสุขภาพตามความเป็นจริง จะทำให้บริษัทประกัน ประเมินความเสี่ยงได้
2. ถ้าเราบอกความจริงเรื่องสุขภาพ ก็จะลดโอกาสที่บริษัทประกันจะปฏิเสธ เพราะมีการให้ข้อมูลตั้งแต่แรก
3. ถ้าแถลงสุขภาพแล้ว มีระบุว่ามีอาการหรือโรคที่เป็นมาก่อน บริษัทอาจจะระบุข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อนเพิ่มเติม ซึ่งผู้เอาประกันสามารถยอมรับเงื่อนไขข้อยกเว้นเพิ่มเติม หรือไม่ก็ได้ ถ้าไม่ยอมรับเงื่อนไขบริษัทก็จะคืนเบี้ยประกัน
ถ้าไม่บอกความจริงตอนสมัครประกัน… อาจเจออะไรบ้าง?
1. ถ้าไม่บอกความจริง บริษัทอาจจะไม่จ่าย
2. สัญญาประกันอาจถูกยกเลิกได้ ถ้าเป็นโรคที่บริษัทไม่รับประกัน
3. ที่สำคัญกว่านั้นคือ เสียประวัติการทำประกัน และเสียความน่าเชื่อถือ
ขั้นตอนการสมัครประกันสุขภาพ (Step by Step)
1. ศึกษาแผนเปรียบเทียบแผนที่เหมาะกับตัวเอง
2. ติดต่อบริษัทขอข้อมูลและคำแนะนำ
3. กรอกใบสมัครพร้อมแถลงสุขภาพตามจริง
4. ตรวจสุขภาพ(ถ้าจำเป็น)
5. รอผลพิจารณารับประกัน
6. ชำระเบี้ยเลือกวิธีจ่าย
7. รับกรมธรรม์ตรวจสอบข้อมูลในกรมธรรม์
8. ใช้สิทธิ์เมื่อจำเป็นต้องรักษาพยาบาล
สิ่งที่คนสมัครประกันควรรู้ และต้องเตรียมให้ครบ
    สิ่งสำคัญที่สุดคือการแจ้งข้อมูลสุขภาพตามจริง ไม่ว่าจะเป็นโรคที่เคยเป็นอยู่แล้ว โรคที่กำลังรักษา หรืออาการสำคัญที่เคยเจอ

    สิ่งที่ควรรู้
  • แถลงสุขภาพตามจริง
  • ศึกษาแผนคุ้มครองและข้อยกเว้น
  • เข้าใจระยะเวลารอคอย (Waiting Period)
  • รู้วิธีจ่ายเบี้ยและเงื่อนไขการต่ออายุเพื่อให้ความคุ้มครองไม่สะดุด
  • ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลที่เข้าร่วม เพื่อใช้สิทธิ์ได้สะดวก

    สิ่งที่ต้องเตรียม
  • บัตรประชาชน
  • ข้อมูลสุขภาพส่วนตัว
  • ผลตรวจสุขภาพ (ถ้ามี)
  • วิธีชำระเบี้ย เลือกวิธีจ่ายที่สะดวก
  • ช่องทางติดต่อของผู้เอาประกัน

ประกันสุขภาพ
เริ่มมีผลคุ้มครอง
เลือกดูผลประโยชน์และ ความคุ้มครองได้ง่ายๆ ในคลิกเดียว ที่แอปฯ MTL Click
เริ่มต้นใช้งานแอปฯ MTL Click จากเมืองไทยประกันชีวิตง่าย ๆ ดังนี้
1. คลิกสร้างบัญชีใหม่
2. กรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ต้องการ
3. กรอกเบอร์มือถือและรับเลข OTP เพื่อกรอกยืนยันตัวตน
4. เลือกวิธีเข้าระบบที่ต้องการ เช่น Face ID, สแกนลายนิ้วมือ, หรือรหัส 6 หลัก
5. คลิกเพิ่มกรมธรรม์
6. กรอกรายละเอียดดังนี้
  • ประกันรายบุคคล กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน และวันเดือนปีเกิด
  • ประกันกลุ่มกรอกเลขบัตรประชาชน เลขผู้เอาประกันภัยกลุ่มและวันเดือนปีเกิด
7. เลือกดูผลประโยชน์ความคุ้มครอง เช่น ค่าห้อง ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ โดยจะแยกรายละเอียด เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าห้อง และค่าธรรมเนียมต่างๆ เพียงเท่านี้ก็ดูผลประโยชน์และความคุ้มครองได้แล้ว
ดาวน์โหลด MTL Click ได้ที่ คลิก

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.muangthai.co.th/th/mtlclick
ค้นหาโรงพยาบาลคู่สัญญาได้อย่างง่ายดาย จะอยู่ใกล้ไกล ก็เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายๆ ด้วยบริการค้นหาสถานพยาบาลคู่สัญญาของกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ
ช่องทางการค้นหาโรงพยาบาลคู่สัญญา
1. บริการ MTL Hospital Locator ในช่องทางดังนี้
  • เว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต www.muangthai.co.th
  • แอปพลิเคชัน MTL Click ดาวน์โหลดที่ คลิก
2. Contact Center โทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
3. MTL Global Connect โทร +66 2290 2424 กด 1 หรือ คลิก
4. เมนู “ค้นหาโรงพยาบาล” บน Muang Thai Life LINE Official Account
ถ้าไม่ใช่โรงพยาบาลคู่สัญญา เข้ารับการรักษาได้หรือไม่?
  • สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ และส่งเคลมโดยตรงกับบริษัท อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คลิก

ป่วยในช่วง
ระยะเวลารอคอย
ถาม: ระยะเวลารอคอยคืออะไร?
ตอบ: คือช่วงเวลาหลังจากเราทำประกันแล้ว ความคุ้มครองยังไม่เริ่มทันที หากเจ็บป่วยในช่วงนี้ จะยังไม่สามารถใช้สิทธิ์เคลมได้
ถาม: ทำไมต้องมีระยะเวลารอคอย?
ตอบ: เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ป่วยอยู่แล้ว มาซื้อประกันแล้วใช้สิทธิ์เคลมทันที
ถาม: แล้วอะไรบ้างที่มีระยะเวลารอคอย?
ตอบ: ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงทุกแบบจะมีระยะเวลารอคอย โดยรายละเอียดขึ้นอยู่กับประเภทความคุ้มครองและเงื่อนไขของโรค
ถาม: ถ้ามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เคลมได้ไหม?
ตอบ: ต้องบอกข้อมูลให้บริษัททราบก่อน เพื่อให้บริษัทพิจารณาความเสี่ยง และกำหนดความคุ้มครองให้เหมาะสม
ประเภทความคุ้มครอง ระยะเวลารอคอย
(โรคทั่วไป)
ระยะเวลารอคอย
(โรคเฉพาะ/โรคเรื้อรัง)
ประกันสุขภาพคุ้มครองผู้ป่วยใน IPD 30 วัน 120 วัน
- เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
- ริดสีดวงทวาร
- ไส้เลื่อนทุกชนิด
- ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
- การตัดทอนซิล หรืออดีนอยด์
- นิ่วทุกชนิด
- เส้นเลือดขอดที่ขา
- เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
ประกันสุขภาพคุ้มครองผู้ป่วยนอก OPD 30 วัน 120 วัน
- โรคเฉพาะ (เหมือน IPD)

180 วัน
- โรคต่อมไทรอยด์
- โรคลมบ้าหมู
- โรคเบาหวาน
- โรคภูมิแพ้
- โรคความดันโลหิตสูง
- โรคหัวใจ
- โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
สำหรับสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง จะมีระยะเวลารอคอย 90 วัน โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้
- ซีไอ เฟอร์เฟค แคร์
- แฮปปี้ คิดส์
- มัลติเพิล ซีไอ
- ดีแคร์
- แฮปปี้ เลดี้/ แฮปปี้ เลดี้ พลัส
- แคร์ พลัส
- สมาร์ท ซิลเวอร์/ สมาร์ท ซิลเวอร์ พลัส

*สำหรับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขระยะเวลารอคอยตามรายละเอียดในกรมธรรม์อีกครั้ง

เคลม
อยากเคลมประกันสุขภาพ ต้องเริ่มยังไงดี?
    อย่างแรกคือ เช็กก่อนว่าโรงพยาบาลที่เราจะไป อยู่ในโรงพยาบาลคู่สัญญาหรือไม่ ถ้าอยู่ในคู่สัญญา เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชนกับบัตรประกันสุขภาพที่ทางโรงพยาบาลจะประสานงานเรื่องค่าใช้จ่ายกับบริษัทโดยตรง โรงพยาบาลก็จะเคลียร์ค่าใช้จ่ายกับบริษัทให้เลย ไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน
กรณีไหนที่เราต้องสำรองจ่ายค่ารักษา?
    ถ้าเข้าโรงพยาบาลคู่สัญญา ส่วนใหญ่ไม่ต้องสำรองจ่าย แต่ถ้าไปโรงพยาบาลนอกคู่สัญญา หรือรักษาโรคเรื้อรังที่ข้อมูลทางการแพทย์ยังไม่เพียงพอในการพิจารณา เช่น เอกสารต่าง ๆ ทำให้ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม จากสถานพยาบาลอื่นประกอบการพิจารณา อาจต้องสำรองจ่ายเองก่อน แล้วค่อยนำเอกสารมาเบิกทีหลัง ส่วนการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ถ้าไปรักษาที่คลินิกนอกคู่สัญญา หรือไม่ได้จ่ายเบี้ยตามกำหนด ก็ต้องสำรองจ่ายเช่นกัน
แล้วประกันจะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
    เวลาที่เราแอดมิต ประกันจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลัก ๆ เช่น ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่ายา ค่าตรวจรักษา ค่าผ่าตัด รวมถึงค่าหมอ พยาบาล และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ สิทธิ์เหล่านี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ได้มาก
    ส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือเวชภัณฑ์ที่ไม่อยู่ในความคุ้มครอง อย่างเช่น อวัยวะเทียม กายอุปกรณ์ (เฝือกดาม ไม้ค้ำยัน) เวชภัณฑ์คงทน เช่น เครื่องช่วยฟัง แว่นตา เลนส์ เครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ออกซิเจน เครื่องวัดสัญญาณชีพ (ชีพจร ความดันเลือด อุณหภูมิ) เครื่องช่วยค้ำยันต่างๆ รถเข็นผู้ป่วย อวัยวะเทียม (แขนเทียม ขาเทียม ตาเทียม)
ใช้เวลาตรวจสอบเคลมนานแค่ไหน?
    ถ้าเอกสารและข้อมูลทางการแพทย์ครบถ้วน บริษัทจะพิจารณาเคลมให้เสร็จภายใน 15 วัน
ถ้าเป็นโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง ต้องทำอย่างไร?
    หากข้อมูลที่ส่งมายังไม่ครบ บริษัทอาจต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมจากโรงพยาบาลก่อน โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และไม่เกิน 90 วัน
โรคอะไรบ้างที่ไม่รับเคลม
    แม้ประกันสุขภาพจะช่วยคุ้มครองหลายอย่าง แต่ก็มีบางโรคหรือภาวะที่อยู่นอกเงื่อนไข ดังนั้นเราควรรู้ไว้ล่วงหน้า เพื่อจะได้วางแผนได้ถูกต้อง เช่น
  • ภาวะหรือโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน
  • โรคทางพันธุกรรม / โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด เช่น ดาวน์ซินโดรม, โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia), ธาลัสซีเมีย, ตาบอดสี
  • การตั้งครรภ์ แท้งบุตร ทำแท้ง การคลอดบุตร โรคแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์
  • การแก้ไขปัญหาการมีบุตรยาก
  • โรคเอดส์ หรือกามโรค หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • โรคที่เกี่ยวเนื่องกับภาวะทางจิตใจ โรคทางจิตเวช สภาวะสมาธิสั้น ออธิสซึม เครียด
  • โรคเอดส์ หรือกามโรค หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคหรืออาการหยุดหายใจขณะหลับ หรือความผิดปกติของการนอนหลับ
  • โรคที่ยกเว้นความคุ้มครองตาม COF
ยื่นเคลมช่องทางไหนได้บ้าง
    1. ส่งเอกสารเคลมโดยตรงกับบริษัท ในกรณีที่
     A. เข้ารับการรักษาในรพ.ที่ไม่ใช่สถานพยาบาลคู่สัญญา
     B. ผู้เอาประกันมีความประสงค์จะชำระค่ารักษาพยาบาลเอง เพื่อส่งเอกสารเคลมโดยตรงกับทางบริษัทฯ
     C. เอกสารประกอบการเคลม และ/หรือ ข้อมูลทางการแพทย์ที่บริษัทได้รับ ยังไม่สมบูรณ์หรือไม่ครบถ้วน ที่บริษัทจะพิจารณาสินไหมได้ ดูเอกสารประกอบการเคลม คลิก
    2. การใช้บริการเครดิตผ่านสถานพยาบาลคู่สัญญาของบริษัทฯ (Credit Claim / Fax Claim / Cashless Claim) คือ การเรียกร้องสินไหม ตามสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพและอุบัติเหตุอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เปิดบริการขึ้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกัน โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์
เอกสารประกอบการเคลมมีอะไรบ้าง

    สำหรับผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD)
    1. แบบฟอร์มใบเรียกร้องค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บ/เจ็บป่วย ตามแบบฟอร์มของบริษัท
    2. ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลฉบับจริง และใบสรุปค่ารักษาพยาบาล
    3. หลักฐานในการยืนยันตัวตนของผู้เอาประกันภัยที่ออกโดยหน่วยงานราชการ
    4. หลักฐานในการให้ความยินยอมของผู้เอาประกันภัย ในการเปิดเผยประวัติการรักษาของผู้เอาประกันภัย

    สำหรับค่ารักษาชดเชยรายวัน HB
    1. แบบฟอร์มใบเรียกร้องค่าชดเชย กรณีบาดเจ็บ/เจ็บป่วยตามแบบฟอร์มของบริษัท
    2. สำเนาใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล และสำเนาใบสรุปค่ารักษาพยาบาล
    3. หลักฐานในการยืนยันตัวตนของผู้เอาประกันภัยที่ออกโดยหน่วยงานราชการ
    4. หลักฐานในการให้ความยินยอมของผู้เอาประกันภัยในการเปิดเผยประวัติการรักษาของผู้เอาประกันภัย

    สำหรับการเรียกร้องสินไหมโรคร้ายแรง (CI RIDER)
    1. แบบฟอร์มใบเรียกร้องค่าชดเชย กรณีบาดเจ็บ/เจ็บป่วยตามแบบฟอร์มของบริษัท
    2. ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลฉบับจริง และใบสรุปค่ารักษาพยาบาล (กรณีสัญญาโรคร้ายแรงที่มีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล)
    3. รายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ ผลตรวจชิ้นเนื้อ, ผลตรวจ CT Scan, MRI Scan
    4. หลักฐานในการยืนยันตัวตนของผู้เอาประกันภัยที่ออกโดยหน่วยงานราชการ
    5. หลักฐานในการให้ความยินยอมของผู้เอาประกันภัยในการเปิดเผยประวัติการรักษาของผู้เอาประกันภัย
ตรวจสอบสถานะการเคลมได้ที่ไหน
  • MTL Click Application
  • Contact Center โทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
รับเงินเคลมได้ที่ช่องทางไหนบ้าง
  • โอนเข้าบัญชีที่แจ้งไว้กับบริษัท
  • รับเป็นเช็คจัดส่งทางไปรษณีย์ ตามที่อยู่ที่แจ้งบริษัท
  • เคลมรอรับ ตามสาขาที่ให้บริการ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด อ่านเพิ่มเติม คลิก
Day Case Surgery / Minor Surgery เคลมได้ แม้ไม่ต้องนอน รพ.
    Day Case Surgery คือการผ่าตัดที่ปกติอาจต้องนอนโรงพยาบาล แต่ด้วยเทคโนโลยีการรักษาปัจจุบัน ทำให้สามารถทำเสร็จแล้วกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องแอดมิต เช่น ผ่าตัดส่องกล้อง ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี หรือผ่าตัดไส้เลื่อน และถึงแม้จะไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่ยังเคลมได้เหมือนการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD)
    Minor Surgery (การผ่าตัดเล็ก) คือการผ่าตัดเล็ก ๆ ที่ทำเฉพาะจุด เช่น ผิวหนัง ชั้นใต้ผิวหนัง หรือเยื่อบุร่างกาย ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ ทำเสร็จแล้วกลับบ้านได้ทันที ซึ่งการเคลมส่วนใหญ่จะอยู่ในสิทธิ์ผู้ป่วยนอก (OPD)

หมายเหตุ: ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแบบประกันแต่ละแผน
อุบัติเหตุ ถ้าไปหาหมอช้ากว่า 24 ชั่วโมง เคลมได้ไหม?
    ความคุ้มครองอุบัติเหตุแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ส่วนใหญ่จะคุ้มครองเฉพาะการรักษาที่เกิดขึ้น ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังอุบัติเหตุ เท่านั้น ถ้าไปรักษาช้ากว่านั้น จะไม่สามารถเคลมสิทธิ์ OPD ได้

ยกตัวอย่าง
    ถ้าเกิดอุบัติเหตุวันเสาร์ เวลา 08.00 น. แต่ไปหาหมอวันอาทิตย์ 10.00 น. (ซึ่งเกิน 24 ชั่วโมง) แบบนี้จะไม่สามารถเคลม OPD ได้
อยากเช็กเพื่อชัวร์ว่าคุ้มครองไหม คุ้มครองเท่าไหร่ เรามีบริการนี้
    ก่อนเข้ารับการรักษา อยากรู้ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า? ง่ายนิดเดียว แค่ใช้บริการ Pre-Authorization หรือการขอประเมินความคุ้มครองล่วงหน้า ก่อนเข้ารับการรักษาจริง

ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากเลย
    1. แจ้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่าต้องการเช็ก และประเมินค่ารักษาโดยการทำ Pre-Authorization
    2. โรงพยาบาลจะช่วยส่งเอกสารไปให้บริษัท (ฟอร์ม + ใบแพทย์ + ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ)
    3. บริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลกลับมาภายใน 3 วันทำการ (ถ้าเอกสารครบถ้วน)
ข้อควรรู้เล็ก ๆ
✅ ควรยื่นเรื่องล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ จะได้มีเวลารอผลสบาย ๆ
✅ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของโรงพยาบาลด้วยนะ
ป่วยที่ต่างประเทศ เคลมได้ไหม?
    ถ้าไปเที่ยวต่างประเทศแล้วเกิดเจ็บป่วย ไม่ต้องกังวลเลย ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตสามารถใช้บริการ MTL Global Connect ได้ทันที

    ✅ ไม่ต้องสำรองจ่ายเอง
    ✅ รักษาได้ที่โรงพยาบาลพันธมิตรทั่วโลก
    ✅ มี Medical Hotline ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ คอยให้คำปรึกษา

    ขั้นตอนง่าย ๆ
    1. โทร. +66 2290 2424 กด 1 เพื่อยืนยันตัวตนและแจ้งข้อมูล
    2. ทีมงาน MTL Global Connect จะช่วยแนะนำโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและประสานการรักษาให้
    3. เข้ารับการรักษา แล้วรับความคุ้มครองตามสิทธิ์ได้เลย

    หมายเหตุ
    ✅ ต้องติดต่อผ่าน MTL Global Connect ทุกครั้งก่อนเข้ารับการรักษา
    ✅ ให้บริการเฉพาะกรณีผู้ป่วยใน (IPD) เท่านั้น
    เจ็บป่วยบางอาการ ไม่จำเป็นต้องแอดมิทนอนโรงพยาบาล แค่โทรมาที่ CareCover Telemedicine ก็หายได้!พบแพทย์ออนไลน์ 3 ครั้ง ฟรี!!!! ไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมค่าแพทย์ ค่ายา พร้อมจัดส่งถึงบ้าน

    เมืองไทยประกันชีวิต และเมืองไทยสไมล์คลับ มอบสิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าประกันสุขภาพรายเดี่ยว* กดรับ Voucher ได้บนแอปพลิเคชัน MTL Click ผ่าน CareCover Clinic Telemedicine เท่านั้น คลิก ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568 - 31 ธันวาคม 2568 หรือ จนกว่าสิทธิ์จะหมด

*ไม่รวมลูกค้าสัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายวันการเข้ารักษาในโรงพยาบาล

สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าที่ถือกรมธรรม์สุขภาพรายเดี่ยว
(ไม่รวมสัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายวันการเข้ารักษาในโรงพยาบาล) ที่มีสถานะกรมธรรม์บังคับใช้ (Active) ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม - 31 ธันวาคม 2568 (จำกัด 7,000 สิทธิ์ตลอดระยะเวลาโครงการ)

  • จำกัดสิทธิ์ 3 ครั้งต่อลูกค้า 1 ท่าน แม้ว่าลูกค้าท่านนั้นจะถือกรมธรรม์สุขภาพหลายกรมธรรม์
  • ให้บริการสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น
  • Voucher นี้ สามารถใช้งานได้เมื่อกรมธรรม์ของท่านมีผลบังคับเลยระยะเวลาการใช้สิทธิขอยกเลิกกรมธรรม์ เลยระยะเวลารอคอยสำหรับโรคที่ต้องการรักษา และไม่ครอบคลุมการใช้งานโรค ยกเว้นตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของท่าน
  • Voucher นี้ควรใช้งานเมื่อมีความจำเป็นทางการแพทย์ ไม่สามารถเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังได้
  • ไม่สามารถยกสิทธิ์ หรือ Voucher code ให้บุคคลอื่นใช้ได้
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์การให้ใช้งานตามความจำเป็นทางการแพทย์และตามวิจารณญาณของแพทย์เท่านั้น และจ่ายยาไม่เกิน 7 วัน รวมถึงไม่สามารถใช้รักษาโรคเรื้อรังได้
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ MTL Customer Contact Center 1766 หรือ Health buddy 02-290-2424 กด 3

จ่ายเบี้ย / ต่ออายุ
จ่ายเบี้ยช้าได้กี่วัน
หากผู้เอาประกันภัยมิได้ชำระเบี้ยประกันภัยเมื่อครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย บริษัทจะผ่อนผันให้เป็น 31 วัน นับแต่วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาผ่อนผันอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทและเงื่อนไขของกรมธรรม์ ดังนั้น ควรตรวจสอบรายละเอียดในกรมธรรม์ของคุณเพื่อความแน่ใจ
สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
  • ภายในระยะเวลาผ่อนผัน หากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องเคลมประกัน บริษัทยังคงให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
  • หากชำระเบี้ยประกันภัยเกินระยะเวลาผ่อนผัน กรมธรรม์ย่อมขาดอายุ นับแต่วันถึงกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย และอาจต้องดำเนินการขอต่ออายุกรมธรรม์ ซึ่งอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ควรชำระเบี้ยประกันภัยให้ตรงตามกำหนด
จ่ายเบี้ยได้ที่ช่องทางไหนบ้าง
  • ชำระโดยการหักผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือกระแสรายวันอัตโนมัติ
  • ชำระโดยการหักผ่านบัญชีบัตรเครดิตอัตโนมัติ
  • ชำระผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Smart Phone and Tablet)
  • ชำระผ่านเว็บไซต์ธนาคารที่ให้บริการชำระผ่าน Internet Banking
  • ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือตัวแทนธนาคาร (Banking Agent)
  • ชำระผ่านจุดบริการชำระเงิน
  • ชำระด้วยบัตร ATM
  • ชำระทางไปรษณีย์
  • ดาวน์โหลดใบชำระเงิน Special Pay in
  • ช่องทางการชำระคืนเงินกู้ตามสิทธิกรมธรรม์ และคืนเงินกู้อัตโนมัติ
  • ชำระเบี้ยประกันด้วยบัตรเมืองไทยสไมล์เครดิตการ์ด รับ Cash Back แบบไม่อั้น 0.25%
  • ชำระผ่านศูนย์บริการลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ หรือชำระผ่านตัวแทนของบริษัท
  • ชำระผ่าน MTL Click Application
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คลิก
ขั้นตอนการต่ออายุกรมธรรม์ของสัญญาประกันภัยหลัก
หากคุณลืมจ่ายเบี้ยประกันภัยจนกรมธรรม์ขาดอายุ และยังไม่ได้รับเงินเวนคืนกรมธรรม์ คุณสามารถยื่นขอต่ออายุกรมธรรม์ได้ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่กรมธรรม์ขาดอายุ เพื่อให้กรมธรรม์มีความคุ้มครอง โดยท่านสามารถขอต่ออายุกรมธรรม์ได้ 2 วิธี ดังนี้
วิธีที่ 1: ชำระเบี้ยประกันภัยที่ขาดชำระทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยทบต้นในอัตราสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันภัยอีกร้อยละ 2 ต่อปี (ต่ออายุแบบย้อนหลัง)
ข้อดี: วันเริ่มต้นและวันครบกำหนดสัญญายังคงเดิม
ข้อควรทราบ: ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยที่ค้างชำระทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งอาจเป็นจำนวนที่มาก
วิธีที่ 2: เลื่อนวันที่เริ่มต้นสัญญาประกันภัยออกไปเท่ากับระยะเวลาที่กรมธรรม์ขาดอายุ (ต่ออายุแบบยืดระยะเวลาครบกำหนดของกรมธรรม์) โดยต้องชำระเบี้ยประกันภัยในอัตราตามอายุของผู้เอาประกันภัย ณ วันเริ่มต้นใหม่ของสัญญาประกันภัย
ข้อดี: จ่ายเบี้ยประกันภัยในงวดที่ขอต่ออายุเพียงงวดเดียว
ข้อควรทราบ: วันเริ่มต้นมีผลบังคับของสัญญาประกันภัย และวันครบกำหนดของสัญญา เปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาที่กรมธรรม์ขาดอายุ, เบี้ยประกันภัยอาจปรับเพิ่มตามอายุเริ่มของสัญญาประกันภัย
เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้
1. แบบฟอร์มคำขอต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย/กลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ประกันภัย รหัส 2-02-05-0157
2. เอกสารการตรวจสุขภาพ ผลตรวจ Anti-HIV (ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขการต่ออายุกรมธรรม์)
3. ประวัติการรักษาสุขภาพ (ถ้ามี)
4. หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัยและผู้รับมอบอำนาจ (กรณีผู้เอาประกันภัยไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง) โดยขอให้ขีดทับข้อมูล “ศาสนา” จนไม่สามารถอ่านข้อความได้และลงนามกำกับ หากไม่ได้ดำเนินการดังกล่าวยินยอมให้บริษัทฯ ดำเนินการขีดทับข้อมูลศาสนาแทนได้ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

หมายเหตุ: ผู้เอาประกันภัยจะต้องชำระค่าเบี้ยประกันภัยในการต่ออายุกรมธรรม์ / ค่าแตกต่างของเบี้ยประกันภัย (กรณีต่ออายุแบบเปลี่ยนวันเริ่มสัญญาใหม่) / ดอกเบี้ย (กรณีต่ออายุแบบย้อนหลัง) แล้วแต่กรณี และชำระหนี้สินใดๆ ที่มีอยู่ตามกรมธรรม์พร้อมดอกเบี้ยทบต้นในอัตราที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
ช่องทางการติดต่อ
1. ส่งทางไปรษณีย์
    ฝ่ายปฏิบัติการและบริการประกันชีวิต
    บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต
    250 ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
2. ยื่นด้วยตนเองที่ศูนย์บริการลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทุกสาขาทั่วประเทศ

แชร์ข้อมูล
คัดลอก
คัดลอกแล้ว