ภาษีคนโสดเสียเท่าไหร่ โสดหรือมีคู่ ใครเสียภาษีมากกว่ากัน?
สำหรับคนทำงานหลายคนที่สงสัยว่าสถานะการสมรสส่งผลต่อการเสียภาษีอย่างไร โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ภาษีคนโสดเสียเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับคนที่แต่งงานแล้ว และมีวิธีไหนที่ลดหย่อนภาษีคนโสดได้มากขึ้น วันนี้แอดมินจะพาทุกคนมาเข้าใจความแตกต่างของการเสียภาษีระหว่างคนโสดและคนแต่งงาน พร้อมเคล็ดลับการประหยัดภาษีที่ทุกคนควรรู้
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
1. ภาษีคนโสดเสียเท่าไหร่ และต้องรู้อะไรบ้าง?
2. คนแต่งงาน ข้อดีทางภาษีที่ได้เพิ่มมีอะไรบ้าง?
3. เปรียบเทียบตัวเลขจริงระหว่างโสด VS แต่งงาน
4. เคล็ดลับลดภาษีสำหรับทุกสถานะ
5. ความแตกต่างทางภาษีระหว่างสถานะโสด VS แต่งงาน

1. ภาษีคนโสดเสียเท่าไหร่ และต้องรู้อะไรบ้าง?
คนโสดมักคิดว่าตัวเองเสียเปรียบเรื่องภาษี เพราะไม่มีคู่สมรสและลูกช่วยลดหย่อน แต่ความจริงแล้วคนโสดก็มีสิทธิลดหย่อนได้หลายช่องทาง ทั้งสิทธิพื้นฐานและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่หลายคนยังไม่รู้
มาดูกันว่าคนโสดสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง และจะวางแผนภาษีให้ประหยัดที่สุดได้อย่างไร
คนโสดลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?
ในส่วนของสิทธิพื้นฐาน คนโสดจะได้รับค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทต่อปี สำหรับผู้มีเงินได้ทุกคน
กลุ่มประกัน
- ประกันสังคม สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาท
- ประกันชีวิตทั่วไป สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามเบี้ยที่จ่ายจริงแต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- ประกันสุขภาพ สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท
- ประกันชีวิตแบบบำนาญ หักค่าลดหย่อนในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ที่นำมาเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี
กลุ่มกองทุนการออมเพื่อเกษียณ
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เงินสะสมที่สมาชิกนำส่งเข้ากองทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของรายได้
- กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สามารถลดหย่อนได้
- เมื่อรวมกองทุนการออมเพื่อเกษียณทุกประเภท (RMF+กอช.+PVD/กบข./กองทุนสงเคราะห์ครู+ประกันบำนาญ) รวมแล้วลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท
กลุ่มกองทุนพิเศษ
- กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี และลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 300,000 บาท
- วงเงินลงทุนของ Thai ESG จะไม่ถูกนับรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ
มาตรการพิเศษปี 2025
Easy E-Receipt 2.0 ให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท จากการซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่มี e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ระหว่างวันที่ 16 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2568
กลุ่มอื่น ๆ
- ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้ หักค่าลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท
- ค่าเลี้ยงดูคนพิการที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งสามารถลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท

2. คนแต่งงาน ข้อดีทางภาษีที่ได้เพิ่มมีอะไรบ้าง?
คนแต่งงานจะได้รับประโยชน์ทางภาษีมากกว่าคนโสดอย่างชัดเจน เนื่องด้วยสิทธิลดหย่อนที่หลากหลายและการเลือกวิธียื่นภาษีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของครอบครัว ซึ่งทำให้สามารถประหยัดภาษีได้มากขึ้น
สิทธิลดหย่อนเพิ่มเติมสำหรับคนแต่งงาน
คนแต่งงานจะได้สิทธิลดหย่อนเหมือนคนโสดทุกรายการ บวกกับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้
- ลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท
- คู่สมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมายกำหนด
- คู่สมรสเป็นผู้ไม่มีเงินได้ปีนั้น หรือรวมยื่นแบบ
- ลดหย่อนบุตร คนละ 30,000 บาท (คนที่ 2 ขึ้นไป เกิดตั้งแต่ปี 2561 ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท) นอกจากนี้ ยังมีค่าฝากครรภ์หรือคลอดบุตร ซึ่งสามารถลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 60,000 บาท
- สิทธิลดหย่อนประกันเพิ่มเติม ในด้านประกันชีวิตมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติมคือ ประกันชีวิตคู่สมรสที่ไม่มีรายได้สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง โดยรวมทุกกรมธรรม์แล้วไม่เกิน 10,000 บาท
ตัวเลือกการยื่นภาษี
สำหรับคู่แต่งงาน มีตัวเลือกในการยื่นภาษี 2 วิธี ได้แก่
วิธีที่หนึ่ง การแยกยื่น
มีข้อดีคือคำนวณง่าย และแต่ละคนสามารถเก็บสิทธิลดหย่อนได้อย่างอิสระ ทำให้วิธีนี้เหมาะกับคู่ที่มีรายได้ใกล้เคียงกัน
วิธีที่สอง การรวมยื่น
ให้ประโยชน์คือได้สิทธิลดหย่อนเต็มที่ ซึ่งเหมาะสำหรับกรณีที่รายได้แตกต่างกันมาก แต่อย่างไรก็ตาม การคำนวณจะซับซ้อนกว่า
หากรวมยื่นภาษีใครเป็นคนยื่น?
สำหรับการรวมยื่นภาษี ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร การรวมยื่นแบบนี้จะเป็นประโยชน์ก็ต่อเมื่อฝ่ายหนึ่ง มีรายได้ต่างกับอีกฝ่ายหนึ่งมาก และฝ่ายที่มีรายได้ต่ำกว่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เต็มสิทธิ จึงรวมรายได้กันและให้ฝ่ายมีรายได้มากกว่าเป็นผู้ยื่นแบบ
เงื่อนไขการรวมยื่นมีอะไรบ้าง?
- คู่สมรสที่จะนำมาหักลดหย่อน จะต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินหรือมีแต่ไม่ได้แยกคำนวณภาษี
- ในการยื่นแบบให้แจ้งสถานะคู่สมรสไม่มีเงินได้

3. เปรียบเทียบตัวเลขจริงระหว่างโสด VS แต่งงาน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น มาดูตัวอย่างการเปรียบเทียบภาษีในสถานการณ์ต่างๆ ที่พบได้บ่อยในชีวิตจริง ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจความแตกต่างของภาระภาษีระหว่างคนโสดและคนแต่งงาน
คนโสด กรณีรายได้เท่ากัน 600,000 บาทต่อปี
| รายการ | จำนวนเงิน (บาท) |
| ค่าลดหย่อนส่วนตัว | 60,000 |
| ค่าลดหย่อนประกันสังคม | 9,000 |
| ค่าลดหย่อนประกันชีวิต | 50,000 |
| ค่าลดหย่อนประกันสุขภาพ | 25,000 |
| เงินได้สุทธิ | 456,000 |
| ภาษีที่ต้องจ่าย | 23,100 |
คนแต่งงาน (รวมยื่น สามีเป็นผู้ยื่น) รายได้ 600,000 บาท/ปี และมีบุตร 1 คน
| รายการ | จำนวนเงิน (บาท) |
| ค่าลดหย่อนส่วนตัว + คู่สมรส(ไม่มีรายได้) | 120,000 |
| ค่าลดหย่อนบุตร (1 คน) | 30,000 |
| ค่าลดหย่อนประกันสังคม | 9,000 |
| ค่าลดหย่อนประกันชีวิต | 50,000 |
| ค่าลดหย่อนประกันสุขภาพ | 25,000 |
| เงินได้สุทธิ | 366,000 |
| ภาษีที่ต้องจ่าย | 14,100 |
คนแต่งงานประหยัดภาษี 9,000 บาทต่อปี หรือ 39% เมื่อเทียบกับคนโสด เป็นประโยชน์ทางภาษีที่ชัดเจนของการแต่งงาน นอกจากจะได้ความรักและความอบอุ่นจากครอบครัวแล้ว ยังได้ประโยชน์ทางภาษีที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับครอบครัวอีกด้วย

4. เคล็ดลับลดภาษีสำหรับทุกสถานะ
ไม่ว่าจะเป็นคนโสดหรือคนแต่งงาน ทุกคนสามารถใช้เคล็ดลับเหล่านี้เพื่อลดภาระภาษีได้อย่างถูกกฎหมาย การวางแผนที่ดีจะช่วยประหยัดเงินได้เป็นจำนวนมาก
การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีช่วยลดภาษีได้อีกมั้ย?
การซื้อกองทุนเป็นวิธีที่ดีในการลดภาษี โดย ในปี 2568 ผู้ลงทุนจะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการออมและลงทุนได้รวม 1,400,000 บาท ดังนี้ยังช่วยสร้างเงินออมระยะยาวอีกด้วย
| ประเภทกองทุน | วงเงินลดหย่อน | เงื่อนไขเพิ่มเติม | ช่วงเวลาลงทุน |
| กองทุนเพื่อการเกษียณอายุ (RMF, PVD, กบข., กอช., ประกันชีวิตแบบบำนาญ) | สูงสุด 500,000 บาท | ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน (PVD ไม่เกิน 15%) | ตลอดปี 2568 |
| Thai ESG | สูงสุด 300,000 บาท | ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน | ตลอดปี 2568 |
| Thai ESGX (เงินลงทุนใหม่) | สูงสุด 300,000 บาท | ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน | 1 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2568 |
| Thai ESGX (สับเปลี่ยนจาก LTF) | ปี 2568: สูงสุด 300,000 บาท / ปี 2569-2572: สูงสุดปีละ 50,000 บาท | จะต้องสับเปลี่ยน LTF ทั้งหมดที่มีอยู่ ณ วันที่ 11 มี.ค. 2568 | 1 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2568 |
5. ความแตกต่างทางภาษีระหว่างสถานะโสด VS แต่งงาน
ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยให้ความสำคัญกับสถานะการสมรสอย่างมาก เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อจำนวนสิทธิลดหย่อนที่จะได้รับ ซึ่งส่งผลต่อจำนวนภาษีที่ต้องจ่ายในที่สุด การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้ดีขึ้น
สิทธิลดหย่อนภาษี
คนแต่งงานจะได้รับสิทธิลดหย่อนเพิ่มเติมหลายรายการที่คนโสดไม่มี เช่น ค่าลดหย่อนคู่สมรส ค่าลดหย่อนบุตร และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการมีครอบครัว สิทธิเหล่านี้สามารถลดเงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลือกการยื่นภาษี
คนแต่งงานมีตัวเลือกในการยื่นภาษี 2 แบบ คือ แยกยื่นหรือรวมยื่น ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรายได้และสถานการณ์ของแต่ละครอบครัว
ภาษีที่ต้องจ่าย
โดยทั่วไปแล้ว คนแต่งงานมักจะจ่ายภาษีน้อยกว่าคนโสดที่มีรายได้เท่ากัน เนื่องจากมีสิทธิลดหย่อนมากกว่า แต่ในบางกรณีที่รายได้สูงมาก การแต่งงานอาจทำให้ต้องจ่ายภาษีมากขึ้นแทน
จากการเปรียบเทียบจะเห็นได้ชัดว่า คนแต่งงานมีข้อดีทางภาษีมากกว่าคนโสด โดยเฉพาะในกรณีที่มีบุตรและคู่สมรสไม่มีรายได้ ซึ่งสามารถประหยัดภาษีได้เป็นหมื่นบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ภาษีคนโสดเสียเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับการวางแผนและการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีคนโสดอย่างเต็มที่
สำหรับทั้งคนโสดและคนแต่งงาน สิ่งสำคัญคือการวางแผนการเงินที่ดี รวมถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยลดหย่อนภาษี เช่น ประกันชีวิต กองทุนรวม และการลงทุนอื่นๆ ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจะช่วยให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดเงินได้มากที่สุด
รายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา สืบค้นเมื่อวันที่ 26/09/68
🔖 rd.go.th
🔖 rd.go.th
🔖 Finnomena