เกี่ยวกับองค์กร
การก่อตั้ง
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตเคียงคู่สังคมไทยมายาวนานกว่า 75 ปี และได้รับความเชื่อมั่นไว้วางใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง บริษัทก่อตั้งและเปิดดำเนินกิจการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2494 โดยนายจุลินทร์ ล่ำซำ พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจและบุคคลสำคัญในสังคม ด้วยเจตนารมณ์ที่จะให้บริการประชาชนด้วยความซื่อสัตย์และเป็นธรรม พร้อมสร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตของคนไทย
การก่อตั้งบริษัทมีเป้าหมายเพื่อร่วมแบ่งเบาภาระภาครัฐด้านสวัสดิการสังคม เป็นแหล่งระดมเงินออมและเงินทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ ตลอดจนส่งเสริมวินัยการออมและการสร้างหลักประกันแก่ประชาชน อันเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และภาคอุตสาหกรรมของไทย
บริษัทจดทะเบียนชื่ออย่างเป็นทางการ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย “บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด” ภาษาอังกฤษ “The Muang Thai Life Assurance Company Limited” และภาษาจีนแต้จิ๋ว “泰國人壽保險有限公司” โดยสำนักงานแห่งแรกตั้งอยู่เลขที่ 304 ถนนเสือป่า ภายในอาคารเดียวกับธนาคารกสิกรไทย ก่อนที่ใน พ.ศ. 2495 จะเปิดใช้พื้นที่ชั้นล่างร่วมกับบริษัท ล่ำซำประกันภัยและคลังสินค้า จำกัด และบริษัท นาวีพาณิชย์ จำกัด
จากความทุ่มเทในการดำเนินงานและความเชื่อมั่นที่ได้รับจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด จึงเติบโตและเจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคง กระทั่งในปี พ.ศ. 2499 บริษัทได้ก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ณ เลขที่ 335 ถนนเจริญกรุง ย่านป้อมปราบ บนที่ดินเดิมของห้างล่ำซำ เป็นอาคารคอนกรีตสูง 5 ชั้นที่มีความทันสมัยในยุคนั้น และนับเป็นหนึ่งในอาคารสำคัญที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยการนำระบบโครงสร้างพื้นคอนกรีตอัดแรงภายหลัง หรือ Post-tension มาใช้ ซึ่งช่วยลดการใช้คาน ทำให้พื้นที่ภายในอาคารโปร่งโล่งและยืดหยุ่น นับเป็นอาคารแรก ๆ ของยุคนั้นที่สะท้อนวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของผู้บริหาร
อาคารเจริญกรุง ออกแบบโดยคุณวทัญญู ณ ถลาง บุคคลดีเด่นด้านอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม พ.ศ. 2540 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยอาคารเมืองไทยประกันชีวิต ถนนเจริญกรุง ก่อสร้างแล้วเสร็จและมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2499
สิ่งที่โดดเด่นอีกประการหนึ่ง คือ ผู้ออกแบบได้ออกแบบผนังอาคาร 2 ชั้น โดยสร้างแผ่นบังแดดด้านนอกหน้าต่าง เรียกว่า “บรีส โซเลย์” (Brise-soleil) ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึง “แผงกันแดด” (Sun Breaker ในภาษาอังกฤษ) ซึ่ง “บรีส โซเลย์” เป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร ช่วยป้องกันแสงแดดและฝนได้ดี
พ.ศ. 2502 ตราตั้งพระราชทาน เกียรติยศขององค์กร
วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2502 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่บริษัทอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งแก่บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เครื่องหมายตราตั้ง คือ เครื่องหมายครุฑพ่าห์ประกอบถ้อยคำว่า “โดยได้รับพระบรมราชานุญาต” อัญเชิญตราครุฑขึ้นประดิษฐานบนอาคารและใช้ในเอกสารของบริษัท
นับเป็นบริษัทประกันชีวิตในยุคแรกที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว
ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท ทำให้อาคารเมืองไทยประกันชีวิต ถนนเจริญกรุง ไม่สามารถรองรับการขยายตัวได้อีกต่อไป ใน พ.ศ. 2520 บริษัทจึงซื้อที่ดินผืนใหญ่ เนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 62 ตารางวาบนถนนรัชดาภิเษกเพื่อก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2526 การก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 และได้มีการประกอบพิธีทางศาสนาพร้อมกับเปิดอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2528 ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบการดำเนินการ 34 ปีของบริษัท โดยมี นายบัญชา ล่ำซำ ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทยขณะนั้น เป็นประธานพิธีเปิดป้ายอาคารสำนักงานใหญ่ ณ เลขที่ 250 ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต : จากศูนย์ฝึกอบรมสู่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
ใน พ.ศ. 2531 ได้มีพิธีเปิดอาคารหอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต จากวัตถุประสงค์เดิมที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมพนักงานและตัวแทนประกันชีวิตทั่วประเทศ แต่ด้วยศักยภาพของหอประชุมที่มีขนาดใหญ่ถึง 450 ที่นั่งและระบบโสตทัศนูปกรณ์ที่ครบครัน บริษัทจึงขยายบทบาทการใช้งานหอประชุมเป็น “ศูนย์กลางทางวัฒนธรรม” ของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สาธารณชนและยังทำให้คนทั่วไปรู้จักเมืองไทยประกันชีวิตมากยิ่งขึ้น
การขยายกิจการและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
ตลอดระยะเวลาที่บริษัทฯ ได้เปิดดำเนินกิจการมา บริษัทฯ ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาการบริการให้กับลูกค้า บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการรีเอ็นจิเนียริ่ง เพื่อปรับปรุงระบบการทำงานใหม่และปรับมาตรฐานการให้บริการเพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงาน โดยเน้นรูปแบบการให้บริการแบบ One Stop Service รวมถึงมีการจัดตั้งหน่วยงาน Full Processing Office ที่ให้บริการด้านการพิจารณารับประกัน กรมธรรม์บริการ และชดใช้สินไหมอย่างครบวงจร ทั้งในสำนักงานใหญ่และสำนักงานภูมิภาคต่างจังหวัด รวมทั้งได้จัดตั้งศูนย์บริการลูกค้าครบวงจรเป็นแห่งแรกในธุรกิจประกันชีวิต เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกันในขั้นตอนเดียวบริหารงาน
ปี พ.ศ. 2547 เป็นปีที่บริษัทฯ ได้มีการเปลี่ยนแปลง และมีการพัฒนาพร้อมกันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้บริการลูกค้า โดยจะต้องมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายครบทั้งในด้านความคุ้มครองการออมและการลงทุน รวมถึงมีการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและแข็งแกร่ง เพื่อตอกย้ำถึงนโยบายการตลาดแบบ Multi Distribution Channels, Multi Targets นอกจากนี้ นายสาระ ล่ำซำ ได้ก่อตั้ง “เมืองไทยสไมล์คลับ” โดยนำระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือ CRM (Customer Relationship Management) มาใช้ ภายใต้แนวคิด “ศูนย์รวมของกิจกรรมเพื่อความสุขและรอยยิ้มของคนหัวคิดทันสมัย” เพื่อสร้างความผูกพันระยะยาวกับลูกค้า ผ่านกิจกรรมและสิทธิพิเศษที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการชอปปิง ความบันเทิง และกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ โดยสมาชิกสามารถสะสม “สไมล์พอยต์” (Smile Points) เพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์และส่วนลดจากพันธมิตรชั้นนำ
กิจกรรมแรกของเมืองไทยสไมล์คลับ คือ Disney On Ice ร่วมกับบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ในขณะนั้น ก่อนขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรด้านความบันเทิง ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย แนวคิดดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์ของคุณสาระที่ต้องการให้เมืองไทยประกันชีวิตไม่ได้เป็นเพียงบริษัทประกันชีวิต แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย ช่วยลดระยะห่างระหว่างผู้คนกับการประกันชีวิต และทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างใกล้ชิดและเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ในปี พ.ศ.2547 ด้วยนโยบายของเมืองไทยประกันชีวิตที่มุ่งมั่นขยายกลุ่มเป้าหมายอย่างหลากหลาย เพื่อเป็นผู้ให้บริการที่เป็นเลิศที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและประชาชน บริษัทฯ จึงได้ร่วมมือทางธุรกิจกับ บริษัท โฟร์ทิส อินชัวร์รัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นวี (ปัจจุบันคือ เอจิเอิส อินชัวรัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นวี) ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการทำธุรกรรมการประกันชีวิตและการเงิน เพื่อเสริมศักยภาพของระบบการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ ตลอดจนการพัฒนาธุรกิจร่วมกันโดยเฉพาะด้านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต เทคโนโลยีและการให้บริการผ่านช่องทาง Bancassurance ซึ่งมีธนาคารกสิกรไทย เป็นพันธมิตรหลักในการขายประกันผ่านช่องทางธนาคาร ส่งผลให้บริษัท เติบโตอย่างยั่งยืนและก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตของไทย
นอกจากนี้ นายสาระ ล่ำซำ ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิต โดยเริ่มวางกลยุทธ์ในการเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กร (Rebranding) เพื่อการสร้างความแตกต่าง และความโดดเด่นในการครองใจลูกค้า ด้วยการนำสีบานเย็น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแสงอาทิตย์ยามเช้า หรือ Morning Sunshine ซึ่งสื่อว่าทุกวันคือ เช้าวันใหม่สะท้อนความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ หรือ Never Give up
การปรับภาพลักษณ์องค์กรให้มีความสดใส ทันสมัย และใกล้ชิดกับผู้คนมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความทรงจำและความประทับใจแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไป ภายใต้แนวคิด “บริษัทของคนหัวคิดทันสมัย” ที่สะท้อนมุมมองใหม่ต่อการประกันชีวิตว่า ไม่ใช่เรื่องของจุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของความมั่นคงในชีวิต เพราะเมื่อมีการวางแผนที่ดี ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ โดยมีเมืองไทยประกันชีวิตเป็นผู้ช่วยดูแลความคุ้มครองและบริหารความเสี่ยงในทุกช่วงชีวิต
และ พ.ศ. 2562 บริษัททำการ Brightening the Brand โดยปรับสโลแกนเป็น "Happiness Means Everything: เพราะความสุขคือทุกอย่าง" พร้อมเปิดตัวสัญลักษณ์แห่งความสุข หรือ "Celebration"
- สีบานเย็น (Fuchsia) สีของพระอาทิตย์ยามเช้า สื่อถึงความสุขและการไม่ยอมแพ้
- สีฟ้า (Light Blue) สีของท้องฟ้า สื่อถึงวิสัยทัศน์กว้างไกลและความคิดสร้างสรรค์
- สีแดง (Red) สีของพลังแห่งความมุ่งมั่นที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้า
- สีขาว (White) สีของความโปร่งใส บริสุทธิ์ และเปิดเผย
- สีน้ำเงิน (Navy Blue) สีของความมั่นคง ความปลอดภัย และความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ
- สีเขียว (Green) สีของชีวิต การเจริญเติบโต สุขภาพที่ดี และความอ่อนเยาว์
พ.ศ. 2552 ธนาคารกสิกรไทยเข้าถือหุ้น
ตามที่คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มีมติเห็นชอบในแผนการขยายการลงทุนในบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ผ่านการซื้อหุ้นสามัญเดิมและหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท เมืองไทย โฟร์ทิส โฮลดิ้ง จำกัด (ปัจจุบันคือ บริษัท เมืองไทย กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด : MTGH) ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด นั้นโดยมีกำหนดการขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของธนาคารในขณะนั้น นับเป็นการเริ่มต้นบุกเบิกการตลาดแบบหลากหลายช่องทาง (Multi Distribution Channels) จากเดิมมีเพียงช่องทางการตลาดแบบตรงและตัวแทนประกันชีวิต โดยเพิ่มช่องทางการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีนโยบายมุ่งเน้นลูกค้า เป็นศูนย์กลางให้ความสำคัญกับกับการให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจรและเต็มรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
บริษัทมหาชนจำกัด
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ภายใต้ชื่อ “บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)” ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมใน พ.ศ. 2551 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานการบริหารจัดการที่โปร่งใสและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานผลการดำเนินงานต่อสาธารณชนอย่างเหมาะสม พร้อมอยู่ภายใต้กระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เอาประกันภัย ผู้ถือหุ้น คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
การเติบโตอย่างแข่งแกร่ง สู่การเป็นบริษัทชั้นนำระดับภูมิภาคเอเชีย
จากความร่วมมือ เมืองไทยประกันชีวิต และ "Ageas" ถือเป็นการผสมผสานจุดเด่นของแต่ละองค์กรอย่างลงตัว ด้วยความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจประกันระดับสากลของ "Ageas" ซึ่งมีเครือข่ายทั้งในทวีปยุโรปและเอเชียมาผนวกกับความชำนาญในธุรกิจประกันของ เมืองไทยประกันชีวิต ซึ่งมีประสบการณ์อันยาวนาน มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเพิ่มการขายประกันผ่านช่องทางธนาคารกสิกรไทย นำไปสู่ความสำเร็จของเมืองไทยประกันชีวิต มีการเติบโตทางด้านส่วนแบ่งทางการตลาดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจประกันชีวิตของประเทศไทยที่ได้รับความน่าเชื่อถือและไว้วางใจจากสาธารณชนในวงกว้าง
ในขณะเดียวกัน ในปี พ.ศ. 2557 เพื่อมุ่งเป็นบริษัทประกันชีวิตระดับภูมิภาค (Regional Life Insurance Company) บริษัทฯ ได้ร่วมกับพันธมิตรในกลุ่มประเทศ CLMV ในรูปแบบของการร่วมทุน (Joint Venture) หรือการจัดตั้งสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในต่างประเทศ เพื่อยกระดับพัฒนากระบวนการทำงานเข้าสู่มาตรฐานเป็นสากล เดินหน้าสู่การเป็น Digital Insurer และตอบรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
- สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา : สำนักงานผู้แทน กรุงย่างกุ้ง ซึ่งเปิดตั้งแต่ พ.ศ. 2557 เป็นสำนักงานผู้แทน
- ราชอาณาจักรกัมพูชา : Sovannaphum Life Assurance PLC. ดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2558
- สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว : ST–Muang Thai Insurance Co., Ltd. ดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2559
- สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม : MB Ageas Life Insurance Co., Ltd. ดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2560
- ราชอาณาจักรกัมพูชา : Dara Insurance PLC. ดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2563