บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ บริษัทในเครือ หมายรวมถึง บริษัทหรือองค์กรอื่นใดที่ควบคุม ถูกควบคุม หรืออยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทฯ ซึ่งอาจมีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการส่วนใหญ่เป็นชุดเดียวกัน (ซึ่งต่อไปนี้รวมเรียกว่า “บริษัทฯ”) ตระหนักดีถึงสิทธิในความเป็นส่วนตัวและความรับผิดชอบของบริษัทฯ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เอาประกันภัย ผู้แสดงเจตนาขอเอาประกันภัย สมาชิกในครอบครัว ผู้ชำระเบี้ย ผู้รับประโยชน์ ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่ม สมาชิกประกันภัยกลุ่มทุกประเภท ผู้อยู่ในอุปการะ และบุคคลใดๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ประกันภัย รวมถึงผู้ลงทุน (ซึ่งต่อไปนี้รวมเรียกว่า “ท่าน”) และ/หรือการส่ง การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลอื่น
บริษัทฯ ยึดค่านิยมที่ถือว่า ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่ท่านมีให้แก่บริษัทฯ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งหนึ่งสำหรับบริษัทฯ บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้มีการประมวลผลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดังนั้น การสร้างความเข้าใจแก่ท่านในเรื่องของวิธีการ ขั้นตอนในการเก็บรวบรวม การใช้ การประมวลผล และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญสำหรับบริษัทฯ ทั้งนี้ ขอให้ท่านศึกษาและทำความเข้าใจนโยบายฉบับนี้อย่างละเอียด ดังนี้
นโยบายความเป็นส่วนตัวของ บริษัทฯ ครอบคลุมถึง
ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการให้ข้อมูลนั้นของท่าน โดยบริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ ทั้งนี้ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ อาจส่งผลให้ทางบริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการเข้าทำธุรกรรมของท่าน หรือท่านอาจจะไม่สามารถใช้บริการของบริษัทฯ ได้ ตัวอย่างของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมประกอบไปด้วย
1.1) ข้อมูลที่บริษัทฯ ได้รับจากท่าน เมื่อท่านลงทะเบียนหรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคลในใบคำขอเอาประกันหรือแบบฟอร์มอื่นๆ เพื่อรับ หรือขอใช้บริการผลิตภัณฑ์/บริการของบริษัทฯ เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นๆ หมายเลขโทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด เพศ สถานภาพการสมรส ข้อมูลสำหรับการติดต่อ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน อีเมล LINE ID ภาพถ่าย ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการทำงาน ซึ่งอาจรวมถึงชื่อและที่อยู่ของนายจ้าง ลายมือชื่อ เป็นต้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแบบฟอร์มที่ท่านกรอก
1.2) ข้อมูลทางการเงิน เช่น รายได้ แหล่งที่มาของรายได้ เลขที่บัญชีธนาคาร ข้อมูลเกี่ยวกับภาษี รายละเอียดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคาร รายละเอียดเกี่ยวกับเงินกู้ ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุน รายละเอียดเกี่ยวกับบัตรเครดิต และรายละเอียดหรือข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงินอื่น ๆ เป็นต้น
1.3) ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการถูกดำเนินคดีความของท่าน เช่น ประวัติอาชญากรรม บันทึกเกี่ยวกับการดำเนินคดีไม่ว่าทางแพ่ง หรือการดำเนินคดีอื่น ๆ รวมไปถึงรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคำสั่งศาลที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
1.4) รายละเอียดผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการต่างๆ เช่น เลขที่กรมธรรม์ประกันภัย แบบประกันภัย ระยะเวลาความคุ้มครอง จำนวนเงินเอาประกันภัย เบี้ยประกันภัย วิธีการชำระเบี้ยประกันภัย ผู้รับประโยชน์ เป็นต้น
1.5) สถานะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนเงินแก่การก่อการร้าย และสถานะล้มละลาย กฎหมายสหรัฐอเมริกาว่าด้วยการป้องกันมิให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีสถานะเป็นบุคคลอเมริกันหลีกเลี่ยงภาษี (Foreign Account Tax Compliance Act: FATCA) กฎหมายว่าด้วย Common Reporting Standard: CRS
1.6) ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมของท่านกับบริษัทฯ เช่น การเปลี่ยนแปลง/การทำธุรกรรมเกี่ยวกับกรมธรรม์ รวมทั้งวันที่และเวลาที่ทำรายการธุรกรรม ข้อมูลการเข้ารักษาพยาบาล บันทึกการติดต่อของท่านกับบริษัทฯ ไฟล์เสียงสนทนา ข้อมูลการเข้าใช้บริการศูนย์บริการลูกค้าของบริษัทฯ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ประวัติการกู้ตามสิทธิกรมธรรม์ (กู้ยืมเงินโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยเป็นประกัน) รวมถึงการใช้สิทธิต่าง ๆ ภายใต้กรมธรรม์ หรือผลิตภัณฑ์ หรือบริการของบริษัทฯ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของการทำธุรกรรมของท่าน เป็นต้น
1.7) ข้อมูลคุกกี้ และเว็บบีคอน (Web Beacons) ที่ได้จากการเข้าชมเว็บไซต์ www.muangthai.co.th เว็บไซต์อื่นๆ หรือแอปพลิเคชันที่บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการ ข้อมูลการใช้เว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบริษัทฯ ข้อมูลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) และการโต้ตอบกับโฆษณาออนไลน์ของบริษัทฯ เช่น รุ่นและประเภทของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้เปิดดูเว็บ (Browser Type and Version) ประเภทของอุปกรณ์ที่ท่านใช้เพื่อเข้าถึงการบริการ (เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แล็ปท๊อป หรือสมาร์ทโฟน) ข้อมูลประเภทระบบการปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม IP (Internet Protocol) Address ของอุปกรณ์หรือเครื่องมือปลายทาง ข้อมูล Location ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการและผลิตภัณฑ์ที่ท่านเข้าชมหรือค้นหา เป็นต้น
1.8) ข้อมูลโปรไฟล์สื่อสังคมออนไลน์ของท่านเมื่อท่านใช้ข้อมูลและรหัสการเข้าระบบของสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Credential) เช่น Facebook, X และ LINE เพื่อเชื่อมต่อหรือเข้าสู่บริการใด ๆ ของบริษัทฯ เช่น บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Account ID) สิ่งที่สนใจ (Interests) รายการที่ชอบ (Likes) และรายชื่อเพื่อนของท่าน เป็นต้น ท่านสามารถควบคุมการจัดเก็บความเป็นส่วนตัวนี้ผ่านการตั้งค่าบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่จัดทำไว้ให้โดยผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ของท่าน
1.9) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) เช่น ประวัติสุขภาพซึ่งอาจรวมถึงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ ข้อมูลความพิการ ประวัติอาชญากรรม พฤติกรรมทางเพศ และข้อมูลชีวภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวที่ปรากฎอยู่บนเอกสารระบุตัวตน หรือเอกสารประกอบการทำธุรกรรมและ/หรือนิติกรรมสัญญา เช่น ข้อมูลศาสนา หรือหมู่เลือดในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/สำเนาหนังสือเดินทาง เป็นต้น โดยบริษัทฯ อาจดำเนินการดังกล่าวด้วยตนเอง โดยจะดำเนินการขีดฆ่าหรือปิดทับข้อมูลในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่านเองโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ หรือบริษัทฯ อาจขอให้ท่านเป็นผู้ดำเนินการขีดฆ่าหรือปิดทับข้อมูลในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่านด้วยตนเอง
เมื่อท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกแก่บริษัทฯ (ซึ่งบุคคลภายนอกดังกล่าว รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงผู้เอาประกันภัย สมาชิกในครอบครัว ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์) ท่านรับรองและรับประกันความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น พร้อมทั้งรับรองและรับประกันว่าท่านได้แจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบอย่างครบถ้วนแล้วเกี่ยวกับรายละเอียดตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือจากกระบวนการดังต่อไปนี้
2.1) จากการที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทฯ โดยตรง หรือให้ผ่านบริษัทฯ หรือมีอยู่กับบริษัทฯ ทั้งที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ การบริการ การติดต่อ การเยี่ยมชม เข้าร่วมกิจกรรม ค้นหา ผ่านช่องทางให้บริการ และ / หรือ ช่องทางการติดต่อต่างๆ ของบริษัทฯ เช่น
- จากการที่ท่านติดต่อสื่อสารกับบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารเป็นหนังสือหรือวาจา ทางอีเมล หรือข้อมูลที่ท่านเข้าใช้บริการ ณ ศูนย์บริการลูกค้าของบริษัทฯ
- เมื่อท่านแสดงเจตนาขอเอาประกันชีวิตหรือใช้สิทธิตามกรมธรรม์ประกันชีวิต ประกันภัยกลุ่ม รวมทั้งเมื่อท่านส่งเอกสารใบคำขอเอาประกันชีวิต หรือเมื่อให้ข้อมูลขณะที่พิจารณาคำขอเอาประกันชีวิตหรือสิทธิตามกรมธรรม์ประกันชีวิตหรือบริการอื่น ๆ ของบริษัทฯ
- เมื่อท่านติดต่อกับบุคลากร เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า พนักงานขาย ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต คนกลางประกันภัย ผู้รับจ้าง คู่ค้า ผู้ให้บริการ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้กระทำการแทน หรือบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องของบริษัทฯ (เรียกรวมกันว่า “บุคลากรและคู่ค้าของบริษัทฯ”) ผ่านทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน สื่อสังคมออนไลน์ โทรศัพท์ อีเมล การพบปะกันโดยตรง การสัมภาษณ์ ข้อความสั้น (SMS) โทรสาร ไปรษณีย์ Video Call Service หรือโดยวิธีการอื่นใด
- เมื่อท่านเข้าร่วมในกิจกรรมทางการตลาด การประกวด การจับสลากชิงโชค งานอีเว้นท์ หรือการแข่งขันต่างๆ ที่จัดขึ้นโดยหรือในนามของบริษัทฯ
- เมื่อท่านสมัครเข้าใช้บริการ/ใช้งานแอปพลิเคชันของบริษัทฯ หรือที่อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทฯในกรณีดังกล่าว เงื่อนไขการให้บริการของบริษัทฯ จะระบุถึงกิจกรรมที่ต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นการเฉพาะสำหรับการรับบริการนั้นๆ โดยบริการ/แอปพลิเคชันของบริษัทฯ เช่น
• บริการ MTL Click Application
• บริการ Telemedicine, Health at home, MTL Global Doctors และ/หรือ บริการทางสุขภาพอื่น ๆ
• บริการ LINE BCRM
• บริการ SMILE GROUP BENEFITS เป็นต้น
2.2) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น เช่น
- เมื่อบริษัทฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับท่านเพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมายและเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกำกับดูแล ตลอดจนเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) หน่วยงานภาครัฐ และ/หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ ที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย เป็นต้น
- ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านที่บริษัทฯ ได้รับจากบุคคลที่สามที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัทฯ เช่น ผู้ขอเอาประกันภัย ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่ม บริษัทประกันภัยอื่น บริษัทประกันภัยต่อ ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต ธนาคารหรือสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการข้อมูล พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ให้บริการของพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการเชื่อมต่อกับบริการของบริษัทฯ โรงพยาบาล พันธมิตรทางธุรกิจ สื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลภายนอก แหล่งข้อมูลสาธารณะ (เช่น ราชกิจจานุเบกษา) ผู้มีอำนาจหรือมีสิทธิตามกฎหมาย บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่บริษัทฯ มีนิติสัมพันธ์ด้วย ตลอดจนผู้ให้บริการอื่นๆ ที่บริษัทฯ เห็นว่าการให้บริการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อท่าน เป็นต้น
บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้เมื่อท่านเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ที่ท่านให้ข้อมูลและเพื่อส่งเสริมการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีระหว่างบริษัทฯ และท่าน บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ภายใต้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้
3.1) วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการประกันชีวิต
| วัตถุประสงค์ และ/หรือกิจกรรม | ฐานทางกฎหมาย |
|---|---|
|
- เพื่อความจำเป็นในการทำธุรกรรมระหว่างท่านกับบริษัทฯ เช่น การเข้าทำสัญญาประกันภัย การขอเอาประกันภัย การพิจารณารับประกันภัย การให้บริการหรือดำเนินการตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิต เช่น การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน การพิจารณาจ่ายเงินผลประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิต หรือการใช้สิทธิใดๆ ภายใต้กรมธรรม์ของท่าน ซึ่งรวมถึงสิทธิในการรับช่วงสิทธิ และสิทธิที่ได้รับช่วงมาด้วย หากมี เป็นต้น |
- ความยินยอมโดยชัดแจ้ง (กรณีมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว) |
|
- เพื่อการส่งข้อมูลทางด้านการบริหารธุรกิจให้กับท่าน นำส่งเอกสารเพื่อการดำเนินการของผลิตภัณฑ์และบริการ และ/หรือเพื่อจัดการความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯ กับท่าน เช่น การส่งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของข้อกำหนด เงื่อนไขและนโยบายของบริษัทฯ เป็นต้น |
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
|
- เพื่อการติดต่อในกรณีที่ท่านยังสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการไม่สำเร็จ (drop - off) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในกรณีที่ท่านต้องการสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการประเภทเดียวกันกับบริษัทฯ อีกครั้ง |
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
|
- เพื่อการดำเนินการหรือทำธุรกรรมหรือให้บริการตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล |
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
3.2) วัตถุประสงค์อื่นๆ เพื่อการดำเนินงานของบริษัทฯ
| วัตถุประสงค์ และ/หรือกิจกรรม | ฐานทางกฎหมาย |
|---|---|
|
- เพื่อการจัดทำกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการประชาสัมพันธ์ การติดต่อสื่อสาร อำนวยความสะดวกหรือดำเนินการอันจำเป็นให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมหรือโครงการ และนำส่งข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมหรือโครงการ เช่น การจัดกิจกรรมของเมืองไทยสไมล์คลับ เป็นต้น |
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
|
- เพื่อตรวจสอบและยืนยันตัวตนของท่านเมื่อท่านมาทำธุรกรรมกับบริษัทฯ |
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
|
- เพื่อการบริหารจัดการการดำเนินงานของบริษัทฯ เช่น |
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
|
- การวิเคราะห์ วิจัย และ/หรือ จัดทำข้อมูลทางสถิติ รวมถึงการทำวิจัยทางการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง การทำวิจัยเชิงคณิตศาสตร์ประกันภัย การจัดทำรายงานสำหรับการใช้ภายในบริษัทฯ เพื่อการประเมินผลทางการเงิน การพัฒนา ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ |
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
|
- เพื่อดำเนินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อตกลง หรือนโยบายที่ใช้บังคับ ซึ่งกำหนดขึ้นโดยหน่วยงานที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่ระงับข้อพิพาท หน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจประกันภัย หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น กฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง กฎหมายว่าด้วยคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการสังคม กฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมาย FATCA/CRS กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายล้มละลาย และกฎหมายอื่นๆ ที่บริษัทฯ จำเป็นต้องปฏิบัติตามทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงประกาศและระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว ทั้งที่ใช้บังคับอยู่แล้วในขณะนี้ ที่จะแก้ไขเพิ่มเติม หรือที่จะมีขึ้นต่อไปในอนาคต เป็นต้น |
- การปฏิบัติตามกฎหมาย |
|
- การดำเนินกิจกรรมทางการตลาด ดังต่อไปนี้ เช่น |
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
|
- การดำเนินกิจกรรมทางการตลาด ดังต่อไปนี้ เช่น |
- การปฏิบัติตามสัญญา |
|
- การดำเนินการกิจกรรมทางการตลาด เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการอื่นของบริษัทฯ ที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์เดิมที่ท่านมีอยู่กับบริษัทฯ หรืออาจเป็นผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทในเครือ หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ โดยมีลักษณะที่เกินความคาดหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การนำเสนอผลิตภัณฑ์กองทุนรวมให้กับลูกค้าผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต หรือการส่งข้อความการสื่อสารด้านการตลาดให้กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ มาก่อนและไม่อาจคาดหมายว่าจะได้รับข้อมูลข่าวสารการตลาดจากบริษัทฯ เป็นต้น |
- ความยินยอม |
|
- การส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่นายหน้าฯ พันธมิตรทางธุรกิจ และ/หรือ บุคคลที่สาม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น การสรุปค่าตอบแทนตามสัญญา การติดตามการดำเนินงาน การให้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริการ เป็นต้น |
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
3.3) วัตถุประสงค์สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับประโยชน์
| วัตถุประสงค์ และ/หรือกิจกรรม | ฐานทางกฎหมาย |
|---|---|
|
- เพื่อการดำเนินการหรือทำธุรกรรมหรือให้บริการตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การดำเนินการตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิต การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน การพิจารณาจ่ายเงินผลประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิต |
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
วัตถุประสงค์อื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวข้างต้น จะถูกระบุไว้เป็นการเฉพาะเมื่อบริษัทฯ มีการขอข้อมูลของท่าน หรือเป็นการเก็บรวบรวม และใช้ตามข้อยกเว้นตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่ใช้บังคับ รวมถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จะอนุญาตให้กระทำเป็นอย่างอื่น หากบริษัทฯ ประสงค์จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบ หรือในกรณีที่จำเป็นต้องขอความยินยอม บริษัทฯ จะดำเนินการขอความยินยอมจากท่าน
สำหรับการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด หากท่านประสงค์ที่จะไม่รับการสื่อสารการตลาดจากบริษัทฯ ท่านสามารถติดต่อผ่านช่องทางต่างๆ ได้ดังนี้
• ศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ โทร. 1766
• ศูนย์บริการลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ
• E-mai l: [email protected] หรือ
• ใช้สิทธิผ่านระบบการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ที่นี่ หรือ
• หากท่านไม่ต้องการรับ “เฉพาะการสื่อสารอีเมลที่เกี่ยวข้องกับการตลาด” จากบริษัทฯ อีก ท่านสามารถเลือกการเลิกรับอีเมลที่เกี่ยวกับการตลาดเหล่านี้ได้ โดยคลิกที่ลิงก์ยกเลิกการรับข้อมูล (Unsubscribe) ที่ด้านล่างของอีเมลแต่ละฉบับ
บริษัทฯ จะดำเนินการตามคำขอของท่านโดยเร็ว
การปกป้องความเป็นส่วนตัวของท่านถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบริษัทฯ บริษัทฯ มีนโยบายและกระบวนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และบริษัทฯ จำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับเฉพาะบุคคลที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลของท่านในการจัดหาผลิตภัณฑ์และเพื่อการให้บริการของบริษัทฯ เช่น พนักงาน หรือตัวแทนของบริษัทฯ ซึ่งบุคคลที่บริษัทฯ อนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้น จะต้องยึดมั่นและทำการปกป้องตลอดจนและรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทฯ มีมาตรการการป้องกันทั้งทางกายภาพและทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการกำกับดูแลที่บังคับใช้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ในกรณีที่บริษัทฯ มีการเข้าทำสัญญากับบุคคลที่สาม บริษัทฯ จะกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความปลอดภัย
เทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการรักษาความปลอดภัยออนไลน์และเครือข่าย
บริษัทฯ นำมาตรการด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่หลากหลายมาใช้ด้วยความพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในระบบของบริษัทฯ นั้น มีความปลอดภัย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกเก็บไว้ในเครือข่ายที่มีความปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้โดยพนักงานจำนวนจำกัดเท่านั้น ซึ่งจะเป็นบุคคลที่มีสิทธิพิเศษในการเข้าถึงระบบดังกล่าว
นอกจากมาตรการและวิธีการรักษาความปลอดภัยที่กล่าวข้างต้นแล้วบริษัทฯ ยังใช้เทคโนโลยีระดับสูง ดังต่อไปนี้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
• Secured Socket Layer (SSL) และ Transport Layer Security (TLS) : เพื่อไม่ให้มีการตรวจพบข้อมูลใดๆ ในขณะที่ส่งผ่านทางอินเทอร์เน็ต บริษัทฯ ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัส Secure Socket Layer (SSL) และโปรโตคอลการรักษาความปลอดภัย Transport Layer Security (TLS) บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ณ จุดที่บริษัทฯ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปเข้ารหัส (เช่น ข้อมูลการชำระเงิน และข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบ เป็นต้น) ซึ่งบราวเซอร์ (browser) ที่นิยมส่วนใหญ่ได้แก่ Google Chrome, Firefox, Safari และ Internet Explorer สามารถรองรับเทคโนโลยีนี้ได้
• ไฟร์วอลล์ (Firewall) : เพื่ออนุญาตให้มีการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทฯ ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น บริษัทฯ ได้มีการวางชั้นของไฟร์วอลล์ (ระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย) ระหว่างระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตของบริษัทฯ
• ซอฟต์แวร์สแกนไวรัสและมัลแวร์ (Virus and Malware Scan) : บริษัทฯ มีการติดตั้งซอฟต์แวร์สแกนไวรัสและมัลแวร์และอัปเดตเป็นระยะ ๆ ในคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดของบริษัทฯ
• บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลของท่านนานตราบเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความจำเป็นและวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ จะต้องรวบรวมและประมวลผล ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ใช้บังคับ
• บริษัทฯ จะยังเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป แม้ว่าท่านจะยุติความสัมพันธ์กับบริษัทฯ เท่าที่จำเป็นตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบตามกฎหมาย หรือทำการเก็บในรูปแบบที่ทำให้ระบุตัวตนตัวบุคคลไม่ได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น เทคนิคการทำ “แอนโนนีมัส” (Anonymous) เป็นต้น
• ในส่วนของสัญญาประกันภัย บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ นานเท่าที่จำเป็นต้องเก็บเพื่อการดำเนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ระบุข้างต้น โดยบริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เกิน 12 ปี นับแต่วันที่ท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์ หรือ การติดต่อครั้งสุดท้ายกับบริษัทฯ โดยบริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนานกว่าที่กำหนดหากกฎหมายอนุญาต
• เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาและอายุความตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทฯ จะทำการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในรูปแบบที่เหมาะสมตามประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปแม้จะพ้นกำหนดอายุความตามกฎหมายแล้ว เช่น กรณีที่มีการส่งเงินครบกำหนดเข้ากองทุนประกันชีวิต หรือกรณีอยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นต้น
• บริษัทฯ จะมีการดำเนินการในขั้นตอนอันเหมาะสม เพื่อทำการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่าน ตามระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้น
บริษัทฯ จะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นความลับ แต่ทั้งนี้ ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาตให้กระทำได้ หรือกรณีที่การเปิดเผยดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อให้สามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุข้างต้น บริษัทฯ อาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลต่าง ๆ ดังกรณีต่อไปนี้
6. 1) หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานอื่นตามภารกิจหรืออำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับ การปฏิบัติตามคำร้องขอจากหน่วยงานรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ หรือเพื่อการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย การตอบสนองต่อความปลอดภัยของบุคคลหรือสาธารณะ การพิจารณาคดี การดำเนินคดี การสืบสวน สอบสวน และเรื่องทางกฎหมายอื่นๆ ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง การตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย การบังคับใช้ข้อกำหนดในการให้บริการของบริษัทฯ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต โดยท่านสามารถศึกษานโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน คปภ. ได้ที่ https://www.oic.or.th สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน กลต.) กรมสรรพากร ศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น
6.2) สมาคม หน่วยงาน หรือบุคคลอื่นใดตามความจำเป็นในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย หรือภาระหน้าที่ตามข้อบังคับ หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิของบริษัทฯ สิทธิของบุคคลภายนอก ซึ่งอาจรวมถึงการดำเนินกระบวนการทางกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมประกันชีวิตไทย เป็นต้น
6.3) การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างบริษัทในเครือ บริษัทหนึ่งอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับอีกบริษัทหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้บริการของท่านจะเป็นประโยชน์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในการให้บริการแก่ท่านและเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดตามที่ได้อธิบายไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทในเครือดังกล่าวจะดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเป็นอิสระ หรือในนามของบริษัทฯ ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
6.4) การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างบริษัทฯ กับพันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลที่สาม ได้แก่
• บริษัทฯ อาจใช้บริการบริษัทอื่น คู่ค้า ตัวแทนของบริษัทฯ ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ หรือผู้ให้บริการภายนอกเพื่อดำเนินการแทนบริษัทฯ หรือเพื่อช่วยสนับสนุนการส่งมอบผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการแก่ท่าน ได้แก่ การประมวลผลข้อมูล การให้บริการบัตรเครดิต การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาแพลตฟอร์มบริการลูกค้า การส่งอีเมล/SMS การพัฒนาเว็บไซต์ การพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือ การสำรวจความพึงพอใจ และการทำวิจัย และการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า เป็นต้น โดย
▫ บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับพันธมิตรทางธุรกิจหรือบุคคลที่สามเพื่อให้บุคคลดังกล่าวสามารถช่วยบริษัทฯ ให้บริการ/ส่งมอบการบริการของบริษัทฯ ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในส่วน "วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล" ข้างต้น เช่น ผู้ให้บริการยืนยันตัวตนบนโลกดิจิทัล (National Digital ID) ผู้ให้บริการ Cloud Computing ผู้ให้บริการประเมินราคาทรัพย์สิน ผู้ให้บริการเพื่อการทำการตลาด ผู้ให้บริการคลังเก็บเอกสาร ผู้ให้บริการด้านการทำลายเอกสาร ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการช่องทางการรับชำระเงิน โรงพิมพ์หรือผู้ให้บริการสิ่งพิมพ์ ผู้ให้บริการจัดส่งเอกสารหรือพัสดุ ผู้ให้บริการสำหรับการให้บริการอำนวยความสะดวก (Concierge Services) ผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์และบริการนำส่งข้อความ (SMS) ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยี เป็นต้น
▫ บริษัทฯ อาจใช้บริการวิเคราะห์ข้อมูลของบุคคลที่สาม ได้แก่
▹ Google Analytics บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะเพียงเว็บไซต์บริษัทฯ และหน้า Facebook ของบริษัทฯ Google Analytics ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น คุกกี้เพื่อช่วยวิเคราะห์และพัฒนาประสบการณ์การเยี่ยมชมเว็บไซต์ ข้อมูลที่สร้างโดยคุกกี้เกี่ยวกับการใช้งานบนเว็บไซต์ บริษัทฯ ของท่าน เป็นต้น (เช่นที่อยู่ IP, URL ที่เข้าชม, วันที่และเวลาที่มีการดูเพจ เป็นต้น) จะถูกส่งและจัดเก็บโดย Google บนเซิร์ฟเวอร์ของทาง Google ซึ่ง Google จะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการติดตามและจัดทำรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมของเว็บไซต์และให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานเว็บไซต์และการใช้อินเทอร์เน็ต Google สามารถถ่ายโอนข้อมูลนี้ไปยังบุคคลที่สามตามที่กฎหมายกำหนดหรือเมื่อบุคคลที่สามดังกล่าวประมวลผลข้อมูลในนามของ Google สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลของ Google เกี่ยวกับ Google Analytics โปรดดูที่ http://www.google.com/analytics/learn/privacy ท่านสามารถเลือกไม่ใช้ Google Analytics ได้โดยใช้โปรแกรมเสริมของทาง Google ที่ https://tools.google.com/dlpage/gaoptout?hl+en=GB
▹ SDK บริษัทฯ มีการติดตั้งอุปกรณ์พัฒนาซอฟต์แวร์ (SDK) บนแอปพลิเคชัน บริษัทฯ Fit ซึ่งใช้เพื่อเชื่อมต่อ บริษัทฯ Fit กับ Facebook ในการทำงานร่วมกัน โดย SDK สามารถระบุผู้ใช้งาน บริษัทฯ Fit ในการประชาสัมพันธ์สื่อโฆษณาผ่าน Facebook Ads ได้จากพฤติกรรมการใช้งานผ่าน บริษัทฯ Fit บริษัทฯ ใช้ SDK เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์สถานะการใช้บริการและประเมินประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์ผ่าน Facebook Ads สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลของ Facebook โปรดดูที่ https://www.facebook.com/policy
• บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เช่น ผู้ถือกรมธรรม์ ในกรณีของผลิตภัณฑ์ประกันแบบกลุ่ม บริษัทประกันภัยต่อ บริษัทนายหน้าประกันภัยต่อ บริษัทประกันภัยอื่น คนกลางประกันภัย ตัวแทนประกันภัย นายหน้าประกันภัย สถาบันการเงิน ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้วางแผนการลงทุน และ/หรือผู้แนะนำการลงทุน (ซึ่งหมายความรวมถึงบุคคลที่ได้รับการว่าจ้าง หรือ เข้าทำสัญญาเพื่อปฏิบัติงานให้แก่บุคลากรและคู่ค้าของบริษัทฯ ดังกล่าว) บริษัทจัดการการลงทุน เพื่อทำการเชิญชวน ชักชวน ชี้ช่อง จัดการให้ทำ เสนอขาย ขาย จัดจำหน่าย การพิจารณารับประกัน การจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ การจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทน หรือให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการที่เสนอโดยบริษัทฯ หรือบริษัทในเครือ ให้แก่ท่าน รวมถึง ส่งมอบผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทฯ ที่มีการเสนอ/ขายให้แก่ท่าน เป็นต้น
• ผู้เชี่ยวชาญ/ที่ปรึกษา เช่น ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอก ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ที่ปรึกษาด้านภาษี บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ตามแต่กรณี เพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นต้น
• บุคคลที่สามอื่นใด บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลที่สามอื่นใด เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ เช่น บุคคลที่ท่านมีสัญญาหรือความสัมพันธ์ทางธุรกรรมร่วม (เช่น บุคคลอ้างอิง ผู้ค้ำประกัน ผู้จำนอง ผู้ให้หลักประกัน ผู้รับผลประโยชน์ หรือสถานทูตเพื่อการรับรองเอกสาร เป็นต้น) ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นๆ ที่ท่านมีธุรกรรมร่วม ผู้ออกหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุน ผู้รับฝากหลักทรัพย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของท่าน สมาชิกของผู้ให้บริการยืนยันตัวตนบนโลกดิจิทัล (National Digital ID) ผู้ให้บริการเครือข่ายบัตร (เช่น VISA, Mastercard, JCB, UPI) มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา ผู้ใช้บริการ e - KYC ของบริษัทฯ ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ สาธารณะหรือบุคคลทั่วไป เป็นต้น
ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทฯ จะดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองและพันธมิตรทางธุรกิจหรือบุคคลที่สามที่บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลจะดำเนินการตามที่บริษัทฯ กำหนด และจะไม่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์หรือผลประโยชน์ของบุคคลที่สามนั้นเอง มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึงการทำสัญญากับพันธมิตรทางธุรกิจและบุคคลที่สามตามที่บริษัทฯ เห็นสมควร
ในกรณีที่ท่านให้ความยินยอม บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลของท่านกับบริษัทที่เป็นพันธมิตร (Partners) หรือบุคคลอื่น เพื่อที่บริษัทฯ จะได้เสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการไปยังท่าน บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลของท่านไปยังบริษัทที่เป็นพันธมิตรของบริษัทฯ หรือบุคคลอื่น ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อได้จาก www.muangthai.co.th ทั้งนี้ บุคคลอื่น หรือบริษัทฯ ที่เป็นพันธมิตรของบริษัทฯ นั้น อาจมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ซึ่งบริษัทฯ จะทำการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันเสมอ
6.5) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกโอน ถ่าย ถูกจัดเก็บไว้ หรือถูกประมวลผลโดยบริษัทฯ หรืออาจถูกส่งให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานใดๆ ตามรายละเอียดข้างต้น ซึ่งอาจมีที่ตั้งหรืออาจให้บริการอยู่ในประเทศไทยหรือนอกประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทฯ จะกำหนดมาตรฐานในการทำข้อตกลง และ/หรือ สัญญาร่วมธุรกิจกับหน่วยงาน องค์กรที่จะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นที่ยอมรับ และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน จะได้รับการคุ้มครองอย่างปลอดภัย
กรณีที่บริษัทฯจะโอน ถ่าย และ/หรือ ส่งข้อมูลไปยังต่างประเทศ เช่น
• การทำประกันภัยต่อ/รับประกันภัยต่อกับบริษัทรับประกันภัยต่อ/บริษัทนายหน้าประกันภัยต่อ/บริษัทประกันภัยอื่นในต่างประเทศ
• การให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับกรมธรรม์ประกันภัย เช่น บริการ MTL Global Connect เป็นต้น
ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศปลายทางที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ บริษัทฯจะดูแลให้มั่นใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น มีข้อตกลงกับผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าวเพื่อยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่ากับประเทศไทย หรือในกรณีที่ผู้รับข้อมูลเป็นบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ บริษัทฯ อาจเลือกใช้วิธีการดำเนินการให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (Binding Corporate Rules) ที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่างๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัทฯ กำหนด และในกรณีท่านมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถูกจำกัดความสามารถในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย ท่านสามารถขอใช้สิทธิโดยให้บิดาและ/หรือมารดา ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือมีผู้อำนาจกระทำการแทนเป็นผู้แจ้งความประสงค์
7.1) สิทธิขอถอนความยินยอม
หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัทฯ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ โดยการถอนความยินยอมของท่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้กระทำขึ้นก่อนการถอนความยินยอม
ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านในส่วนที่เกี่ยวข้องและจำเป็นกับการขอรับบริการ อาจส่งผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือให้บริการแก่ท่านได้ หรืออาจส่งผลให้ธุรกรรมหรือกิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องถูกระงับ หรือหยุดลงชั่วคราว เช่น อาจมีผลกระทบต่อการพิจารณารับประกันภัย รวมถึงการให้บริการเกี่ยวกับกรมธรรม์ หรือการจ่ายเงินผลประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือการให้บริการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย อันจะส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาประกันภัยได้ ซึ่งจะมีผลให้ท่านไม่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรืออาจส่งผลกระทบต่อท่านในการรับทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการต่าง ๆ เช่น ท่านจะไม่ได้รับข้อเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ สิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ๆ ไม่ได้รับผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการที่ถูกใจมากยิ่งขึ้นและสอดคล้องหรือตรงตามความต้องการของท่าน หรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร คำแนะนำอันเป็นประโยชน์แก่ท่าน เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของท่านควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนถอนความยินยอม เป็นต้น
7.2) สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯ และขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร
7.3) สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทฯ ได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ จำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยเพื่อให้ท่านสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการของบริษัทฯ ได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัทฯ หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการของบริษัทฯ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
7.4) สิทธิขอคัดค้าน
ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน บริษัทฯ จะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัทฯ สามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี
นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง (direct marketing) หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติได้อีกด้วย
7.5) สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทฯ หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
7.6) สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอใช้สิทธิคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทฯ หมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ท่านขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้แทน
7.7) สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
7.8) สิทธิร้องเรียน
ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทฯอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่านได้ บริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย
เมื่อบริษัทฯพิจารณาคำร้องขอตามสิทธิของท่านเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะแจ้งผลในการพิจารณาให้ท่านทราบและดำเนินการที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• กรณีเป็นการขอใช้สิทธิเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่บริษัทฯได้รับคำร้องขอ
• กรณีเป็นการขอใช้สิทธิลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่บริษัทฯได้รับคำร้องขอ
• สำหรับสิทธิอื่นๆ บริษัทฯ จะดำเนินการโดยไม่ชักช้า
หากท่านต้องการที่จะใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น ได้ที่ระบบการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ที่นี่ หรือ ติดต่อผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัทฯ
นโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทฯ ใช้แค่กับเว็บไซต์ของบริษัทฯ เท่านั้น บางส่วนของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัทฯ อาจมีลิงก์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลที่สาม เช่น เครือข่ายสังคม เป็นต้น ซึ่งเว็บไซต์เหล่านั้นอาจไม่ได้ดำเนินการตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทฯ ไม่มีความรับผิดชอบต่อเว็บไซต์และบริการของบุคคลที่สาม หรือแนวทางปฏิบัติด้านข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม ท่านควรตรวจสอบประกาศเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์หรือบริการเหล่านั้นเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายในการรวบรวม การใช้ การโอนย้าย และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างละเอียด
บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ได้ตลอดเวลา หรือปรับเปลี่ยนนโยบายฉบับนี้ เท่าที่กฎหมายอนุญาต และท่านสามารถดูแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวได้ที่ www.muangthai.co.th/th/privacy-policy หากมีการเปลี่ยนแปลงในนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทฯ บริษัทฯ จะประกาศเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในเว็บไซต์ของบริษัทฯ
บริษัทฯ มีการทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวอยู่ประจำและจะนำข้อมูลใหม่มาปรับปรุงบนหน้าเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
บริษัทฯ ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อตรวจสอบการดำเนินการที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และนโยบาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ของบริษัทฯ รวมทั้งประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามข้อมูลการติดต่อด้านล่างนี้
ที่อยู่สำนักงาน: บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 250 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ประเทศไทย 10310 ระบุผู้รับเป็น “สำนักคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”
E-mail: [email protected]
โทร. 02-275-4385 ต่อ 5450
ช่องทางติดต่อบริษัทฯ
หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัย เกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ หรือการจัดการดูแลข้อมูลของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายัง
• ศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ โทร. 1766
• ทางไปรษณีย์ที่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 250 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ประเทศไทย 10310 ระบุผู้รับเป็น “สำนักคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”
• เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อมูลด้านบน