ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ 12 กุมภาพันธ์ วันตรุษจีน 2564 เผลอแปร๊บเดียวก็เข้าใกล้สู่วันปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีนกันแล้วนะครับ ซึ่งความจริงวันตรุษจีน ก็จะมีความคล้ายกับปีใหม่ของไทย มีการรวม ญาติพี่น้อง เพื่อพบปะพูดคุยกินข้าวร่วมกัน ทำบุญไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษและไหว้ผีไม่มีญาติ เพื่อความเป็นศิริมงคลให้กับชีวิตในวันตรุษจีน รวมไปถึงที่ขาดไม่ได้คือการแจกอั่งเปาให้กับเด็กๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่คนจีนเชื่อว่าควรทำในวันนี้ ส่วนสิ่งที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีนและ ข้อห้ามตามความเชื่อของชาวจีนก็มีเช่นกันครับ ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้ว่า 12 สิ่งห้ามทำ ในวันตรุษจีนมีอะไรบ้าง เพื่อให้ในปีนี้เราได้พบแต่เรื่องราวเฮงๆ ตลอดทั้งปี มาดูกัน

ห้ามทำความสะอาดบ้าน

ห้ามทำความสะอาดบ้าน

คนจีนจะถือว่า การทำความสะอาดบ้าน และทิ้งขยะ ในวันตรุษจีนนั้น จะเป็นการกวาดเอาโชคลาภ เงินทอง ออกไปจากบ้าน ดังนั้น วันตรุษจีน จึงไม่ค่อยมีคนทำความสะอาดบ้าน แต่จะไปทำความสะอาดกันหนึ่งวันก่อนวันตรุษจีน เพื่อที่จะให้บ้านสะอาดรับปีใหม่ และใช้บ้านในการต้อนรับแขกที่จะมาเยี่ยมเยียนอีกทางหนึ่ง

ห้ามทำความสะอาดบ้าน

ห้ามร้องไห้

ห้ามร้องไห้

หากร้องไห้ในวันขึ้นปีใหม่ คนจีนเชื่อว่าจะทำให้พบกับเรื่องไม่ดีและเสียใจไปตลอดปี จึงไม่แปลกที่ อากง อาม่า หรือ ป๊า ม๊า จะไม่ดุ หรือตีลูกๆ หลานๆ ในวันนี้ เพราะไม่อยากใ้ห้เด็กร้องไห้นั่นเอง

 

ห้ามร้องไห้

ห้ามซักผ้า

ห้ามซักผ้า

คนจีนเชื่อว่า เทพเจ้าแห่งน้ำเกิดในวันตรุษจีน ดังนั้นการซักผ้าในวันนี้ จึงถือเป็นเหมือนการลบหลู่ท่าน เพราะฉะนั้นห้ามซักผ้าเด็ดขาด  ละอย่าลืมเลี่ยงไปซักผ้าในวันอื่น หรือซักก่อนที่จะถึงวันตรุษจีนกันนะครับ

 

ห้ามซักผ้า

ห้ามสระผมหรือตัดผม

ห้ามสระผมหรือตัดผม

ตามความเชื่อชาวจีนจะไม่นิยมตัดผมหรือสระผมในวันตรุษจีน หรือบางคนก็จะไม่สระผมถึง 3 วัน เหมือนเป็นการนำความมั่นคงออกไป เพราะคำว่า ผม เป็นคำพ้องเสียงและพ้องรูปกับคำว่า มั่งคั่ง ดังนั้น การสระหรือตัดผมในวันตรุษจีน จึงเหมือนกับการนำความมั่งคั่งออกไป

ห้ามสระผมหรือตัดผม

ห้ามพูดคำหยาบ และทะเลาะเบาะแว้ง

ห้ามพูดคำหยาบ และทะเลาะเบาะแว้ง

การพูดในสิ่งไม่ดี ไม่ว่าจะคำหยาบ พูดปด หรือพูดไปถึงความตาย คนจีนเชื่อว่าการพูดเรื่องราวหรือสิ่งที่ไม่ดีนั้น จะนำความโชคร้ายมาให้ตลอดปี รวมถึงการทะเลาะเบาะแว้ง และควรหลีกเลี่ยงการพูดเลข 4 เพราะเลข 4 เป็นเลขที่ออกเสียงคล้ายกับคำว่าตายนั่นเอง

ห้ามพูดคำหยาบ และทะเลาะเบาะแว้ง

ห้ามกินโจ๊กหรือเนื้อสัตว์

ห้ามกินโจ๊กหรือเนื้อสัตว์

คนจีนเชื่อว่าการกินโจ๊กในตอนเช้าของวันตรุษจีน เหมือนเป็นการขัดขวางไม่ให้ตัวเองร่ำรวย และทำตัวเหมือนคนจน ทั้งนี้ ยังรวมไปถึงการไม่กินเนื้อสัตว์ด้วย เพราะเทพเจ้าที่ลงมาในตอนเช้าของวันตรุษจีนนั้นเป็นมังสวิรัติ

ห้ามกินโจ๊กหรือเนื้อสัตว์

ห้ามซื้อรองเท้าใหม่

ห้ามซื้อรองเท้าใหม่

เพราะคำว่ารองเท้าในภาษาจีน ออกเสียงว่า Hai ทำให้เสียงที่ออกนั้นคล้ายกับเสียงถอนหายใจ คนจีนจึงถือว่าการซื้อร้องเท้าใหม่ในวันปีใหม่นั้นเป็นสัญญาณที่ไม่ดีสำหรับการเริ่มต้นปีที่ดี

ห้ามซื้อรองเท้าใหม่

ห้ามเข้าไปในห้องนอนของคนอื่น

ห้ามเข้าไปในห้องนอนของคนอื่น

ความเชื่อนี้ระบุชัดว่า หากเข้าห้องนอนคนอื่นจะโชคร้าย รวมไปถึงหากเจ้าของห้องยินยอมให้บุคคลอื่นเข้ามาในห้องนอนของตัวเองก็อาจจะส่งผลให้โชคร้ายเช่นกันครับ ทางที่ดีพบเจอกันนอกบ้าน หรือนอกห้องนอนและเว้นระยะห่างทางสังคมกันด้วยนะครับ

ห้ามเข้าไปในห้องนอนของคนอื่น

ห้ามใส่ชุดขาว หรือสีดำ

ห้ามใส่ชุดขาว หรือสีดำ

เพราะว่าชุดสีขาว หรือชุดสีดำ นั่นหมายถึงลางร้าย ดังนั้นเราจะเห็นว่า วันตรุษจีนผู้คนจะสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง หรือชุดที่มีสีสันสดใสเท่านั้น เพราะเชื่อว่าสีแดงจะนำความโชคดีและความสุขมาให้ชีวิตปังๆ นั่นเองครับ

ห้ามใส่ชุดขาว หรือสีดำ

ห้ามทำของแตก

ห้ามทำของแตก

คนจีนเชื่อว่า เชื่อว่าถ้าหากใครทำของแตกถือเป็นลางร้ายมาเยือน อาจจะมีคนในครอบครัวเจ็บไข้ได้ป่วย ครอบครัวจะแตกแยกหรือมีคนเสียชีวิต ดังนั้นควรเก็บของที่อาจสุ่มเสี่ยงให้พ้นมือของเราและเด็กๆ

ห้ามทำของแตก

ห้ามใช้ของมีคม

ห้ามใช้ของมีคม

กรรไกร กรรไกรตัดเล็บ มีด กันไกรตัดหญ้า เลื่อย หรืออะไรก็ตามที่มีคม วันตรุษจีนขอให้งดใช้ทุกรูปแบบ เพราะตามความเชื่อของชาวจีนหากใช้ของมีคม จะเหมือนว่าเราทำการตัดความโชคดี โชคลาภออกไป ดังนั้นห้ามใช้ของมีคมเด็ดขาด

ห้ามใช้ของมีคม

ห้ามให้ยืมเงิน

ห้ามให้ยืมเงิน

ห้ามเผลอให้ใครยืมเงิน หรือพูดว่าไม่มีเงิน ในวันตรุษจีน เพราะเชื่อว่าการให้ยืมเงินในวันนี้จะทำให้ทั้งปีมีคนเข้ามาขอยืมเงินตลอด รวมไปถึง หากใครที่ติดเงิน หรือเป็นหนี้ใครไว้ ก็ควรที่จะคืนเงินก่อนวันตรุษจีน เพราะการติดเงินใครในวันตรุษจีน เชื่อว่าคนนั้นก็จะมีหนี้สินตลอดปีไม่จบไม่สิ้น

 

นอกจากปฎิบัติตามความเชื่อในวันตรุษจีนแล้ว การดูแลสุขภาพก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนชีวิตไปพบเจอแต่เรื่องราวดีๆ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข อย่าลืมมอบความคุ้มครองสุขภาพแทนอั่งเปาด้วยความคุ้มครองสุขภาพ Super Health

 

 

ที่มา : Wongnai http://bit.ly/3oJLD2a , Kapook https://bit.ly/3thBEET , Thairath http://bit.ly/3r64174

ห้ามให้ยืมเงิน
Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันชีวิตและสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ อีลิท เฮลท์

ความคุ้มครองสุขภาพแบบครบวงจร

ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพ ด้วยความคุ้มครองสูงตั้งแต่ 20-100 ล้านบาท/ปี ในราคาเบี้ยเข้าถึงง่าย คลอบคลุมโรคร้ายแรงและการไปรักษาต่างประเทศ(2)

ประกันชีวิตและสุขภาพ

ความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์

เก็ทง่าย จ่ายเต็มแม็กซ์!

ความคุ้มครองสุขภาพดีๆ ที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เพราะเหมาจ่ายวงเงินเดียวสูงสุด 5 ล้านบาท* เงื่อนไขน้อยแต่คุ้มครองเยอะ เคลมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ประกันชีวิตและสุขภาพ

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า

ดูแลเหมาๆ แม้ไม่มีสวัสดิการ

ไม่มีสวัสดิการก็ยังอุ่นใจตั้งแต่บาทแรก ในราคาเบี้ยที่เข้าถึงได้ ค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายสูงสุด 5 แสนบาท(1) พร้อมค่าห้องเพิ่มอีกวันละ 4 พันบาท(2)

ประกันชีวิตและสุขภาพ

โครงการ เอ็กซ์ตร้าแคร์ พลัส

Top up สวัสดิการที่คุณมี

สวัสดิการไม่พออย่ารอช้า เพราะค่ารักษาพยาบาล Top up ได้ ช่วยเติมเต็มจากสวัสดิการที่คุณมีสูงสุดถึง 5 แสนบาท(1) ในราคาเริ่มต้นแค่หลักร้อยต่อเดือน

ประกันชีวิตและสุขภาพ

โครงการ ดี คิดส์

ดี คิดส์ เพื่อลูกน้อย / ดี คิดส์ จุดเริ่มต้นของการดูแล

เพราะวัยเด็กคือจุดเริ่มต้นของพัฒนาการที่สำคัญ มอบความคุ้มครองเรื่องสุขภาพให้ลูกน้อยตั้งแต่เริ่มต้น เพิ่มความอุ่นใจให้พ่อแม่ยามลูกเจ็บป่วย

ประกันชีวิตและสุขภาพ

สัญญาเพิ่มเติม การรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD)

ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลก็จ่ายให้

เจ็บเล็กเจ็บน้อยแค่ไหนก็ไม่หวั่น เพราะเราเพิ่มเติมความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอกให้ อุ่นใจ เพราะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ