Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

"วันที่ควรบริโภคก่อน" Best Before คืออะไร กินได้ไหม ต่างจากวันหมดอายุอย่างไร

"วันที่ควรบริโภคก่อน" Best Before คืออะไร กินได้ไหม ต่างจากวันหมดอายุอย่างไร

เวลาเลือกซื้อหรือเปิดดูอาหารที่มีฉลากระบุวันเดือนปี คุณอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ควรบริโภคก่อน” (Best Before) หรือ “วันหมดอายุ” (Use By) ซึ่งแม้จะดูคล้ายกัน แต่แท้จริงแล้วมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างมาก การเข้าใจความหมายของคำเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้คุณบริโภคอาหารได้อย่างปลอดภัย แต่ยังช่วยลดการทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็น ประหยัดเงิน และลดปริมาณขยะอีกด้วย


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ


1. Best Before คืออะไร?

2. Best Before กินได้ไหม?

3. วันหมดอายุ (Use By) คืออะไร?

4. อาหารประเภทใดใช้ Use By?

 



Best Before คืออะไร?


1. Best Before คืออะไร?

ควรบริโภคก่อน (Best Before หรือ BBE) คือวันที่ผู้ผลิตรับรองว่าสินค้าจะมีคุณภาพดีที่สุด ทั้งในแง่ของ รสชาติ, เนื้อสัมผัส, กลิ่น และคุณค่าทางโภชนาการ หากคุณเก็บรักษาตามคำแนะนำบนฉลากอย่างถูกต้อง


ที่สำคัญ Best Before ไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะหมดอายุหรือเป็นอันตรายหากรับประทานหลังวันดังกล่าว แต่คุณภาพของสินค้าอาจจะเริ่มลดลงเล็กน้อยตามธรรมชาติ



2. Best Before กินได้ไหม?


ถ้าคุณเห็นฉลาก Best Before (ควรบริโภคก่อน) บนผลิตภัณฑ์อาหาร คำตอบคือ "กินได้" แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ควรพิจารณา


Best Before กับความปลอดภัย


Best Before คือวันที่ผู้ผลิตรับรองว่าสินค้าจะมี คุณภาพดีที่สุด ทั้งในด้านรสชาติ, กลิ่น และเนื้อสัมผัส จนถึงวันนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารจะเป็นอันตรายหากรับประทานหลังจากวันดังกล่าว


วิธีกินอาหารที่เลยวัน Best Before อย่างปลอดภัย


ก่อนตัดสินใจกินอาหารที่เลยวัน Best Before ให้ตรวจสอบด้วยตัวเองดังนี้


  1. ดูด้วยตา สังเกตว่าอาหารมีราขึ้น มีสีที่เปลี่ยนไป หรือมีลักษณะที่ผิดปกติหรือไม่
  2. ดมด้วยจมูก ลองดมกลิ่นดูว่ามีกลิ่นเหม็นหืน กลิ่นเปรี้ยว หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์อื่น ๆ หรือไม่
  3. ชิมด้วยลิ้น หากรูปลักษณ์และกลิ่นยังดูปกติ ให้ลองชิมเพียงเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบรสชาติ


หากอาหารยังดูปกติ ไม่มีกลิ่นเหม็น หรือรสชาติผิดเพี้ยนไป ก็สามารถรับประทานได้ตามปกติ


อาหารประเภทใดใช้ Best Before?

อาหารประเภทที่มักจะใช้ฉลาก Best Before (ควรบริโภคก่อน) คืออาหารที่มีอายุการเก็บรักษานานและไม่เน่าเสียง่าย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารแห้งหรือผ่านกระบวนการถนอมอาหารมาแล้ว ตัวอย่างเช่น

  • อาหารแห้ง ข้าวสาร, เส้นพาสต้า, ถั่วเมล็ดแห้ง
  • อาหารกระป๋อง ปลากระป๋อง, ผลไม้กระป๋อง, อาหารสำเร็จรูปกระป๋อง
  • อาหารแช่แข็ง เนื้อสัตว์แช่แข็ง, ผักแช่แข็ง, ไอศกรีม
  • เครื่องดื่ม น้ำผลไม้กล่อง (UHT), นมกล่อง (UHT), น้ำอัดลม
  • ขนมขบเคี้ยว มันฝรั่งทอด, คุกกี้, ขนมปังกรอบ
  • เครื่องปรุงรส ซอสปรุงรส, น้ำปลา, ซีอิ๊ว, พริกไทยป่น
  • ชาและกาแฟ เมล็ดกาแฟคั่ว, ใบชาแห้ง, ชาซอง

ฉลาก Best Before เป็นการบ่งบอกถึงคุณภาพ ไม่ใช่ความปลอดภัย ดังนั้นอาหารเหล่านี้จึงยังสามารถรับประทานได้แม้จะเลยวันไปแล้ว หากสภาพยังดูปกติและไม่มีสัญญาณของความเน่าเสีย



 วันหมดอายุ (Use By) คืออะไร?


3. วันหมดอายุ (Use By) คืออะไร?


วันหมดอายุ (Use By) คือวันที่ผู้ผลิตรับประกันว่าอาหารจะปลอดภัยต่อการบริโภคถึงวันนั้นเท่านั้น หากเลยวัน Use By ไปแล้ว ห้ามบริโภคเด็ดขาด! เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอันตรายจากเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิด อาหารเป็นพิษ ได้ แม้ลักษณะภายนอกของอาหารจะยังดูปกติก็ตาม

4. อาหารประเภทใดใช้ Use By?


อาหารประเภทที่ใช้ฉลาก Use By หรือ วันหมดอายุ คืออาหารที่เน่าเสียง่ายและมีอายุการเก็บรักษาสั้น ซึ่งการบริโภคหลังจากวันที่กำหนดอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

ตัวอย่างอาหารที่มักจะติดฉลาก Use By ได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์จากนม นมสด, โยเกิร์ต, ชีสสด
  • เนื้อสัตว์สด เนื้อหมู, เนื้อไก่, เนื้อวัว
  • อาหารทะเลสด ปลา, กุ้ง, หอย
  • ไข่ ไข่ไก่และไข่เป็ดสด
  • อาหารพร้อมรับประทานที่แช่เย็น สลัดผักในถุง, แซนด์วิชสำเร็จรูป
  • อาหารปรุงสุกที่แช่เย็น อาหารกล่องพร้อมทาน, อาหารสำเร็จรูป


สำหรับอาหารเหล่านี้ การเลยวัน Use By หมายถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ไม่ใช่แค่คุณภาพที่ลดลง จึงควรทิ้งอาหารทันทีหากเลยวันดังกล่าว


ตารางเปรียบเทียบ Best Before vs วันหมดอายุ (Use By)


 ตารางเปรียบเทียบ Best Before vs วันหมดอายุ (Use By)


ดังนั้น การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Best Before และ Use By ช่วยให้เราบริโภคอาหารได้อย่างปลอดภัยและลดปริมาณขยะอาหารโดยไม่จำเป็น


  • Best Before เกี่ยวกับ คุณภาพ หากเลยวันไปแล้วลองตรวจสอบดูว่ายังสภาพดีอยู่หรือไม่ หากยังดีอยู่ก็สามารถทานได้
  • Use By เกี่ยวกับ ความปลอดภัย หากเลยวันไปแล้ว ควรทิ้งทันที เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอาการอาหารเป็นพิษ


การใส่ใจอ่านฉลากและเข้าใจข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ คืออีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้เราตัดสินใจเลือกสิ่งดี ๆ และปลอดภัยสำหรับตัวเองและคนที่เรารัก

และอย่าลืมเตรียมความพรอมเรื่องสุขภาพอื่น ๆ เพิ่มด้วย เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร โรคร้ายจะมาเยือนตอนไหน โดยเฉพาะค่ารักษายามเจ็บป่วย การเตรียมตัวไว้ก่อน ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่ายากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 2 แสน - 100 ล้านบาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา

รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน


  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 31/07/68

🔖 กองอาหาร

🔖 jonessalad

Interesting article