Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

รู้จักผักเคล พร้อมประโยชน์ของผักเคล ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน 02

รู้จักผักเคล พร้อมประโยชน์ของผักเคล ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน

August 29, 2025

5 minutes

ถ้าพูดถึงผักใบเขียวที่ครองใจสายสุขภาพทั่วโลก “ผักเคล” ต้องติดอันดับต้นๆ แน่นอน เพราะขึ้นชื่อว่าเป็น ราชินีแห่งผักใบเขียว อุดมด้วยสารอาหารแน่นแบบจานเดียวก็ได้คุณค่าทั้งวัน แอดเองเพิ่งลองเพิ่มผักเคลในมื้อสลัดและสมูทตี้ไม่นานนี้ บอกเลยว่าประทับใจทั้งรสชาติและพลังงานที่ได้รับจนต้องหาข้อมูลลึกๆ มาเล่าให้ทุกคนฟัง


วันนี้ แอดจะพาไปเจาะทุกมุมของผักเคล ตั้งแต่ทำความรู้จัก สารอาหารเด่น ประโยชน์ของผักเคล ไปจนถึงวิธีทานให้อร่อยและข้อควรระวัง พร้อมไอเดียดูแลสุขภาพครบวงจรในช่วงท้าย



ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้เลย

1. ผักเคลคืออะไร? ทำไมถึงได้ชื่อว่า “ราชินีแห่งผักใบเขียว”

2. สารอาหารสำคัญในผักเคล

3. ประโยชน์ของผักเคลต่อสุขภาพ

4. ผักเคลกับตำแหน่ง “ซูเปอร์ฟู้ด” ในวงการสุขภาพ

5. วิธีรับประทานผักเคลให้อร่อยและได้ประโยชน์สูงสุด

6. ข้อควรระวังในการบริโภคผักเคล

7. เติมผักเคลในเมนูประจำวัน พร้อมวางแผนดูแลสุขภาพรอบด้าน



ผักเคลคืออะไร? ทำไมถึงได้ชื่อว่า “ราชินีแห่งผักใบเขียว”


1. ผักเคลคืออะไร? ทำไมถึงได้ชื่อว่า “ราชินีแห่งผักใบเขียว”

หลายคนอาจเพิ่งเคยได้ยินชื่อผักเคล แต่ในวงการโภชนาการ ผักชนิดนี้ถือเป็นซูเปอร์สตาร์ของผักใบเขียว เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าผักหลายชนิดในปริมาณเท่ากัน


ผักเคลอยู่ในตระกูลเดียวกับกะหล่ำปลีและบรอกโคลี มีทั้งแบบ เคลใบหยิก (Curly Kale) สีเขียวเข้มและใบหยักกรอบ นิยมใช้ในสลัด และ เคลไดโนเสาร์ (Lacinato Kale) ใบยาวเรียบสีเขียวอมฟ้า รสชาตินุ่มกว่า ผักเคลเริ่มได้รับความนิยมจากประเทศฝั่งตะวันตก ก่อนจะกลายเป็นผักประจำเมนูเฮลท์ตี้ในไทย

2. สารอาหารสำคัญในผักเคล

จุดเด่นที่ทำให้ผักเคลกลายเป็นซูเปอร์ฟู้ดคือ สารอาหารหลากหลายและเข้มข้น เช่น


  • วิตามิน A, C, K ในปริมาณสูงกว่าผักใบเขียวหลายชนิด
  • ลูทีนและซีแซนทีน ปกป้องสายตาจากแสง UV
  • แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และโพแทสเซียม สำหรับกระดูก กล้ามเนื้อ และระบบประสาท
  • ไฟเบอร์ ช่วยระบบขับถ่าย
  • สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เควอซิทิน และเคมเฟอรอล ที่ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์

3. ประโยชน์ของผักเคลต่อสุขภาพ

แล้วผักเคลมีประโยชน์อะไรต่อสุขภาพบ้าง แอดสรุปมาให้ครบทุกด้านที่โดดเด่นของผักเคล! มาดูกันเลย

  • บำรุงสายตาและป้องกันโรคตาเสื่อม ผักเคลอุดมไปด้วยลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยกรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา การบริโภคผักเคลเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ด้วยปริมาณวิตามินซีสูง ผักเคลช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ และยังช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงและต้านทานโรคได้ดีขึ้น
  • บำรุงกระดูกและฟัน ผักเคลมีแคลเซียมและวิตามินเคสูง ซึ่งล้วนสำคัญต่อสุขภาพกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและรักษาความแข็งแรงของกระดูกโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • ส่งเสริมระบบย่อยอาหาร ไฟเบอร์ในผักเคลช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ป้องกันอาการท้องผูก และยังช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการควบคุมน้ำหนัก
  • ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล สารกลูโคซิโนเลตในผักเคลช่วยจับกับน้ำดีในระบบย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายขับคอเลสเตอรอลออกได้มากขึ้น ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมและ LDL (คอเลสเตอรอลไม่ดี)
  • ต้านการอักเสบ ผักเคลมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบเรื้อรังซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคข้ออักเสบ
  • ช่วยในการล้างพิษ ผักเคลมีสารที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในตับ ช่วยให้ร่างกายกำจัดสารพิษได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการรักษาสมดุลของร่างกาย
  • ช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระในผักเคลช่วยปกป้องเซลล์สมองจากความเสียหาย การบริโภคผักเคลเป็นประจำอาจช่วยชะลอความเสื่อมของสมองและลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์

4. ผักเคลกับตำแหน่ง “ซูเปอร์ฟู้ด” ในวงการสุขภาพ

คำว่า “ซูเปอร์ฟู้ด” ไม่ได้ตั้งกันเล่นๆ แต่หมายถึงอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่กิน ผักเคลติดอันดับเพราะ


  • มีวิตามินและแร่ธาตุครบ
  • สารต้านอนุมูลอิสระสูง
  • ไฟเบอร์เยอะ


ซึ่งเมื่อเทียบกับผักใบเขียวอื่นๆ เช่น ผักโขม ผักเคลมักชนะขาดในเรื่องวิตามิน K และ C นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผักเคลกลายเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” อย่างไร้ข้อกังขา

วิธีรับประทานผักเคลให้อร่อยและได้ประโยชน์สูงสุด

5. วิธีรับประทานผักเคลให้อร่อยและได้ประโยชน์สูงสุด

แม้ผักเคลจะมีรสขมและใบหนากว่าผักใบเขียวทั่วไป แต่ถ้ารู้วิธีจัดการ แอดรับรองว่าจะกลายเป็นผักที่ทำเมนูได้หลากหลายและอร่อยกว่าที่คิด นี่คือไอเดียและเคล็ดลับที่ช่วยให้คุณได้ประโยชน์ของผักเคลแบบเต็มๆ


1. รับประทานสด เหมาะสำหรับคนที่อยากได้สารอาหารครบถ้วน เพราะความร้อนอาจทำให้วิตามิน C และสารต้านอนุมูลอิสระบางส่วนลดลง

ทำสลัดผักเคล: ใช้เคลใบหยิก ล้างสะอาด ฉีกใบเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนวดเบาๆ กับน้ำมะนาวหรือน้ำมันมะกอก 1-2 นาที เพื่อให้ใบอ่อนนุ่มและรสขมน้อยลง แล้วจับคู่กับน้ำสลัดรสเปรี้ยว เช่น บัลซามิกเลมอน หรือสลัดงาญี่ปุ่น

2. ปรุงสุก ความร้อนช่วยทำให้ผักเคลนุ่มและลดรสขม เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มทาน

ผัดน้ำมันมะกอกกับกระเทียม: ใช้ไฟกลาง ผัดสั้นๆ 2-3 นาที จะได้รสหวานธรรมชาติ ใส่ในซุปหรือแกงจืด: ช่วยเพิ่มรสชาติและสารอาหารให้จานอาหาร

3. ทำสมูทตี้และน้ำผักผลไม้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มผักในอาหารแต่ไม่ชอบเคี้ยวเยอะ

  • ปั่นผักเคลกับผลไม้รสหวาน เช่น กล้วย สับปะรด มะม่วง และนมอัลมอนด์ เพื่อให้รสชาตินุ่มละมุน
  • เพิ่มเมล็ดเจียหรือโปรตีนผงเพื่อเป็นมื้อเช้าแบบครบสารอาหาร


4. ทำเคลชิป (Kale Chips)
เมนูทานเล่นที่กำลังฮิตในกลุ่มคนรักสุขภาพ โดยฉีกใบผักเคลเป็นชิ้นพอดีคำ คลุกน้ำมันมะกอกและโรยเกลือเล็กน้อย อบในเตา 150°C ประมาณ 10-15 นาที จนกรอบ ได้ขนมกินเพลินแคลอรีต่ำ

5. ผสมในเมนูคุ้นเคย เช่น ใส่ในไข่เจียวหรือออมเลต คลุกในพาสต้า ใส่ในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหรือราเมนเพื่อเพิ่มไฟเบอร์

เคล็ดลับเลือกและเก็บรักษาผักเคล: เลือกใบที่สีเขียวเข้ม สด ไม่เหี่ยวหรือมีรอยเหลือง ล้างแล้วซับน้ำให้แห้งก่อนเก็บในถุงซิปล็อกหรือกล่องปิดฝา เก็บในช่องผักตู้เย็นได้นาน 5-7 วัน ถ้าซื้อเยอะและกลัวเสีย สามารถลวกน้ำร้อน 1-2 นาทีแล้วฟรีซไว้ใช้ทำซุปหรือผัด

6. ข้อควรระวังในการบริโภคผักเคล

แม้ผักเคล ประโยชน์จะเยอะจนถูกยกให้เป็นซูเปอร์ฟู้ด แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะกินได้โดยไม่มีข้อจำกัด แอดอยากให้ลองเช็กตัวเองก่อนว่าคุณอยู่ในกลุ่มที่ต้องระวังหรือไม่

ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

เพราะผักเคลมีวิตามิน K สูง อาจรบกวนการออกฤทธิ์ของยา เช่น Warfarin ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน


ผู้มีโรคไทรอยด์

ผักเคลดิบมีสารกอยโตรเจน (Goitrogen) ที่อาจรบกวนการทำงานของต่อมไทรอยด์ หากต้องการกิน ควรปรุงสุกเพื่อลดปริมาณสารนี้


ผู้ป่วยโรคไต

เพราะผักเคลมีโพแทสเซียมสูง อาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไปและเป็นอันตรายต่อผู้ที่ไตทำงานไม่เต็มที่


ผู้ที่ใช้ยา Beta-blockers

ยากลุ่มนี้มักทำให้โพแทสเซียมในเลือดสูง การกินผักเคลมากเกินอาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยง


Tips: สำหรับคนทั่วไป การทานผักเคลสลับกับผักใบเขียวชนิดอื่นจะช่วยให้ได้สารอาหารครบและลดความเสี่ยงจากการทานซ้ำๆ มากเกินไป

 

เติมผักเคลในเมนูประจำวัน พร้อมวางแผนดูแลสุขภาพรอบด้าน

7. เติมผักเคลในเมนูประจำวัน พร้อมวางแผนดูแลสุขภาพรอบด้าน

การเพิ่มผักเคลในชีวิตประจำวันไม่จำเป็นต้องเป็นเมนูยาก แค่ปรับให้เข้ากับสิ่งที่คุณกินอยู่แล้ว เช่น

  • เติมผักเคลลงในน้ำปั่นตอนเช้า
  • ใส่ในแกงจืดหรือซุปมื้อเย็น
  • ทำสลัดผักเคลเป็นมื้อกลางวันแบบเบา ๆ

นอกจากการดูแลเรื่องอาหารการกินแล้ว ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร โรคร้ายจะมาเยือนตอนไหน การเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพ และค่ารักษายามเจ็บป่วยไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ  ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 2 แสน - 100 ล้านบาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา

รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน



  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 18/08/68

🔖 Nutrilite
🔖 BOX FOR FARM

Interesting Articles