เปิดเทอม หรือ เปิดโรงหมอ? รวม 6 โรคฮิตที่เด็กมักติดจากโรงเรียนช่วงหน้าฝน
เปิดเทอมทีไร เด็กป่วยทุกปี! รวม 6 โรคระบาดในเด็กช่วงหน้าฝน ที่พ่อแม่ต้องรู้ทัน
เปิดเทอมทีไร…หลายบ้านอาจไม่ได้เจอแค่ “การบ้านกองโต” แต่ยังต้องเจอกับ “อาการป่วย” ของลูกแบบไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอมในหน้าฝน ที่อากาศชื้น เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่าย โรงเรียนกลายเป็นพื้นที่รวมตัวของเด็กจำนวนมาก ทำให้เกิด “โรคระบาดในเด็ก” ได้บ่อยกว่าที่คิด และหลายครั้งพ่อแม่อาจมองว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่ในความเป็นจริงอาจมีสาเหตุจากโรคติดต่อที่ต้องระวังมากกว่านั้น
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

ทำไม “เปิดเทอมหน้าฝน” ถึงเป็นช่วงเสี่ยงของโรคในเด็ก
ช่วงเปิดเทอมมักตรงกับฤดูฝนพอดี ซึ่งเป็นช่วงที่เชื้อโรคเติบโตได้ดี และแพร่กระจายง่าย เมื่อรวมกับพฤติกรรมของเด็ก เช่น
- เล่นใกล้ชิดกัน
- ใช้ของร่วมกัน
- มือสกปรก ล้างมือไม่สะอาด
- ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง
จึงทำให้เด็กป่วย และกลายเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยแทบทุกปี นอกจากนี้ โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปิดที่มีคนจำนวนมาก ทำให้เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็ว
ดังนั้น การรู้ทัน “โรคระบาดในเด็ก” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

รวม 6 โรคระบาดในเด็กช่วงเปิดเทอมที่พ่อแม่ต้องระวัง
มาดูกันว่าโรคยอดฮิตที่เด็กมักติดจากโรงเรียนมีอะไรบ้าง พร้อมวิธีสังเกตเบื้องต้น
1. ไข้หวัดใหญ่
โรคยอดฮิตที่เจอได้แทบทุกปี โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน อาการที่พบ
- ไข้สูง
- ไอ เจ็บคอ
- ปวดเมื่อย
- อ่อนเพลีย
จุดที่ต้องระวังคือ เด็กเล็กอาจมีอาการรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ และเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ
2. มือ เท้า ปาก
โรคที่ระบาดในโรงเรียนอนุบาลและประถมบ่อยมาก อาการที่พบ
- มีผื่นแดงหรือแผลในปาก มือ เท้า
- มีไข้
- กินอาหารลำบาก
โรคนี้ติดต่อได้ง่ายจากน้ำลาย น้ำมูก และการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน
3. RSV (Respiratory Syncytial Virus)
ไวรัสทางเดินหายใจที่อันตรายสำหรับเด็กเล็ก อาการที่พบ
- ไอ หายใจมีเสียงหวีด
- หายใจเร็ว
- มีเสมหะ
ในบางกรณีอาจต้องนอนโรงพยาบาล โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี
4. โรคตาแดง (Conjunctivitis)
โรคที่ติดต่อกันง่ายมากในโรงเรียน อาการที่พบ
- ตาแดง
- น้ำตาไหล
- มีขี้ตา
มักเกิดจากการใช้ผ้าเช็ดหน้า หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกัน
5. โรคอุจจาระร่วง / ท้องเสีย
เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด อาการที่พบ
- ถ่ายเหลว
- ปวดท้อง
- อาเจียน
สิ่งที่ต้องระวังคือภาวะขาดน้ำในเด็ก
6. ไข้เลือดออก
แม้จะไม่ติดจากเพื่อนโดยตรง แต่ “โรงเรียน” เป็นพื้นที่เสี่ยงเพราะมียุงลาย อาการที่พบ
- ไข้สูงลอย
- ปวดเมื่อย
- มีจุดเลือดออก
โรคนี้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะอาจรุนแรงได้

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม
หลายครั้งอาการเริ่มต้นอาจดูเล็กน้อย แต่บางโรคสามารถลุกลามได้ อาการที่ควรพาไปพบแพทย์ เช่น
- ไข้สูงเกิน 2 วัน
- หายใจลำบาก
- ซึม ไม่กินอาหาร
- อาเจียนหรือถ่ายบ่อย
การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้

วิธีป้องกันลูกจากโรคระบาดในเด็กช่วงเปิดเทอม
แม้จะเลี่ยงไม่ได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้
สร้างสุขอนามัยที่ดี
เริ่มจากพื้นฐานง่าย ๆ เช่น
- ล้างมือก่อนกินอาหาร
- ไม่ใช้ของร่วมกับเพื่อน
- ใส่หน้ากากเมื่อป่วย
เสริมภูมิคุ้มกัน
การดูแลสุขภาพพื้นฐานมีผลอย่างมาก เช่น
- กินอาหารครบ 5 หมู่
- นอนหลับเพียงพอ
- ออกกำลังกาย
ฉีดวัคซีนตามเกณฑ์
วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงของโรคบางชนิด เช่น
- ไข้หวัดใหญ่
- โรคมือเท้าปากบางสายพันธุ์
“เด็กป่วยเปิดเทอม” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรค การรู้ทัน “โรคระบาดในเด็ก” จะช่วยให้พ่อแม่สามารถดูแลลูกได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงของอาการรุนแรงได้
เพราะในชีวิตจริง เด็กต้องใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนวันละหลายชั่วโมง อยู่ใกล้ชิดกับเพื่อน ๆ ใช้ของร่วมกัน และอาจยังดูแลสุขอนามัยได้ไม่เต็มที่ จึงทำให้เชื้อโรคสามารถแพร่กระจายได้ง่ายโดยที่เราไม่ทันสังเกต ยิ่งในช่วงหน้าฝนที่อากาศชื้น เชื้อไวรัสและแบคทีเรียยิ่งเติบโตได้ดี โอกาสในการเจ็บป่วยก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “รอให้ลูกป่วยแล้วค่อยรักษา” แต่คือการเข้าใจความเสี่ยงล่วงหน้า หมั่นสังเกตสัญญาณเล็ก ๆ ที่ร่างกายกำลังส่งมา เช่น ไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เพราะอาการเล็กน้อยเหล่านี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคบางชนิดได้
เมื่อพ่อแม่รู้จักสังเกต และเข้าใจธรรมชาติของโรคที่มักเกิดขึ้นในช่วงเปิดเทอม ก็จะสามารถรับมือได้เร็วขึ้น ดูแลลูกได้ตรงจุดมากขึ้น และช่วยให้การเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้น “เบาลง” ทั้งในแง่ของอาการและระยะเวลาการฟื้นตัว
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 12/03/69
🔖สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี