Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

 

 

 

             บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนในสังคม โดยอาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งสร้างความเสียหายต่อชีวิต สุขภาพของลูกค้า รวมถึงทรัพย์สินของบริษัท ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและขับเคลื่อนการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างอย่างยั่งยืน จึงได้กำหนดนโยบายการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (นโยบายฯ) ฉบับนี้ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของบริษัท และแนวปฏิบัติให้กับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากร การใช้พลังงาน การใช้น้ำ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมภายในบริษัทตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมและโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมถึงความตกลงปารีส (Paris Agreement) และสนับสนุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติด้วย

 

วัตถุประสงค์


นโยบายการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้ กำหนดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์


  1. เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเป็นแนวทางในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแนวปฏิบัติให้กับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน 
  2. เพื่อสร้างความมั่นใจว่าบริษัทดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 
  3. เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และขับเคลื่อนการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทอย่างยั่งยืน

 

สิ่งแวดล้อม (environmental) หมายถึง สิ่งที่อยู่ล้อมรอบการปฏิบัติงานขององค์กร รวมถึง อากาศ น้ำ ดิน  ทรัพยากรธรรมชาติ พืช สัตว์ มนุษย์ และความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน

 

การจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental management) หมายถึง แนวทางในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม (Environmental aspects) ขององค์กรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรักษาสิ่งแวดล้อม ป้องกันมลพิษ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจขององค์กร

 

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact) หมายถึง ผลกระทบที่เกิดจากกิจกรรม กระบวนการ สินค้าหรือบริการขององค์กรอันอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่ากิจกรรมนั้น ๆ จะเป็นกิจกรรมโดยตรง หรือโดยอ้อม หรือกิจกรรมสนับสนุน

 

การจัดการพลังงาน (Energy management) หมายถึง แนวทางในการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพขององค์กร ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจขององค์กร

 

การจัดการน้ำ (Water management) หมายถึง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพภายในองค์กร เพื่อให้การใช้น้ำเป็นไปอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร โดยครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาน้ำ การใช้น้ำ การบำบัดน้ำเสีย การควบคุมคุณภาพน้ำ ไปจนถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและรูปแบบของสภาพอากาศในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ แต่ตั้งแต่ปี 1800  การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์โดยส่วนใหญ่ สาเหตุหลักมาจาก การเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ) ซึ่งก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก

 

ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) หมายถึง สารประกอบในรูปของก๊าซในบรรยากาศทั้งที่มีอยู่ในธรรมชาติและสร้างขึ้นโดยมนุษย์ซึ่งสามารถดูดซับและปล่อยรังสีที่ความยาวคลื่นเฉพาะที่อยู่ในช่วงความถี่ของรังสีอินฟาเรดที่ถูกปล่อยออกมาจากพื้นผิวโลกชั้นบรรยากาศและก้อนเมฆ

 

พนักงาน (Employee) หมายถึง ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาจ้างแรงงานของบริษัท

 

ผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder) หมายถึง พนักงาน ตัวแทน ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท

 

การจัดการห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Management) หมายถึง การวิเคราะห์กิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในบริษัท ตั้งแต่การจัดหาลูกค้า การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทำการตลาด การขาย การให้บริการ การพิจารณารับประกัน ไปจนถึงการบริการหลังการขาย โดยมุ่งสร้างคุณค่า (Value) ให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน ตลอดอายุของกรมธรรม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

นโยบายด้านอื่น ๆ