Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

อีโบลา โรคติดเชื้อไวรัสร้ายแรง รู้จักอาการ การติดต่อ และวิธีป้องกัน

อีโบลา โรคติดเชื้อไวรัสร้ายแรง รู้จักอาการ การติดต่อ และวิธีป้องกัน

June 08, 2026

5 minutes

อีโบลาคืออะไร? รู้จักโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา อาการ การติดต่อ และวิธีป้องกันที่ควรรู้



เมื่อพูดถึงโรคระบาดร้ายแรงที่เคยสร้างความกังวลให้กับคนทั่วโลก หนึ่งในชื่อที่หลายคนนึกถึงคือ "อีโบลา" หรือ "โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา" โรคติดเชื้อที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงและเคยก่อให้เกิดการระบาดครั้งใหญ่ในหลายประเทศของทวีปแอฟริกา

 

ปัจจุบันยังไม่เคยมีรายงานการระบาดของโรคอีโบลาในประเทศไทย แต่โรคนี้ยังคงเป็นโรคที่ทั่วโลกเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความรุนแรงสูงและโรคอีโบลาติดต่อผ่านการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือเนื้อเยื่อของผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิตจากโรค รวมถึงวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อ ดังนั้นการทำความเข้าใจว่าโรคอีโบลาคืออะไร ติดต่ออย่างไร มีอาการแบบไหน รักษาได้หรือไม่ และมีวิธีป้องกันอย่างไร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้สามารถรับมือกับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพได้อย่างถูกต้อง และลดความตื่นตระหนกเมื่อเกิดการระบาดในอนาคต

 

โรคอีโบลาไม่ติดต่อผ่านการสัมผัสทั่วไปในชีวิตประจำวัน และความเสี่ยงในการติดเชื้อจะเกิดขึ้นเมื่อมีการสัมผัสโดยตรงกับเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อหรือผู้เสียชีวิตจากโรคเป็นหลัก



ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

 



อีโบลา ทำไมจึงเป็นโรคร้ายแรงที่ทั่วโลกเฝ้าระวัง


อีโบลา ทำไมจึงเป็นโรคร้ายแรงที่ทั่วโลกเฝ้าระวัง


โรคอีโบลา (Ebola Virus Disease: EVD) หรือ โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Filoviridae ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการป่วยรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ขาดระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ

โรคนี้ได้รับการค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1976 ใกล้แม่น้ำอีโบลา (Ebola River) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก จึงเป็นที่มาของชื่อโรคเชื้อไวรัสอีโบลามีหลายชนิด (species) โดยสายพันธุ์ที่ก่อโรครุนแรงในมนุษย์ ได้แก่


  • Zaire ebolavirus
  • Sudan ebolavirus
  • Bundibugyo ebolavirus
  • Taï Forest ebolavirus


การระบาดของโรคอีโบลาที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในช่วงปี 2014-2016 ในแอฟริกาตะวันตก โดยมีผู้ติดเชื้อหลายหมื่นรายและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ส่งผลให้ทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่มากยิ่งขึ้น


แม้ปัจจุบันจะมีความก้าวหน้าในการพัฒนาวัคซีนและการรักษา แต่โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลายังคงเป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่องค์การสาธารณสุขทั่วโลกให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาด



สาเหตุของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เกิดจากอะไร


สาเหตุของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เกิดจากอะไร

 

การเข้าใจต้นตอของโรคเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาด

 

แหล่งรังโรคตามธรรมชาติ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าค้างคาวผลไม้ในทวีปแอฟริกาเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติของไวรัสอีโบลา โดยค้างคาวผลไม้สามารถเป็นแหล่งรังโรคของเชื้อไวรัสอีโบลาได้โดยไม่แสดงอาการป่วย โดยเชื้ออาจแพร่จากค้างคาวไปสู่สัตว์ป่าชนิดอื่น เช่น

 

  • ลิง
  • กอริลลา
  • ชิมแปนซี
  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในป่าบางชนิด

 

จากนั้นจึงแพร่สู่มนุษย์ผ่านการสัมผัสเลือด เนื้อเยื่อ หรือการชำแหละสัตว์ที่ติดเชื้อ

 

การแพร่เชื้อจากคนสู่คน

หลังจากมีผู้ติดเชื้อรายแรกแล้ว โรคอีโบลาสามารถแพร่กระจายระหว่างคนได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อหรือสารคัดหลั่งที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะในครอบครัวหรือสถานพยาบาลที่ขาดมาตรการป้องกันการติดเชื้อ โดยเชื้อสามารถแพร่ผ่าน

  • เลือด 
  • อาเจียน 
  • อุจจาระ 
  • ปัสสาวะ 
  • น้ำอสุจิ 
  • น้ำนมแม่ 
  • และสารคัดหลั่งอื่นๆของผู้ติดเชื้อ 

 

โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสโดยตรงกับผิวหนังที่มีบาดแผลหรือเยื่อบุ 


การรู้จักแหล่งที่มาของโรคอีโบลาช่วยให้สามารถวางมาตรการป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น



โรคอีโบลาติดต่ออย่างไร สามารถแพร่ผ่านอากาศได้หรือไม่


โรคอีโบลาติดต่ออย่างไร สามารถแพร่ผ่านอากาศได้หรือไม่

 

หนึ่งในคำถามที่พบมากที่สุดเกี่ยวกับโรคอีโบลาคือ "โรคอีโบลาติดต่อทางอากาศหรือไม่"

คำตอบคือ จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานว่าโรคอีโบลาสามารถแพร่กระจายทางอากาศในลักษณะเดียวกับโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19

 

ช่องทางการติดต่อหลักของโรคอีโบลา

โรคอีโบลาติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับ

  • เลือดของผู้ป่วย
  • เลือด สารคัดหลั่ง หรือเนื้อเยื่อของผู้ติดเชื้อ
  • สิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ
  • ศพของผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลา
  • สัตว์ป่าที่ติดเชื้อ

 

บุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เนื่องจากต้องใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยตรง

 

ใครมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ

กลุ่มเสี่ยง ได้แก่

  • เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
  • สมาชิกในครอบครัวผู้ป่วย
  • ผู้ดูแลผู้ป่วย
  • ผู้สัมผัสศพผู้เสียชีวิต
  • ผู้เดินทางไปยังพื้นที่ระบาด

 

การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยโดยตรงยังคงเป็นวิธีป้องกันที่สำคัญที่สุด


แม้โรคอีโบลาจะไม่แพร่กระจายทางอากาศ แต่สามารถแพร่เชื้อได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับผู้ติดเชื้อหรือสารคัดหลั่งที่ปนเปื้อนเชื้อ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมและป้องกันการติดเชื้ออย่างเข้มงวด



อาการของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา มีอะไรบ้าง


อาการของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา มีอะไรบ้าง

 

หลังได้รับเชื้อ ระยะฟักตัวของโรคอีโบลามักอยู่ที่ประมาณ 2-21 วัน โดยเฉลี่ยประมาณ 8-10 วัน ในช่วงแรก อาการอาจคล้ายไข้หวัดหรือโรคติดเชื้อทั่วไป ทำให้วินิจฉัยได้ยาก

 

อาการระยะแรก

อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • ผื่น (rash) ตามร่างกาย (พบในผู้ป่วยบางราย)
  • ไข้สูงเฉียบพลัน
  • อ่อนเพลียมาก
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • เจ็บคอ
  • หนาวสั่น

 

อาการระยะรุนแรง

เมื่อโรคดำเนินต่อไป อาจเกิดอาการรุนแรง เช่น

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องเสียรุนแรง
  • ปวดท้อง
  • ตับและไตทำงานผิดปกติ
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • ภาวะช็อก

 

ภาวะเลือดออกผิดปกติ

ผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการรุนแรง อาจเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ เช่น

  • เลือดออกตามไรฟัน
  • เลือดกำเดาไหล
  • อาเจียนเป็นเลือด
  • ถ่ายดำ
  • เลือดออกใต้ผิวหนัง

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจะมีอาการเลือดออก การสังเกตอาการและประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการวินิจฉัยโรค



โรคอีโบลารักษาอย่างไร

แม้โรคอีโบลาจะเป็นโรครุนแรง แต่ปัจจุบันวงการแพทย์มีความก้าวหน้าในการวินิจฉัยและดูแลรักษามากขึ้น

 

การรักษาโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา

ปัจจุบันมีทั้งการรักษาแบบประคับประคองและการใช้ยากลุ่มโมโนโคลนอลแอนติบอดีสำหรับผู้ป่วยโรคอีโบลาบางชนิด ซึ่งช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ การรักษาประกอบด้วย

  • ให้สารน้ำทางหลอดเลือด
  • รักษาสมดุลเกลือแร่
  • ควบคุมความดันโลหิต
  • ให้ออกซิเจน
  • ดูแลอวัยวะสำคัญ
  • ป้องกันภาวะแทรกซ้อน

 

นอกจากนี้ยังรวมถึง การใช้ยาชีวภาพหรือโมโนโคลนอลแอนติบอดีตามแนวทางการรักษาในผู้ป่วยที่เหมาะสม การเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็วช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

 


ป้องกันโรคอีโบลาได้อย่างไร และประเทศไทยมีความเสี่ยงหรือไม่


แม้ประเทศไทยจะยังไม่พบการระบาดของโรคอีโบลาในประเทศ แต่หน่วยงานด้านสาธารณสุขยังคงมีระบบเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง

 

วิธีป้องกันโรคอีโบลา

ประชาชนสามารถป้องกันตนเองได้โดย

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
  • หลีกเลี่ยงสัตว์ป่าที่อาจเป็นแหล่งรังโรคหรือมีการติดเชื้อ
  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุก
  • ล้างมือบ่อย ๆ
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเมื่อต้องดูแลผู้ป่วย
  • ติดตามข่าวสารด้านสาธารณสุขก่อนเดินทางต่างประเทศ

 

ประเทศไทยมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน

ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังโรคติดต่อระหว่างประเทศและมาตรการคัดกรองผู้เดินทางตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ระบบเฝ้าระวังโรคติดต่อ และความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก ทำให้โอกาสเกิดการระบาดของโรคอีโบลาในประเทศไทยยังถือว่าต่ำ อย่างไรก็ตาม การเดินทางระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นทำให้ทุกประเทศจำเป็นต้องมีความพร้อมในการรับมือโรคอุบัติใหม่อยู่เสมอ การตระหนักรู้และติดตามข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ยังเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา


อีโบลา หรือ โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Filoviridae และสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อโดยตรง แม้โรคอีโบลาจะไม่ได้แพร่ผ่านอากาศเหมือนโรคทางเดินหายใจหลายชนิด แต่ความรุนแรงของโรคทำให้ยังคงเป็นหนึ่งในโรคอุบัติใหม่ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในการเฝ้าระวัง การเรียนรู้เกี่ยวกับอาการ การติดต่อ และวิธีป้องกันโรคอีโบลา ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ แต่ยังช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ด้านสาธารณสุขได้อย่างถูกต้อง

 

ในยุคที่โรคอุบัติใหม่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การวางแผนดูแลสุขภาพควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านการเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาลในอนาคต ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ด้วยประกันสุขภาพ จากเมืองไทยประกันชีวิต พร้อมรับสิทธิพิเศษเมื่อเข้ารักษาในสถานพยาบาลคู่สัญญาโครงการพิเศษ MTL Smile Hospital Network ที่มอบส่วนลดค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่ายา พร้อมบริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัด รู้ผลไวใน 2 วันทำการ ให้คุณวางแผนการรักษาได้อย่างสบายใจ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน*

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละโรงพยาบาลกำหนด

***การให้บริการประเมินก่อนการทำหัตถการขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาล



ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 2/06/69

🔖มหาวิทยาลัยมหิดล

🔖โรงพยาบาลรามคำแหง

🔖โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH)

🔖HDmall

🔖ไทยรัฐ

🔖Thai PBS

🔖สำนักข่าว อสมท. (MCOT)

🔖กรมประชาสัมพันธ์

A: อีโบลา หรือโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola Virus Disease: EVD) เป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และในบางรายอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

Interesting Article