Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

 อาการหน้าบวมโซเดียมเป็นอย่างไร กี่วันหาย พร้อมวิธีแก้ลดอาการบวม

อาการหน้าบวมโซเดียมเป็นอย่างไร กี่วันหาย พร้อมวิธีแก้ลดอาการบวม

 เคยไหม? เมื่อคืนเพิ่งจัดมื้อแซ่บไป ตื่นเช้ามาส่องกระจกแล้วตกใจ เพราะหน้าดูอืด ตาดูตุ่ย มือบวมจนใส่แหวนคับ อาการเหล่านี้เราเรียกว่า "ภาวะกักเก็บน้ำ" (Water Retention) จากการกินโซเดียมเยอะเกินไปนั่นเอง หลายคนคงอยากรู้ว่า หน้าบวมโซเดียมกี่วันหาย และเราจะมีวิธีจัดการกับปัญหานี้ยังไงให้หน้ากลับมาเรียวสวยเหมือนเดิม ตามมาดูกัน



ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ



1. หน้าบวมโซเดียมเกิดจากอะไร?
2. บวมโซเดียมกี่วันหาย?
3. 5 วิธีแก้บวมโซเดียมฉบับเร่งด่วน
4. เทคนิคป้องกันไม่ให้หน้าบวมโซเดียมในครั้งหน้า
5. สัญญาณเตือน! อาการบวมแบบไหนที่ไม่ใช่แค่เรื่องโซเดียม



หน้าบวมโซเดียมเกิดจากอะไร?


1. หน้าบวมโซเดียมเกิดจากอะไร?


ปกติแล้วร่างกายเราต้องการโซเดียมในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ถ้าเรากินเข้าไปมากเกินไป (เช่น จากผงชูรส น้ำปลา อาหารแปรรูป) ร่างกายจะพยายามรักษาสมดุลโดยการ "ดึงน้ำมากักเก็บไว้ในเซลล์" เพื่อเจือจางความเข้มข้นของโซเดียมในเลือด ผลที่ตามมาก็คืออาการบวมน้ำตามส่วนต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ใต้ตา และนิ้วมือนั่นเอง

 


2. บวมโซเดียมกี่วันหาย?


เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยถามกันมากว่า บวมโซเดียมกี่วันหาย หรือถ้าเน้นเฉพาะจุดอย่าง หน้าบวมโซเดียมกี่วันหาย เราสรุปให้ตามนี้เลย

  • ระยะเริ่มแรก (24-48 ชั่วโมง) หากเราเริ่มดูแลตัวเองทันที อาการบวมจะค่อยๆ ลดลงภายใน 1-2 วันแรก ร่างกายจะเริ่มขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะและเหงื่อ
  • ระยะฟื้นฟูเต็มที่ (3-4 วัน) สำหรับคนที่จัดหนักจริงๆ หรือปกติกินเค็มสะสมมานาน อาจต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน ร่างกายถึงจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติและใบหน้ากลับมาเรียวเท่าเดิม



5 วิธีแก้บวมโซเดียมฉบับเร่งด่วน 


3. 5 วิธีแก้บวมโซเดียมฉบับเร่งด่วน 


หากอยากให้หน้าหายบวมไวขึ้น ไม่ต้องรอหลายวัน เรามี บวมโซเดียมวิธีแก้ ที่ได้ผลจริงมาบอกต่อ


  1. ดื่มน้ำเปล่าให้มากกว่าเดิม (Water Flush)

ฟังดูย้อนแย้งใช่ไหม? บวมน้ำแต่ให้ดื่มน้ำเพิ่ม แต่ความจริงคือเมื่อเราดื่มน้ำเข้าไปเพียงพอ ร่างกายจะรู้ว่าไม่ต้องกักเก็บน้ำไว้อีกต่อไป แล้วจะยอมปล่อยน้ำและโซเดียมส่วนเกินออกมาทางปัสสาวะ เราแนะนำให้จิบน้ำบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน 


  1. เน้นอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง

โพแทสเซียมคือศัตรูตัวฉกาจของโซเดียม! เพราะจะช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกายและลดอาการบวมได้ดีมาก อาหารที่แนะนำคือ 

  • กล้วยหอม หาซื้อง่ายและได้ผลดีที่สุด
  • น้ำมะพร้าว ช่วยปรับสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย
  • อะโวคาโดและผักโขม อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ช่วยลดบวม


  1. ขยับร่างกายให้เหงื่อออก

การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดินเร็ววันละ 1 ชั่วโมง (เหมือนที่เราเคยคุยกันไป) จะช่วยขับโซเดียมออกทางเหงื่อได้ดีมาก และยังช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานดีขึ้น ลดการคั่งของน้ำตามใบหน้าได้ดี


  1. นวดหน้าและประคบเย็น

ในตอนเช้าที่ตื่นมาหน้าบวม ให้ลองใช้เจลประคบเย็นหรือช้อนแช่เย็นจัดมาประคบบริเวณดวงตาและใบหน้า เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัว และนวดหน้าเบาๆ ไล่จากกึ่งกลางหน้าออกไปทางใบหูเพื่อกระตุ้นระบบน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage)


  1. เลี่ยงมื้อเค็มซ้ำซ้อน

ในช่วงที่บวม เราควรเลี่ยงอาหารแปรรูป ขนมกรุบกรอบ และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมเพิ่มเข้าไปอีก



เทคนิคป้องกันไม่ให้หน้าบวมโซเดียมในครั้งหน้า


4. เทคนิคป้องกันไม่ให้หน้าบวมโซเดียมในครั้งหน้า 


ถ้าเรารู้ตัวว่ามื้อนี้เลี่ยงเค็มไม่ได้ เรามีทริคเล็กๆ มาฝาก


  • ดื่มน้ำตามเยอะๆ ทันทีหลังมื้ออาหาร เพื่อช่วยเจือจางโซเดียมตั้งแต่เนิ่นๆ
  • สั่งแบบไม่ใส่ผงชูรส หรือขอน้ำจิ้มแยกมาต่างหากเพื่อคุมปริมาณเอง
  • ทานผลไม้หลังมื้ออาหาร เช่น สับปะรด หรือแตงโม ซึ่งมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ

 


5. สัญญาณเตือน! อาการบวมแบบไหนที่ไม่ใช่แค่เรื่องโซเดียม


  1. กดแล้วบุ๋ม (Pitting Edema)

ลองใช้นิ้วกดลงไปบริเวณที่บวม (เช่น หน้าแข้ง หรือหลังเท้า) ค้างไว้ประมาณ 5 วินาทีแล้วปล่อย ถ้าผิวหนังบริเวณนั้นบุ๋มลงไปเป็นรอยนิ้วมือและ ไม่คืนตัวกลับมาทันที หรือใช้เวลานานกว่าจะเรียบเหมือนเดิม อาการนี้มักเกี่ยวข้องกับโรคไต โรคตับ หรือโรคหัวใจ ซึ่งไม่ใช่การบวมน้ำปกติแล้ว 


  1. บวมแค่ข้างเดียว

ถ้าอาการบวมเกิดขึ้นเพียงข้างเดียว เช่น ขาบวมข้างเดียว หรือแขนบวมข้างเดียว โดยเฉพาะถ้ามีอาการแดง ร้อน หรือเจ็บร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของ "ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ" (Deep Vein Thrombosis) ซึ่งอันตรายมากและต้องการการรักษาเร่งด่วน


  1. บวมร่วมกับอาการหอบเหนื่อย

ถ้ารู้สึกว่าหน้าบวม ตัวบวม แล้วยังมีอาการ หายใจไม่สะดวก เหนื่อยง่าย แม้จะทำงานเบาๆ หรือนอนราบไม่ได้เพราะรู้สึกแน่นหน้าอก อันนี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลว หรือมีน้ำท่วมปอด ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที 


  1. ปัสสาวะผิดปกติ

ถ้าบวมแล้วสังเกตเห็นว่า

  • ปัสสาวะมีฟองมากผิดปกติ (เหมือนฟองเบียร์)
  • สีปัสสาวะเข้มขึ้น หรือมีสีล้างเนื้อ (ปนเลือด)
  • ปริมาณปัสสาวะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกว่าไตเริ่มทำงานผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถขับน้ำและของเสียได้ตามปกติ


  1. บวมไม่ยอมหาย (เกิน 1 สัปดาห์)

ปกติแล้วถ้าเราทำตาม วิธีแก้บวมโซเดียม ที่แนะนำไป ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำเยอะๆ หรือกินโพแทสเซียม อาการควรจะดีขึ้นภายใน 3-4 วัน แต่ถ้าผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วหน้ายังบวมเท่าเดิม หรือบวมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้ ควรไปตรวจเช็กระบบการทำงานของร่างกาย 

 

ตอนนี้ คงได้คำตอบแล้วว่า บวมโซเดียมกี่วันหาย และ หน้าบวมโซเดียมกี่วันหาย หัวใจสำคัญคือการดื่มน้ำและการทานโพแทสเซียมเพื่อไปไล่โซเดียมออกไป ใครที่กำลังหน้าบวม ลองปรับการกินและขยับร่างกายตามที่แนะนำ หน้าเรียวๆ จะกลับมาหาเราในเร็ววันแน่นอน!


ที่สำคัญอย่าลืมเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพอื่น ๆ เพิ่มด้วย เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร โรคร้ายจะมาเยือนตอนไหน โดยเฉพาะค่ารักษายามเจ็บป่วย การเตรียมตัวไว้ก่อน ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 2 แสน - 100 ล้านบาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา

 


รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน

 

  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 28/01/69

🔖 aminterhospital
🔖allwellhealthcare 


A: แต่ละคนมีความไวต่อโซเดียมไม่เท่ากัน (Sodium Sensitivity) และขึ้นอยู่กับปริมาณกล้ามเนื้อในร่างกายด้วย คนที่มีกล้ามเนื้อเยอะมักจะจัดการน้ำในร่างกายได้ดีกว่า 

Interesting Article