ตดบ่อยเกิดจากอะไร? อันตรายไหม และแบบไหนต้องพบแพทย์
ตดบ่อยเกิดจากอะไร? อันตรายไหม และแบบไหนต้องพบแพทย์
พูดถึงเรื่องนี้อาจดูขบขัน แต่ความจริงแล้วการผายลมบ่อยเกิดจากอะไร เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลอยู่เงียบ ๆ ทั้งเรื่องความอับอายในที่สาธารณะ และความไม่แน่ใจว่ามันเป็นสัญญาณของโรคอะไรหรือเปล่า
เมืองไทยประกันชีวิตจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่สาเหตุ สัญญาณที่ควรระวัง ไปจนถึงวิธีดูแลลำไส้ให้สุขภาพดีขึ้นจริง ๆ
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- ผายลมคืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร
- ตดบ่อยเกิดจากอะไร?
- ตดบ่อยแบบไหนที่ถือว่าผิดปกติ
- อาการร่วมที่ควรพบแพทย์ทันที
- โรคที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการผายลมบ่อย
- วิธีลดอาการตดบ่อย ผายลมบ่อย
- ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น
ผายลมคืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร
การผายลม หรือตดเป็นกระบวนการทางสรีรวิทยาที่ปกติมากของร่างกาย แก๊สในลำไส้เกิดจาก 2 แหล่งหลัก คือ การกลืนอากาศเข้าไปขณะกินอาหารหรือดื่มน้ำ และแก๊สที่เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ซึ่งย่อยสลายอาหารที่ร่างกายย่อยเองไม่ได้
โดยทั่วไปคนเราผายลมวันละ 5–25 ครั้ง ถือว่าปกติ ตัวเลขนี้ฟังดูเยอะ แต่หลายครั้งเราไม่รู้สึกตัวหรือมันเกิดขึ้นเบามากจนไม่รู้ ถ้าอยู่ในช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
ตดบ่อยเกิดจากอะไร? ตดบ่อยอันตรายไหม
ตดบ่อยเกิดจากอะไร ได้หลายสาเหตุ ทั้งจากพฤติกรรมการกิน อาหารที่เลือก และสภาวะของระบบย่อยอาหาร
- พฤติกรรมการกิน ที่กระตุ้นให้เกิดแก๊สมากขึ้นได้แก่ การกินเร็วเพราะทำให้กลืนอากาศเข้าไปมาก การเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อย และการดื่มน้ำอัดลมที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูง
- อาหารที่ทำให้เกิดแก๊สมาก ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีไฟเบอร์สูงหรือคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยยาก เช่น ถั่วทุกชนิด กะหล่ำปลี บรอกโคลี และผักตระกูลกระหล่ำ นอกจากนี้ยังรวมถึงนมและผลิตภัณฑ์นมในคนที่มีภาวะแพ้แลคโตส และอาหารไขมันสูงที่ย่อยได้ช้า
- ภาวะย่อยอาหารผิดปกติ เช่น โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ภาวะแพ้อาหาร หรือแบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุล ล้วนทำให้เกิดแก๊สมากผิดปกติได้
- ความเครียดและฮอร์โมน ก็มีส่วน ระบบทางเดินอาหารเชื่อมต่อกับสมองโดยตรงผ่านระบบประสาท เวลาเครียดมากจึงส่งผลให้ลำไส้ทำงานผิดปกติได้ ผู้หญิงในช่วงมีประจำเดือนยังพบว่ามีอาการท้องอืดและผายลมมากขึ้นจากผลของฮอร์โมนด้วย

ตดบ่อยแบบไหนที่ถือว่าผิดปกติ ตดบ่อยอันตรายไหม
การผายลมมากกว่า 20–25 ครั้งต่อวัน เริ่มเป็นสัญญาณที่ควรสังเกต โดยเฉพาะถ้ามาพร้อมกับอาการเหล่านี้
- มีกลิ่นแรงผิดปกติมาก (กลิ่นรุนแรงมักมาจากโปรตีนที่ย่อยไม่หมดหรือแบคทีเรียผิดปกติในลำไส้)
- มีอาการปวดท้องหรือเกร็งตลอดเวลา
- ท้องอืดแน่นท้องตลอดวันแม้ยังไม่ได้กินอาหาร
- อาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
อาการร่วมที่ควรพบแพทย์ทันที
ถ้าการผายลมบ่อยเกิดจากอะไรมาพร้อมกับอาการเหล่านี้ ไม่ควรรอ ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว
น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ภายใน 1–3 เดือนโดยไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก อาจเป็นสัญญาณของปัญหาร้ายแรงในระบบทางเดินอาหาร
ถ่ายเป็นเลือดหรืออุจจาระดำ ต้องพบแพทย์ทันที ไม่มีข้อยกเว้น
ท้องเสียเรื้อรัง นานเกิน 2 สัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น
ปวดท้องเฉียบพลันรุนแรง หรือปวดท้องในจุดใดจุดหนึ่งอย่างต่อเนื่อง
มีไข้ร่วมด้วย โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
โรคที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการผายลมบ่อย
ถ้าสงสัยว่าผายลมบ่อยเกิดจากอะไร บ่อยเกินไปและมีอาการผิดปกติร่วมด้วย โรคเหล่านี้อาจเป็นต้นเหตุ
โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ทำให้มีทั้งท้องเสียสลับท้องผูก ปวดท้องเป็นพัก ๆ และมีแก๊สมาก
ภาวะไม่ทนต่อแลคโตส ร่างกายไม่มีเอนไซม์ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม ทำให้เกิดแก๊สมากหลังดื่มนม
โรคลำไส้อักเสบ (IBD) รวมถึง Crohn's Disease และ Ulcerative Colitis ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori หรือปรสิต มักทำให้มีอาการท้องอืด ท้องเสีย และผายลมมาก

วิธีลดอาการตดบ่อย ผายลมบ่อย
ถ้าอาการยังอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่อยากลดให้น้อยลง ลองปรับพฤติกรรมเหล่านี้ดูก่อนค่ะ
กินช้าลงและเคี้ยวให้ละเอียด วางช้อนส้อมระหว่างคำ ไม่ต้องรีบ การกลืนอาหารอย่างรวดเร็วกลืนอากาศเข้าไปด้วยโดยไม่รู้ตัว
ลดอาหารก่อแก๊ส ไม่ต้องเลิกทั้งหมด แต่ลดปริมาณลงดูว่าอาการดีขึ้นไหม แล้วค่อย ๆ หาสมดุลที่เหมาะกับร่างกายตัวเอง
ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ราบรื่น
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แม้แค่เดิน 30 นาทีต่อวัน ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของอาหารในลำไส้ ลดการสะสมของแก๊ส
รับประทานโพรไบโอติก เช่น โยเกิร์ต กิมจิ หรืออาหารหมักดอง ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้
ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น
ลำไส้ที่สุขภาพดีไม่ได้เกิดขึ้นเองในคืนเดียว แต่ค่อย ๆ สร้างได้จากนิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน
จัดเวลารับประทานอาหารให้สม่ำเสมอ ลำไส้ชอบความสม่ำเสมอ การกินตรงเวลาทุกวันช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้เป็นจังหวะที่ดีขึ้น
ลดความเครียด ลองฝึกเทคนิคผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึก โยคะ หรือการเดินเล่น สมองกับลำไส้เชื่อมถึงกัน เมื่อใจสงบ ลำไส้ก็สงบตามไปด้วย
นอนหลับให้เพียงพอ การอดนอนเรื้อรังกระทบระบบย่อยอาหารโดยตรง 7–8 ชั่วโมงต่อคืน คือเป้าหมายที่ควรทำให้ได้

ดูแลสุขภาพลำไส้อย่างจริงจัง พร้อมประกันสุขภาพ เมืองไทยประกันชีวิต
การผายลมบ่อยเกิดจากอะไรส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ถ้ามาพร้อมอาการผิดปกติก็ควรพบแพทย์โดยเร็ว ค่ารักษาโรคระบบทางเดินอาหารอาจสูงกว่าที่คิด โดยเฉพาะถ้าต้องส่องกล้องหรือตรวจพิเศษ การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมจึงช่วยได้มากในสถานการณ์เช่นนี้
เมืองไทยประกันชีวิต มีแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร ให้คุณดูแลสุขภาพตัวเองได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
ที่มา: สืบค้นเมื่อวันที่ 20/03/69
🔖 Sanook