ตัวไรฝุ่นบนที่นอนคืออะไร? พร้อมวิธีกำจัดไรฝุ่นในบ้านอย่างถูกต้อง
“ไรฝุ่น” หรือที่หลายคนเรียกว่า “ตัวไรบนที่นอน” คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในบ้านของเราโดยเฉพาะบนที่นอน หมอน และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แม้เราจะมองไม่เห็น แต่พวกมันมีอยู่จริงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้มากกว่าที่คิด
วันนี้เมืองไทยประกันชีวิตจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับศัตรูตัวจิ๋วนี้ให้มากขึ้น พร้อมเผยวิธีกำจัดไรฝุ่นแบบง่ายๆ ที่ทำได้เองที่บ้าน เพื่อให้คุณและครอบครัวอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- ไรฝุ่นคืออะไร?
- ไรฝุ่นมักพบได้ตรงไหนในบ้านมากที่สุด?
- ไรฝุ่นมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร?
- รู้ไหมในที่นอน 1 หลัง อาจมีไรฝุ่นนับล้าน!
- อาการแบบไหนที่บอกว่าเราอาจแพ้ไรฝุ่นโดยไม่รู้ตัว?
- ทำไมการดูแลทำความสะอาดที่นอนจึงสำคัญ
- ทำอย่างไรถึงจะลดตัวไรฝุ่นบนที่นอนได้บ้าง?
→ ไรฝุ่นคืออะไร?
ไรฝุ่น (House Dust Mites) เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับแมงมุมและเห็บ แต่มีขนาดเล็กมากประมาณ 0.2-0.3 มิลลิเมตร จึงไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ในการส่องดูเท่านั้น
ลักษณะของไรฝุ่นที่ควรรู้จัก
รูปร่าง มีลำตัวกลมใส ขาว-ครีม มีขา 8 ขา
อายุขัย ประมาณ 2-4 เดือน
การสืบพันธุ์ ไรฝุ่นตัวเมียสามารถวางไข่ได้วันละ 2-3 ฟอง และตลอดชีวิตวางไข่ได้ถึง 100 ฟอง
การเจริญเติบโต จากไข่ สู่ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย (ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์)
อาหารและที่อยู่ที่ไรฝุ่นชอบอาศัยอยู่
ไรฝุ่นกินเซลล์ผิวหนังที่ร่วงหล่นจากตัวเราเป็นอาหารหลัก คุณอาจไม่รู้ว่าเราผลัดเซลล์ผิวหนังวันละ 0.5-1 กรัม ฟังดูน้อยนิด แต่ปริมาณนี้เพียงพอเลี้ยงไรฝุ่นได้นับพันตัวเลยทีเดียว โดยเฉพาะบริเวณที่นอนที่เราใช้เวลานานหลายชั่วโมง จึงเป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศของไรฝุ่น
นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่ไรฝุ่นชอบคือ
ความชื้น: 70-80%
อุณหภูมิ: 25-30 องศาเซลเซียส
อาหาร: เซลล์ผิวหนังมนุษย์ ราและจุลินทรีย์ที่เติบโตในสภาพอับชื้น
ด้วยเหตุนี้ ตัวไรบนที่นอนจึงเจริญเติบโตได้ดีในที่นอน หมอน ผ้าห่ม ที่เรานอนเป็นประจำ และมีเซลล์ผิวหนังของเราหลงเหลืออยู่มาก

→ ไรฝุ่นมักพบได้ตรงไหนในบ้านมากที่สุด?
ไรฝุ่นสามารถอาศัยอยู่ได้ทุกมุมในบ้าน แต่พวกมันชอบที่มีอุณหภูมิอบอุ่น มีความชื้น และมีอาหารอุดมสมบูรณ์ จึงพบได้มากที่สุดในจุดต่างๆ ดังนี้
จุดสะสมหลักของไรฝุ่นในบ้าน
ที่นอน โดยเฉพาะเนื้อที่นอน - เพราะเป็นแหล่งสะสมเซลล์ผิวหนังและความชื้นจากการนอนหลับ
หมอนและปลอกหมอน - ใกล้ศีรษะและใบหน้าซึ่งมีเซลล์ผิวหนังหลุดลอกมาก
ผ้าห่ม ผ้านวม ปลอกผ้านวม - สัมผัสกับร่างกายโดยตรงและเก็บความชื้นได้ดี
พรมและพื้นผ้า - มีเส้นใยให้ไรฝุ่นเกาะและยากต่อการทำความสะอาด
โซฟาและเฟอร์นิเจอร์บุนวม - มีซอกมุมให้ไรฝุ่นอาศัยและมีเซลล์ผิวหนังสะสม
ผ้าม่าน - ดูดซับความชื้นและฝุ่นได้ดี มักไม่ได้ซักบ่อย
ตุ๊กตาผ้า ของเล่นขนสัตว์ - สะสมฝุ่นและเซลล์ผิวหนัง แต่ซักทำความสะอาดยาก
ปัจจัยที่ทำให้ไรฝุ่นเติบโตได้ดี
ความชื้นในห้องสูง ห้องที่มีความชื้นเกิน 60% เอื้อต่อการเจริญเติบโตของไรฝุ่น
อากาศอับทึบ ไม่ถ่ายเท ห้องที่ไม่ค่อยเปิดหน้าต่าง หรือแสงแดดส่องไม่ถึง
อุณหภูมิห้องสูง อุณหภูมิระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียสเหมาะกับการขยายพันธุ์
พื้นผิวที่ทำความสะอาดยาก พรม ผ้าห่ม หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีซอกมุมมาก
→ ไรฝุ่นมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร?
ไรฝุ่นเองไม่ได้เป็นอันตรายโดยตรงต่อมนุษย์ พวกมันไม่กัด ไม่ต่อย และไม่ดูดเลือดเหมือนเห็บหรือไร แต่สิ่งที่เป็นอันตรายคือ “มูลไรฝุ่น” และ “ซากไรฝุ่น” ซึ่งมีโปรตีนที่เป็นสารก่อภูมิแพ้
ไรฝุ่นคือสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้และหอบหืด
สารก่อภูมิแพ้: โปรตีนในมูลและซากไรฝุ่น (Der p1, Der f1) กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ตอบสนองมากเกินไป
กลไกการแพ้: เมื่อสูดดมฝุ่นที่มีมูลหรือซากไรฝุ่น ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันชนิด IgE ทำให้เกิดการตอบสนองแบบภูมิแพ้
ความรุนแรงของอาการ: ไรฝุ่นถือเป็นสาเหตุหลักของโรคหอบหืดในเด็กซึ่งพบว่ามีความเกี่ยวข้องถึง 50-80% เด็กที่มีอาการแพ้ไรฝุ่นอาจมีอาการไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก หรือหายใจมีเสียงหวีด นอกจากนี้ยังเป็นต้นเหตุของโรคภูมิแพ้จากฝุ่นในบ้านกว่า 80% ทำให้เกิดอาการเรื้อรัง เช่น น้ำมูกไหล จามบ่อย หรือคัดจมูกโดยไม่ทราบสาเหตุ
อาการที่พบได้บ่อยเมื่อแพ้ไรฝุ่น
ระบบทางเดินหายใจ จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก ไอ หายใจมีเสียงหวีด
ตา คัน แดง น้ำตาไหล
ผิวหนัง ผื่นแดง คัน ผื่นลมพิษ
อาการทั่วไป เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย
→ รู้ไหมในที่นอน 1 หลัง อาจมีไรฝุ่นนับล้าน!
สถิติเกี่ยวกับไรฝุ่นอาจทำให้คุณตกใจและมองที่นอนตัวเองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
ตัวเลขที่น่าตกใจเกี่ยวกับไรฝุ่น
ที่นอน 1 หลัง อาจมีไรฝุ่นได้มากถึง 100,000–10,000,000 ตัว
ตามข้อมูลของ WebMD ที่อ้างอิงจาก Ohio State University ที่นอนทั่วไปสามารถมีไรฝุ่นได้หลายล้านตัว โดยเฉพาะที่ไม่ได้ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนปลอกบ่อยๆ
ไรฝุ่นชอบกิน “ผิวหนังที่เราหลุดออกระหว่างนอน”
โดยเฉลี่ยมนุษย์หลุดเซลล์ผิวหนังราว 1.5 กรัมต่อวัน ซึ่งเพียงพอสำหรับเลี้ยงไรฝุ่นได้ประมาณ หนึ่งล้านตัว (American Lung Association)
หมอนเก่าที่ใช้มานานอาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นถึง 10% จากซากและมูลไรฝุ่น
ข้อมูลจาก Cleveland Clinic ระบุว่า หมอนที่ใช้นานหลายปีอาจสะสมซากไรฝุ่นจนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 10% โดยเฉพาะถ้าไม่ใช้ปลอกกันไรฝุ่น
ฝุ่นในบ้านเพียง 1 กรัม อาจมีไรฝุ่นได้ถึง 100–500 ตัว
จากรายงานของ Massachusetts Lung Association ระบุว่าปริมาณไรฝุ่นในฝุ่น 1 กรัมอาจสูงถึงหลักร้อยตัวในสภาพอากาศชื้น
อุณหภูมิและความชื้นที่พอดี ทำให้ไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดีมาก
งานวิจัยจาก Nature อธิบายว่า ที่นอนมีสภาพอากาศอบอุ่น ความชื้นสูง และมีเศษผิวหนังเป็นอาหาร จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของไรฝุ่น
เหตุผลที่ไรฝุ่นชอบที่นอนมากเป็นพิเศษ
เราใช้เวลานอนประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิต (ประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน) บนที่นอน
เรามีเซลล์ผิวหนังหลุดลอกขณะนอนมากถึงวันละ 0.5-1 กรัม
ความชื้นและความอบอุ่นจากร่างกายสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับไรฝุ่น
ที่นอนมีรูพรุน ทำให้ไรฝุ่นสามารถเข้าไปอาศัยข้างในได้

→ อาการแบบไหนที่บอกว่าเรากำลังแพ้ไรฝุ่นโดยไม่รู้ตัว?
หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังแพ้ไรฝุ่น เพราะอาการคล้ายกับการเป็นหวัดหรือภูมิแพ้ทั่วไป แต่มีสัญญาณบ่งชี้ที่น่าสังเกต
วิธีสังเกตว่าคุณอาจกำลังแพ้ไรฝุ่น
อาการแย่ลงในตอนเช้าหลังตื่นนอน - เพราะคุณเพิ่งใช้เวลาหลายชั่วโมงบนที่นอนที่มีไรฝุ่น
อาการแย่ลงเมื่ออยู่ในห้องนอนหรือนั่งบนโซฟาเป็นเวลานาน - บริเวณที่มีไรฝุ่นสะสม
อาการดีขึ้นเมื่อออกจากบ้านไปอยู่ข้างนอก - ห่างจากแหล่งสะสมไรฝุ่น
อาการแย่ลงเมื่อปัดฝุ่นหรือดูดฝุ่นในบ้าน - เพราะการทำความสะอาดทำให้ไรฝุ่นและมูลของมันฟุ้งกระจาย
อาการเป็นตลอดทั้งปีไม่ขึ้นกับฤดูกาล - ต่างจากแพ้เกสรดอกไม้ที่มักเป็นตามฤดู
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
เด็กเล็ก: ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง เสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้
ผู้ที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว: มีโอกาสแพ้ไรฝุ่นมากกว่าคนทั่วไป
ผู้ป่วยโรคหอบหืด: ไรฝุ่นอาจกระตุ้นอาการหอบหืดให้กำเริบ
ผู้ที่มีผิวหนังแห้งหรือเป็นโรคผิวหนังอักเสบ: ผิวหนังที่บางและแห้งมีโอกาสแพ้มากกว่า
→ ทำไมการดูแลทำความสะอาดที่นอนจึงสำคัญ
การทำความสะอาดที่นอนอย่างสม่ำเสมอไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาด แต่เป็นเรื่องของสุขภาพโดยตรง
ผลกระทบระยะยาวจากการละเลยความสะอาด
โรคหอบหืดเรื้อรัง: การสัมผัสกับไรฝุ่นอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดโรคหอบหืดในระยะยาว
ไซนัสอักเสบเรื้อรัง: ทางเดินหายใจอักเสบและติดเชื้อง่ายขึ้น
ภูมิแพ้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ: การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ซ้ำๆ อาจทำให้อาการแพ้รุนแรงขึ้น
ปัญหาการนอนหลับ: อาการแพ้ทำให้นอนไม่หลับ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
ผลกระทบต่อการเรียนรู้และการทำงาน: อาการเรื้อรังทำให้สมาธิลดลง ประสิทธิภาพการเรียนหรือทำงานแย่ลง
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไรฝุ่นที่ควรแก้ไข
เข้าใจผิดที่ 1: แพ้ “ตัว” ไรฝุ่น - ความจริงแล้ว เราแพ้โปรตีนในมูลไรฝุ่นและซากไรฝุ่น ไม่ใช่ตัวไรฝุ่นโดยตรง
เข้าใจผิดที่ 2: ที่นอนใหม่ไม่มีไรฝุ่น - ที่นอนใหม่อาจไม่มีไรฝุ่นในตอนแรก แต่จะเริ่มมีไรฝุ่นภายใน 3-6 เดือนหลังการใช้งาน
เข้าใจผิดที่ 3: การดูดฝุ่นธรรมดาช่วยกำจัดไรฝุ่นได้ - ความจริงคือเครื่องดูดฝุ่นธรรมดาไม่สามารถดูดไรฝุ่นได้ทั้งหมด และอาจทำให้มูลไรฝุ่นฟุ้งกระจาย
เข้าใจผิดที่ 4: ห้องแอร์ไม่มีไรฝุ่น - แม้จะมีความชื้นน้อยกว่า แต่ห้องแอร์ที่ไม่ได้ทำความสะอาดสม่ำเสมอก็สามารถมีไรฝุ่นได้มาก

→ ทำอย่างไรถึงจะลดตัวไรฝุ่นบนที่นอนได้บ้าง?
การกำจัดไรฝุ่นให้หมดไปอาจเป็นเรื่องยาก แต่เราสามารถลดจำนวนไรฝุ่นลงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยวิธีกำจัดไรฝุ่นต่อไปนี้
เทคนิคดูแลที่นอน หมอน ผ้าห่ม
ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มด้วยน้ำร้อน - อุณหภูมิอย่างน้อย 55 องศาเซลเซียส (130 องศาฟาเรนไฮต์) จะฆ่าไรฝุ่นได้ ควรซักทุก 1-2 สัปดาห์
ตากแดดที่นอนและหมอน - แสงแดดและความร้อนช่วยฆ่าไรฝุ่นได้ ควรตากอย่างน้อยเดือนละครั้ง
ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มี HEPA Filter - ดูดฝุ่นที่นอน หมอน และเฟอร์นิเจอร์บุนวมอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
ใช้ปลอกกันไรฝุ่น - ปลอกพิเศษที่มีรูพรุนขนาดเล็กกว่าไรฝุ่น ป้องกันไม่ให้ไรฝุ่นเข้าออกที่นอนและหมอนได้
ใช้น้ำยาฆ่าไรฝุ่นโดยเฉพาะ - สเปรย์หรือน้ำยาที่ออกแบบมาเพื่อฆ่าไรฝุ่นโดยเฉพาะ
เคล็ดไม่ลับสำหรับลดไรฝุ่นทั่วทั้งบ้าน
ควบคุมความชื้นในบ้าน - รักษาระดับความชื้นให้ต่ำกว่า 50% ด้วยเครื่องลดความชื้นหรือเครื่องปรับอากาศ
กำจัดแหล่งสะสมฝุ่น - ลดจำนวนพรม ผ้าม่าน และของสะสมที่เป็นแหล่งดักฝุ่น
เปิดหน้าต่างระบายอากาศเป็นประจำ - อย่างน้อยวันละ 15-30 นาที แม้ในห้องแอร์
ทำความสะอาดพื้นบ้านด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ - จับฝุ่นได้ดีกว่าการกวาดแห้งๆ ซึ่งทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย
ไม่นำรองเท้าเข้าบ้าน - รองเท้านำฝุ่นจากภายนอกเข้ามาในบ้านจำนวนมาก
มีของใช้ในบ้านอะไรบ้างที่ช่วยลดไรฝุ่นได้?
วัสดุปูพื้นที่ทำความสะอาดง่าย - เช่น กระเบื้อง ไม้ หรือไวนิล แทนพรม
เฟอร์นิเจอร์หนัง หรือไวนิล - ทำความสะอาดง่ายกว่าเฟอร์นิเจอร์ผ้า
ม่านบางหรือม่านที่ซักได้ - แทนม่านหนาที่ซักยากและสะสมฝุ่น
ตุ๊กตาที่ซักได้หรือตุ๊กตาพลาสติก - แทนตุ๊กตาขนสัตว์ที่เป็นแหล่งสะสมไรฝุ่น
เครื่องฟอกอากาศที่มีฟิลเตอร์ HEPA - ช่วยกรองไรฝุ่นและมูลไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อสุขภาพของเราและคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิแพ้หรือโรคหอบหืด การรู้จักตัวไรบนที่นอนและวิธีกำจัดไรฝุ่นที่ถูกต้อง จะช่วยให้เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยมากขึ้น
นอกจากการดูแลสภาพแวดล้อมในบ้านแล้ว การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะร่างกายที่แข็งแรงจะมีภูมิคุ้มกันที่ดี สามารถต่อสู้กับสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น
เมืองไทยประกันชีวิต เข้าใจดีว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการป้องกัน จึงมีแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการป้องกันและรักษาโรคภูมิแพ้และโรคระบบทางเดินหายใจต่างๆ ที่อาจเกิดจากไรฝุ่น เพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ไร้กังวล
การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร โรคร้ายจะมาเยือนตอนไหน การเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพ และค่ารักษายามเจ็บป่วยไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 2 แสน - 100 ล้านบาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา
รายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 17/06/68