Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

ตัวไรฝุ่นบนที่นอนคืออะไร พร้อมวิธีกำจัดไรฝุ่นในบ้านอย่างถูกต้อง 02

ตัวไรฝุ่นบนที่นอนคืออะไร? พร้อมวิธีกำจัดไรฝุ่นในบ้านอย่างถูกต้อง

“ไรฝุ่น” หรือที่หลายคนเรียกว่า “ตัวไรบนที่นอน” คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในบ้านของเราโดยเฉพาะบนที่นอน หมอน และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แม้เราจะมองไม่เห็น แต่พวกมันมีอยู่จริงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้มากกว่าที่คิด

วันนี้เมืองไทยประกันชีวิตจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับศัตรูตัวจิ๋วนี้ให้มากขึ้น พร้อมเผยวิธีกำจัดไรฝุ่นแบบง่ายๆ ที่ทำได้เองที่บ้าน เพื่อให้คุณและครอบครัวอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ




→ ไรฝุ่นคืออะไร?

ไรฝุ่น (House Dust Mites) เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับแมงมุมและเห็บ แต่มีขนาดเล็กมากประมาณ 0.2-0.3 มิลลิเมตร จึงไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ในการส่องดูเท่านั้น


ลักษณะของไรฝุ่นที่ควรรู้จัก

รูปร่าง มีลำตัวกลมใส ขาว-ครีม มีขา 8 ขา

อายุขัย ประมาณ 2-4 เดือน

การสืบพันธุ์ ไรฝุ่นตัวเมียสามารถวางไข่ได้วันละ 2-3 ฟอง และตลอดชีวิตวางไข่ได้ถึง 100 ฟอง

การเจริญเติบโต จากไข่ สู่ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย (ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์)


อาหารและที่อยู่ที่ไรฝุ่นชอบอาศัยอยู่

ไรฝุ่นกินเซลล์ผิวหนังที่ร่วงหล่นจากตัวเราเป็นอาหารหลัก คุณอาจไม่รู้ว่าเราผลัดเซลล์ผิวหนังวันละ 0.5-1 กรัม ฟังดูน้อยนิด แต่ปริมาณนี้เพียงพอเลี้ยงไรฝุ่นได้นับพันตัวเลยทีเดียว โดยเฉพาะบริเวณที่นอนที่เราใช้เวลานานหลายชั่วโมง จึงเป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศของไรฝุ่น

นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่ไรฝุ่นชอบคือ

ความชื้น: 70-80%

อุณหภูมิ: 25-30 องศาเซลเซียส

อาหาร: เซลล์ผิวหนังมนุษย์ ราและจุลินทรีย์ที่เติบโตในสภาพอับชื้น

ด้วยเหตุนี้ ตัวไรบนที่นอนจึงเจริญเติบโตได้ดีในที่นอน หมอน ผ้าห่ม ที่เรานอนเป็นประจำ และมีเซลล์ผิวหนังของเราหลงเหลืออยู่มาก

ไรฝุ่นบนที่นอน ไรฝุ่นคือ พบตรงไหนมากที่สุดในบ้าน

→ ไรฝุ่นมักพบได้ตรงไหนในบ้านมากที่สุด?

ไรฝุ่นสามารถอาศัยอยู่ได้ทุกมุมในบ้าน แต่พวกมันชอบที่มีอุณหภูมิอบอุ่น มีความชื้น และมีอาหารอุดมสมบูรณ์ จึงพบได้มากที่สุดในจุดต่างๆ ดังนี้


จุดสะสมหลักของไรฝุ่นในบ้าน

ที่นอน โดยเฉพาะเนื้อที่นอน - เพราะเป็นแหล่งสะสมเซลล์ผิวหนังและความชื้นจากการนอนหลับ

หมอนและปลอกหมอน - ใกล้ศีรษะและใบหน้าซึ่งมีเซลล์ผิวหนังหลุดลอกมาก

ผ้าห่ม ผ้านวม ปลอกผ้านวม - สัมผัสกับร่างกายโดยตรงและเก็บความชื้นได้ดี

พรมและพื้นผ้า - มีเส้นใยให้ไรฝุ่นเกาะและยากต่อการทำความสะอาด

โซฟาและเฟอร์นิเจอร์บุนวม - มีซอกมุมให้ไรฝุ่นอาศัยและมีเซลล์ผิวหนังสะสม

ผ้าม่าน - ดูดซับความชื้นและฝุ่นได้ดี มักไม่ได้ซักบ่อย

ตุ๊กตาผ้า ของเล่นขนสัตว์ - สะสมฝุ่นและเซลล์ผิวหนัง แต่ซักทำความสะอาดยาก


ปัจจัยที่ทำให้ไรฝุ่นเติบโตได้ดี

ความชื้นในห้องสูง ห้องที่มีความชื้นเกิน 60% เอื้อต่อการเจริญเติบโตของไรฝุ่น

อากาศอับทึบ ไม่ถ่ายเท ห้องที่ไม่ค่อยเปิดหน้าต่าง หรือแสงแดดส่องไม่ถึง

อุณหภูมิห้องสูง อุณหภูมิระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียสเหมาะกับการขยายพันธุ์

พื้นผิวที่ทำความสะอาดยาก พรม ผ้าห่ม หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีซอกมุมมาก



→ ไรฝุ่นมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร?

ไรฝุ่นเองไม่ได้เป็นอันตรายโดยตรงต่อมนุษย์ พวกมันไม่กัด ไม่ต่อย และไม่ดูดเลือดเหมือนเห็บหรือไร แต่สิ่งที่เป็นอันตรายคือ “มูลไรฝุ่น” และ “ซากไรฝุ่น” ซึ่งมีโปรตีนที่เป็นสารก่อภูมิแพ้


ไรฝุ่นคือสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้และหอบหืด

สารก่อภูมิแพ้: โปรตีนในมูลและซากไรฝุ่น (Der p1, Der f1) กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ตอบสนองมากเกินไป

กลไกการแพ้: เมื่อสูดดมฝุ่นที่มีมูลหรือซากไรฝุ่น ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันชนิด IgE ทำให้เกิดการตอบสนองแบบภูมิแพ้

ความรุนแรงของอาการ: ไรฝุ่นถือเป็นสาเหตุหลักของโรคหอบหืดในเด็กซึ่งพบว่ามีความเกี่ยวข้องถึง 50-80% เด็กที่มีอาการแพ้ไรฝุ่นอาจมีอาการไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก หรือหายใจมีเสียงหวีด นอกจากนี้ยังเป็นต้นเหตุของโรคภูมิแพ้จากฝุ่นในบ้านกว่า 80% ทำให้เกิดอาการเรื้อรัง เช่น น้ำมูกไหล จามบ่อย หรือคัดจมูกโดยไม่ทราบสาเหตุ


อาการที่พบได้บ่อยเมื่อแพ้ไรฝุ่น

ระบบทางเดินหายใจ จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก ไอ หายใจมีเสียงหวีด

ตา คัน แดง น้ำตาไหล

ผิวหนัง ผื่นแดง คัน ผื่นลมพิษ

อาการทั่วไป เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย



→ รู้ไหมในที่นอน 1 หลัง อาจมีไรฝุ่นนับล้าน!

สถิติเกี่ยวกับไรฝุ่นอาจทำให้คุณตกใจและมองที่นอนตัวเองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป


ตัวเลขที่น่าตกใจเกี่ยวกับไรฝุ่น

ที่นอน 1 หลัง อาจมีไรฝุ่นได้มากถึง 100,000–10,000,000 ตัว

ตามข้อมูลของ WebMD ที่อ้างอิงจาก Ohio State University ที่นอนทั่วไปสามารถมีไรฝุ่นได้หลายล้านตัว โดยเฉพาะที่ไม่ได้ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนปลอกบ่อยๆ

ไรฝุ่นชอบกิน “ผิวหนังที่เราหลุดออกระหว่างนอน”

โดยเฉลี่ยมนุษย์หลุดเซลล์ผิวหนังราว 1.5 กรัมต่อวัน ซึ่งเพียงพอสำหรับเลี้ยงไรฝุ่นได้ประมาณ หนึ่งล้านตัว (American Lung Association)

หมอนเก่าที่ใช้มานานอาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นถึง 10% จากซากและมูลไรฝุ่น

ข้อมูลจาก Cleveland Clinic ระบุว่า หมอนที่ใช้นานหลายปีอาจสะสมซากไรฝุ่นจนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 10% โดยเฉพาะถ้าไม่ใช้ปลอกกันไรฝุ่น

ฝุ่นในบ้านเพียง 1 กรัม อาจมีไรฝุ่นได้ถึง 100–500 ตัว

จากรายงานของ Massachusetts Lung Association ระบุว่าปริมาณไรฝุ่นในฝุ่น 1 กรัมอาจสูงถึงหลักร้อยตัวในสภาพอากาศชื้น

อุณหภูมิและความชื้นที่พอดี ทำให้ไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดีมาก

งานวิจัยจาก Nature อธิบายว่า ที่นอนมีสภาพอากาศอบอุ่น ความชื้นสูง และมีเศษผิวหนังเป็นอาหาร จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของไรฝุ่น


เหตุผลที่ไรฝุ่นชอบที่นอนมากเป็นพิเศษ

เราใช้เวลานอนประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิต (ประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน) บนที่นอน

เรามีเซลล์ผิวหนังหลุดลอกขณะนอนมากถึงวันละ 0.5-1 กรัม

ความชื้นและความอบอุ่นจากร่างกายสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับไรฝุ่น

ที่นอนมีรูพรุน ทำให้ไรฝุ่นสามารถเข้าไปอาศัยข้างในได้


อาการเตือนที่อาจไม่รู้ตัว ว่าเกิดจากไรฝุ่นคือ

→ อาการแบบไหนที่บอกว่าเรากำลังแพ้ไรฝุ่นโดยไม่รู้ตัว?

หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังแพ้ไรฝุ่น เพราะอาการคล้ายกับการเป็นหวัดหรือภูมิแพ้ทั่วไป แต่มีสัญญาณบ่งชี้ที่น่าสังเกต


วิธีสังเกตว่าคุณอาจกำลังแพ้ไรฝุ่น

อาการแย่ลงในตอนเช้าหลังตื่นนอน - เพราะคุณเพิ่งใช้เวลาหลายชั่วโมงบนที่นอนที่มีไรฝุ่น

อาการแย่ลงเมื่ออยู่ในห้องนอนหรือนั่งบนโซฟาเป็นเวลานาน - บริเวณที่มีไรฝุ่นสะสม

อาการดีขึ้นเมื่อออกจากบ้านไปอยู่ข้างนอก - ห่างจากแหล่งสะสมไรฝุ่น

อาการแย่ลงเมื่อปัดฝุ่นหรือดูดฝุ่นในบ้าน - เพราะการทำความสะอาดทำให้ไรฝุ่นและมูลของมันฟุ้งกระจาย

อาการเป็นตลอดทั้งปีไม่ขึ้นกับฤดูกาล - ต่างจากแพ้เกสรดอกไม้ที่มักเป็นตามฤดู


กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

เด็กเล็ก: ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง เสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้

ผู้ที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว: มีโอกาสแพ้ไรฝุ่นมากกว่าคนทั่วไป

ผู้ป่วยโรคหอบหืด: ไรฝุ่นอาจกระตุ้นอาการหอบหืดให้กำเริบ

ผู้ที่มีผิวหนังแห้งหรือเป็นโรคผิวหนังอักเสบ: ผิวหนังที่บางและแห้งมีโอกาสแพ้มากกว่า



→ ทำไมการดูแลทำความสะอาดที่นอนจึงสำคัญ

การทำความสะอาดที่นอนอย่างสม่ำเสมอไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาด แต่เป็นเรื่องของสุขภาพโดยตรง


ผลกระทบระยะยาวจากการละเลยความสะอาด

โรคหอบหืดเรื้อรัง: การสัมผัสกับไรฝุ่นอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดโรคหอบหืดในระยะยาว

ไซนัสอักเสบเรื้อรัง: ทางเดินหายใจอักเสบและติดเชื้อง่ายขึ้น

ภูมิแพ้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ: การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ซ้ำๆ อาจทำให้อาการแพ้รุนแรงขึ้น

ปัญหาการนอนหลับ: อาการแพ้ทำให้นอนไม่หลับ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต

ผลกระทบต่อการเรียนรู้และการทำงาน: อาการเรื้อรังทำให้สมาธิลดลง ประสิทธิภาพการเรียนหรือทำงานแย่ลง


ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไรฝุ่นที่ควรแก้ไข

เข้าใจผิดที่ 1: แพ้ “ตัว” ไรฝุ่น - ความจริงแล้ว เราแพ้โปรตีนในมูลไรฝุ่นและซากไรฝุ่น ไม่ใช่ตัวไรฝุ่นโดยตรง

เข้าใจผิดที่ 2: ที่นอนใหม่ไม่มีไรฝุ่น - ที่นอนใหม่อาจไม่มีไรฝุ่นในตอนแรก แต่จะเริ่มมีไรฝุ่นภายใน 3-6 เดือนหลังการใช้งาน

เข้าใจผิดที่ 3: การดูดฝุ่นธรรมดาช่วยกำจัดไรฝุ่นได้ - ความจริงคือเครื่องดูดฝุ่นธรรมดาไม่สามารถดูดไรฝุ่นได้ทั้งหมด และอาจทำให้มูลไรฝุ่นฟุ้งกระจาย

เข้าใจผิดที่ 4: ห้องแอร์ไม่มีไรฝุ่น - แม้จะมีความชื้นน้อยกว่า แต่ห้องแอร์ที่ไม่ได้ทำความสะอาดสม่ำเสมอก็สามารถมีไรฝุ่นได้มาก


วิธีลดไรฝุ่นในห้องนอนแบบเข้าใจง่าย วิธีกำจัดไรฝุ่น

→ ทำอย่างไรถึงจะลดตัวไรฝุ่นบนที่นอนได้บ้าง?

การกำจัดไรฝุ่นให้หมดไปอาจเป็นเรื่องยาก แต่เราสามารถลดจำนวนไรฝุ่นลงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยวิธีกำจัดไรฝุ่นต่อไปนี้


เทคนิคดูแลที่นอน หมอน ผ้าห่ม

ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มด้วยน้ำร้อน - อุณหภูมิอย่างน้อย 55 องศาเซลเซียส (130 องศาฟาเรนไฮต์) จะฆ่าไรฝุ่นได้ ควรซักทุก 1-2 สัปดาห์

ตากแดดที่นอนและหมอน - แสงแดดและความร้อนช่วยฆ่าไรฝุ่นได้ ควรตากอย่างน้อยเดือนละครั้ง

ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มี HEPA Filter - ดูดฝุ่นที่นอน หมอน และเฟอร์นิเจอร์บุนวมอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

ใช้ปลอกกันไรฝุ่น - ปลอกพิเศษที่มีรูพรุนขนาดเล็กกว่าไรฝุ่น ป้องกันไม่ให้ไรฝุ่นเข้าออกที่นอนและหมอนได้

ใช้น้ำยาฆ่าไรฝุ่นโดยเฉพาะ - สเปรย์หรือน้ำยาที่ออกแบบมาเพื่อฆ่าไรฝุ่นโดยเฉพาะ


เคล็ดไม่ลับสำหรับลดไรฝุ่นทั่วทั้งบ้าน

ควบคุมความชื้นในบ้าน - รักษาระดับความชื้นให้ต่ำกว่า 50% ด้วยเครื่องลดความชื้นหรือเครื่องปรับอากาศ

กำจัดแหล่งสะสมฝุ่น - ลดจำนวนพรม ผ้าม่าน และของสะสมที่เป็นแหล่งดักฝุ่น

เปิดหน้าต่างระบายอากาศเป็นประจำ - อย่างน้อยวันละ 15-30 นาที แม้ในห้องแอร์

ทำความสะอาดพื้นบ้านด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ - จับฝุ่นได้ดีกว่าการกวาดแห้งๆ ซึ่งทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย

ไม่นำรองเท้าเข้าบ้าน - รองเท้านำฝุ่นจากภายนอกเข้ามาในบ้านจำนวนมาก


มีของใช้ในบ้านอะไรบ้างที่ช่วยลดไรฝุ่นได้?

วัสดุปูพื้นที่ทำความสะอาดง่าย - เช่น กระเบื้อง ไม้ หรือไวนิล แทนพรม

เฟอร์นิเจอร์หนัง หรือไวนิล - ทำความสะอาดง่ายกว่าเฟอร์นิเจอร์ผ้า

ม่านบางหรือม่านที่ซักได้ - แทนม่านหนาที่ซักยากและสะสมฝุ่น

ตุ๊กตาที่ซักได้หรือตุ๊กตาพลาสติก - แทนตุ๊กตาขนสัตว์ที่เป็นแหล่งสะสมไรฝุ่น

เครื่องฟอกอากาศที่มีฟิลเตอร์ HEPA - ช่วยกรองไรฝุ่นและมูลไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีกำจัดไรฝุ่น บอกลาไรฝุ่น เพื่อสุขภาพที่ดี



ไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อสุขภาพของเราและคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิแพ้หรือโรคหอบหืด การรู้จักตัวไรบนที่นอนและวิธีกำจัดไรฝุ่นที่ถูกต้อง จะช่วยให้เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยมากขึ้น

นอกจากการดูแลสภาพแวดล้อมในบ้านแล้ว การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะร่างกายที่แข็งแรงจะมีภูมิคุ้มกันที่ดี สามารถต่อสู้กับสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น

เมืองไทยประกันชีวิต เข้าใจดีว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการป้องกัน จึงมีแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการป้องกันและรักษาโรคภูมิแพ้และโรคระบบทางเดินหายใจต่างๆ ที่อาจเกิดจากไรฝุ่น เพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ไร้กังวล

การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร โรคร้ายจะมาเยือนตอนไหน การเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพ และค่ารักษายามเจ็บป่วยไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษา ตั้งแต่ 2 แสน - 100 ล้านบาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา


รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน


  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 17/06/68

🔖synphaet

บทความอื่นๆ ที่คุณอาจจะสนใจ