Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

 เข้าใจผิดว่า ซื้อประกันให้ใครก็ได้ ก็นำมาใช้สิทธิลดหย่อนได้หมด

เช็กด่วน! 5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันลดหย่อนภาษีที่ทำให้เสียสิทธิ์

       เช็กด่วน! 5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันลดหย่อนภาษีที่ทำให้เสียสิทธิ์ การมีประกันไม่ใช่แค่เรื่องความอุ่นใจ แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการใช้ สิทธิลดหย่อนภาษี อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีมีผู้เสียภาษีจำนวนไม่น้อยที่ต้องพลาดโอกาสหรือถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบย้อนหลัง เพียงเพราะความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ ประกันลดหย่อนภาษี บทความนี้จะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยกับ 5 ความเข้าใจผิดยอดฮิต เพื่อให้คุณใช้ สิทธิลดหย่อน ได้อย่างเต็มที่และถูกต้องตามกฎหมาย


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ



 เข้าใจผิดว่า ประกันสุขภาพลดหย่อนแยกจากประกันชีวิต 100,000 บาท
1. เข้าใจผิดว่า ประกันสุขภาพลดหย่อนแยกจากประกันชีวิต 100,000 บาท

       นี่คือความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งที่ทำให้หลายคนวางแผนการเงินผิดพลาด หลายคนเข้าใจว่าสามารถใช้สิทธิจากประกันชีวิตได้ 100,000 บาท และบวกเพิ่มจากประกันสุขภาพได้อีก 25,000 บาท รวมเป็น 125,000 บาท

       ความจริงคือ สิทธิลดหย่อนภาษี ในหมวดนี้ถูกมัดรวมอยู่ใน "ตะกร้าเดียวกัน" โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท หมายความว่าเบี้ยประกันสุขภาพ (สูงสุด 25,000 บาท) จะต้องนำไปนับรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หากคุณจ่ายเบี้ยประกันชีวิตไปแล้ว 100,000 บาท เบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายเพิ่มไปจะไม่มีผลต่อการลดหย่อนภาษีอีก


ข้าใจผิดว่า ซื้อประกันให้ใครก็ได้ ก็นำมาใช้สิทธิลดหย่อนได้หมด

2. เข้าใจผิดว่า ซื้อประกันให้ใครก็ได้ ก็นำมาใช้สิทธิลดหย่อนได้หมด

       บางคนเลือกซื้อประกันให้ลูก หรือซื้อให้พี่น้อง แล้วนำเบี้ยเหล่านั้นมากรอกเพื่อขอ สิทธิลดหย่อน ในนามของตัวเองเพราะเป็นคนจ่ายเงินจริง

       ความจริงคือ สรรพากรกำหนดชัดเจนว่า ประกันลดหย่อนภาษี ต้องเป็นชื่อของผู้เสียภาษีเองเท่านั้น ยกเว้นเพียง 2 กรณีคือ:

  • ประกันสุขภาพพ่อแม่ ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท (พ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี)
  • ประกันชีวิตคู่สมรส ลดหย่อนได้สูงสุด 10,000 บาท (คู่สมรสต้องไม่มีรายได้)

ส่วนประกันชีวิตของบุตร ไม่สามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของผู้ปกครองได้

3. เข้าใจผิดว่า ประกันอุบัติเหตุ (PA) ลดหย่อนภาษีได้ทั้งจำนวน

       หลายคนจ่ายเบี้ยประกันอุบัติเหตุรายปี 2,000 - 5,000 บาท และเหมาตัวเลขนี้ไปใส่ในช่องลดหย่อนภาษีทั้งหมด

       ความจริงคือ ในประกันอุบัติเหตุ 1 กรมธรรม์ จะมีสัดส่วนความคุ้มครองที่ต่างกัน สิทธิลดหย่อน จะอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะ "ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาล" เท่านั้น ส่วนที่เป็นความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้ ดังนั้นต้องตรวจสอบหนังสือรับรองเบี้ยประกันที่บริษัทส่งให้ ซึ่งจะแยกตัวเลขส่วนที่ลดหย่อนได้ไว้ให้ชัดเจน

4. เข้าใจผิดว่า แค่ซื้อประกันทิ้งไว้ ระบบสรรพากรจะดึงข้อมูลให้เองอัตโนมัติ

       ในยุคดิจิทัล หลายคนชะล่าใจคิดว่าบริษัทประกันจะส่งข้อมูลออนไลน์ให้กรมสรรพากรอยู่แล้ว จึงไม่ได้ตรวจสอบอะไรเพิ่มเติม

       ความจริงคือ คุณต้อง "แจ้งความประสงค์" ต่อบริษัทประกันภัยก่อนเสมอ เพื่ออนุญาตให้บริษัทส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร หากคุณไม่ได้กดตกลงหรือทำเรื่องยินยอม ข้อมูลเบี้ยประกันของคุณจะไม่ปรากฏในระบบ My Tax Account ของกรมสรรพากร และจะทำให้คุณไม่สามารถใช้ สิทธิลดหย่อน ได้ทันทีในตอนยื่นแบบออนไลน์

เข้าใจผิดว่า ประกันออมทรัพย์ระยะสั้น 2-3 ปี ก็นำมาลดหย่อนได้

5. เข้าใจผิดว่า ประกันออมทรัพย์ระยะสั้น 2-3 ปี ก็นำมาลดหย่อนได้

       ผู้เสียภาษีบางส่วนมองหาประกันออมทรัพย์ที่คืนทุนไวเพื่อหวังผลตอบแทนและลดหย่อนภาษีไปพร้อมกัน จนลืมเช็กเงื่อนไขระยะเวลาสัญญา

       ความจริงคือ ประกันลดหย่อนภาษี หมวดประกันชีวิตทั่วไป ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เท่านั้น หากคุณซื้อแผนประเภท "ออม 2 ปี คุ้มครอง 5 ปี" แม้จะจ่ายเบี้ยหลักแสนก็ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้แม้แต่บาทเดียว เพราะไม่เข้าเงื่อนไขระยะเวลาตามที่กรมสรรพากรกำหนด

       เพื่อให้การใช้ สิทธิลดหย่อน ประกันเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่ต้องคอยกังวลกับการโดนเรียกเอกสารย้อนหลัง ควรปฏิบัติดังนี้:

  • ตรวจสอบความคุ้มครอง ต้อง 10 ปีขึ้นไปสำหรับประกันชีวิต
  • เช็กเพดานรวม ประกันชีวิต + ประกันสุขภาพ ต้องไม่เกิน 1 แสนบาท
  • แจ้งยินยอมส่งข้อมูล ตรวจสอบกับบริษัทประกันว่าได้ส่งข้อมูลให้สรรพากรแล้วหรือยัง
  • ดูรายได้พ่อแม่ หากจะลดหย่อนประกันสุขภาพท่าน ต้องเช็กว่าท่านไม่มีรายได้เกินเกณฑ์


       การทำความเข้าใจเงื่อนไขของ ประกันลดหย่อนภาษี อย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และไม่ต้องเสียสิทธิ์ที่พึงมีไปอย่างน่าเสียดาย


       ที่สำคัญ สิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อซื้อประกันสุขภาพและประกันชีวิต ก็คือความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต และสบายเพราะมีแผนรองรับเมื่อเจ็บป่วย แนะนำ ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ จากเมืองไทยประกันชีวิต เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยดูแลคุณและคนที่คุณห่วงใย


รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต หรือ ช่องทางที่ดูแลท่าน

  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา สืบค้น ณ วันที่ 26/01/2569

🔖 SET 
🔖 actuarialbiz 
🔖 kasikornbank

FAQ เกี่ยวกับสิทธิลดหย่อนภาษีประกัน

You might be interested