การบริหารความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง และการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) โดยการบริหารความเสี่ยงเป็นแนวคิดการบริหารธุรกิจสมัยใหม่ภายใต้การแข่งขันเสรีที่ภาคธุรกิจและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจทำให้บริษัทไม่สามารถประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ตระหนักถึงความสำคัญของระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ จึงได้ดำเนินการให้มีโครงสร้างการกำกับดูแลความเสี่ยง เพื่อบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทฯ อย่างดีที่สุด บริษัทฯ ได้จัดให้มีกิจกรรมการบริหารความเสี่ยงต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรและเพิ่มความสามารถในการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับพันธกิจและวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้วางแนวทางในการบริหารความเสี่ยงโดยครอบคลุมเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. จัดโครงสร้างองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงานในการบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระจากหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบการดำเนินงาน
2. ระบุประเภทความเสี่ยงที่เกิดขึ้นประเภทของความเสี่ยงที่บริษัทฯ มี และกำหนดระดับความเสี่ยงที่มุ่งหวัง (Risk Appetite) ช่วงความเบี่ยงเบนที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance) โดยมีการพิจารณาจากความพร้อมในการบริหารและความสามารถในการรองรับความเสี่ยงดังกล่าว
3. มีวิธีการวัดและประเมินความเสี่ยงที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
4. มีการกำหนดแนวทางและวิธีการควบคุมความเสี่ยงต่างๆทั้งนี้ บริษัทฯ อาจกำหนดนโยบายให้มีการปิดความเสี่ยงที่ไม่มีระบบบริหารความเสี่ยงรองรับ หรือไม่สามารถบริหารความเสี่ยงนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือกำหนดให้มีการใช้เครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ แนวทางที่ใช้ต้องสอดคล้องกับลักษณะการดำเนินธุรกิจ ความพร้อมของระบบงาน บุคลากร และระบบข้อมูลที่บริษัทฯ มี
5. มีการรายงานและติดตามความเสี่ยงโดยบริษัทฯ ได้จัดให้มีผู้ที่มีหน้าที่ดูแลบริหารความเสี่ยงคอยติดตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และรายงานผลให้ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัทได้รับทราบอย่างสม่ำเสมอ
6. กำหนดให้มีกระบวนการการบริหารความเสี่ยงของกิจกรรมหลักของธุรกิจอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยงและความซับซ้อนของบริษัทฯ โดยจะต้องสามารถสะท้อนความเสี่ยง รองรับการวัด การบริหาร การควบคุมและติดตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมหลักของธุรกิจได้

บริษัทฯ มีการระบุความเสี่ยงในกิจกรรมที่สำคัญต่างๆ ของบริษัทอย่างครบถ้วนและมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ โดยครอบคลุมความเสี่ยงต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ คือ ความเสี่ยงที่เกิดจาก (1) ความไม่แน่นอนในการเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมมาปฏิบัติ และ (2) ความเสี่ยงของผลกระทบจากความผิดพลาดในการนำกลยุทธ์มาปฏิบัติ ซึ่งบริษัทฯจัดแบ่งประเภทความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ออกเป็นเสี่ยงด้านการวางแผนกลยุทธ์ขององค์กร และความเสี่ยงด้านการดำเนินการเชิงกลยุทธ์

2. ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ หมายถึง ความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย โดยอาจเกิดขึ้นจาก ความล้มเหลว ความไม่เพียงพอ หรือความไม่เหมาะสมของกระบวนการปฏิบัติงานภายใน บุคคลากร ระบบงาน หรือเหตุปัจจัยภายนอก ซี่งส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน และ/หรือฐานะทางการเงินของบริษัท ทั้งนี้ไม่รวมถึงความเสี่ยงทางด้านกลยุทธ์ และความเสี่ยงด้านชื่อเสียง 
นอกจากนี้ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการยังครอบคลุมถึงความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อันหมายถึง ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อระบบหรือการปฏิบัติงานของบริษัทรวมถึงความเสี่ยงที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

3. ความเสี่ยงด้านประกันภัย
ความเสี่ยงด้านการประกันภัย คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของความถี่ ความรุนแรง และเวลาที่เกิดความเสียหายที่เบี่ยงเบนไปจากสมมติฐานที่ใช้ในการกาหนดอัตราเบี้ยประกันภัย และการคำนวณเงินสำรอง สมมติฐานที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงดังกล่าว ได้แก่ อัตรามรณะ อัตราการขาดอายุกรมธรรม์ อัตราค่าใช้จ่าย และอัตราดอกเบี้ย

4. ความเสี่ยงด้านลงทุน
ความเสี่ยงด้านลงทุน ประกอบด้วย ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านเครดิต และความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการบริหารสินทรัพย์และหนี้สินซึ่งได้กำหนดให้ความเสี่ยงด้านการลงทุนและความเสี่ยงด้านการรับประกันภัยเป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสินทรัพย์และหนี้สิน

นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงอันเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการที่สาธารณชนรับรู้ถึงภาพลักษณ์ในเชิงลบ หรือขาดความเชื่อมั่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ และ/หรือเงินกองทุนของบริษัททั้งในปัจจุบันและอนาคต  ยังเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นโดยเป็นผลกระทบมาจากการเกิดความเสี่ยงที่กล่าวมาข้างต้น 

บริษัทมีการพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกที่อาจนำไปสู่การเกิดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นความเสียหายที่อาจไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหรือไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน จึงยากต่อการประเมินโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง และ ผลกระทบจากความเสี่ยงนั้น  

 

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ