การขับยนต์ไปไหนมาไหนเองช่วยให้เราเดินทางไปยังที่ต่างๆ ได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น บางคนบ้านอาจต้องเข้าซอยลึก หรือวันไหนต้องเคลียร์งานกลับบ้านจนดึกดื่น ทำให้หลายคนเลือกที่จะขับรถเอง แต่ๆๆๆ ไม่ใช่ว่าใครจะขับก็ได้นะ เพราะนอกจากอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลงแล้ว ยังมีโรคต้องห้ามที่หากเป็นแล้วจะไม่สามารถขับขี่รถเองได้เลย ซึ่งการเจ็บป่วยไม่ว่าจะด้วยโรคอะไร หากความสามารถในการขับขี่ลดลงเราควรงดเดินทางก่อน หรือการมีคนขับรถมาเป็นผู้ช่วยทำหน้าที่สารถีให้จะดีที่สุด มาดูกันว่าป่วยเป็นโรคไหนห้ามขับรถเองบ้าง ไปเช็กเลย

9 โรคใหม่ หากป่วยห้ามขับขี่

9 โรคใหม่ หากป่วยห้ามขับขี่

การเจ็บป่วยนั้นส่งผลให้เราขับขี่รถได้ไม่ดีเท่าเดิม ทั้งประสิทธิภาพในการตัดสินใจ และหากอาการกำเริบขึ้นมาจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ โดยกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดโรคต้องห้ามในการขับขี่ไว้ 5 โรคด้วย คือ โรคเท้าช้าง วัณโรค (ระดับแพร่กระจาย) โรคเรื้อน โรคพิษสุราเรื้อรัง และผู้ติดสารเสพติด ซึ่งในปัจจุบัน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เพิ่มโรคต้องห้ามขับขี่มาอีก 9 โรค ดังนี้

 

  1. โรคลมชัก เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติจากระบบประสาทในสมอง หากมีสิ่งกระตุ้นอย่างเช่นความเครียด หรือปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ จะทำให้เกิดอาการชัก เกร็ง กระตุก ไม่รู้สึกตัว และอาจไม่มีสัญญาณโรคก่อนเกิดอาการ
  2. โรคเกี่ยวกับสายตา รวมถึงต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม ซึ่งโรคเหล่านี้จะทำให้มุมมองสายตาแคบ มองไฟจราจรไม่ชัดเจนได้
  3. โรคทางสมองและระบบประสาท อาจมีอาการหลงลืม จำเส้นทางไม่ได้ ส่งผลต่อการตัดสินใจ
  4. โรคหัวใจ หากผู้ขับขี่เจอภาวะเครียด กดดัน หรือตกใจกับสถานการณ์ตรงหน้า อาจทำให้แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หรือหัวใจวายเฉียบพลันได้
  5. โรคเบาหวาน (ระยะควบคุมไม่ได้) หากปริมาณน้ำตาลตกขณะขับขี่ จะทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม
  6. โรคหลอดเลือดสมอง อาจเกิดภาวะสมองขาดเลือดไปเลี้ยงจนทำให้สมองหยุดทำงานได้ หากผู้ขับขี่มีอาการปากเบี้ยว พูดไม่ชัด วิงเวียน แขนขาอ่อนแรง ควรหาที่จอดทันที
  7. โรคพาร์กินสัน ผู้ป่วยจะมีอาการสั่นแม้ว่าอยู่นิ่งๆ รวมถึงระบบประสาทจะช้าลง ส่งผลให้การตัดสินใจช้าไปด้วย
  8. ข้ออักเสบ ไขข้อเสื่อม โรคนี้จะทำให้กระดูกและข้อต่อปวดร้าวเมื่อขยับตัว ทำให้ใช้ร่างกายไม่ถนัด ความสามารถในการขับขี่และการบังคับอวัยวะไม่ทันต่อสถานการณ์จนเกิดอุบัติเหตุได้
  9. กินยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม เหมือนจะไม่อะไร แต่เรื่องง่วงคือห้ามกันไม่ได้นะ เสี่ยงอุบัติเหตุได้ไม่รู้ตัว หากต้องขับขี่งดกินยา หรือไม่ขับเลยจะดีที่สุด
9 โรคใหม่ หากป่วยห้ามขับขี่

ป่วยไม่ขับ! แต่ถ้าไม่มีใครช่วยขับ ควรหาผู้ช่วยมาขับแทนจะดีที่สุด การมีคนขับรถมาดูแลเรื่องการขับขี่บนท้องถนนให้เรา นอกจากตัวเราที่จะปลอดภัยหากมีอาการของโรคกำเริบขึ้นมา หรือร่างกายไม่พร้อมขับรถเองแล้ว ยังไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นที่สัญจรบนท้องถนนอีกด้วย

มีคนขับรถช่วยดูแลเรื่องการขับขี่แล้ว แต่เราก็ต้องดูแลเรื่องสุขภาพและการเจ็บป่วยอื่นๆ ให้ผู้ช่วยคนเก่งของเราด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ป่วยด้วยโรคที่ต้องห้ามขับรถ แต่การเจ็บป่วยเล็กน้อยก็อาจเกิดขึ้นได้

ดูแลผู้ช่วยคนเก่งด้วยโครงการ เฮ้าส์ คีฟปิ้ง ประกันสำหรับผู้ช่วยคนเก่งในบ้านของคุณรวมถึง แม่บ้าน คนสวน คนขับรถ (คนไทยหรือต่างด้าวก็คุ้มครอง) ช่วยแบ่งเบาค่ารักษายามเจ็บป่วยหากต้องนอนโรงพยาบาล เพิ่มโอกาสและทางเลือกในการรักษา เลือกซื้อเพิ่มความคุ้มครองค่ารักษา OPD เพิ่มได้ หาความคุ้มครองดีๆ เพื่อดูแลคนที่ดูแลคุณ

 

👉🏻 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก หรือ โทร. 1766

 

หมายเหตุ

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย 

 

ที่มา: สืบค้นเมื่อวันที่ 24/11/64

 

🔖 กรมการขนส่งทางบก (ข้อมูล ณ วันที่ 15/02/64)

 

🔖 ไทยรัฐ (ข้อมูล ณ วันที่ 06/09/64)

Tags:

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพ

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า

สร้างสวัสดิการสุขภาพให้ตัวเองง่าย ๆ พร้อม แบ่งจ่ายรายเดือนได้

ไม่มีสวัสดิการก็ยังอุ่นใจตั้งแต่บาทแรก คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 500,000 บาทต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง* เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล พร้อมค่าห้องเพิ่มอีกวันละ 4 พันบาท*

เมืองไทยประกันชีวิต ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่คุณ หากคุณดำเนินการต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับการใช้งานคุกกี้และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ