สรุป เอลนีโญ ลานีญา แตกต่างกันอย่างไร? และผลกระทบต่อสุขภาพที่ควรรู้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรามักได้ยินข่าวเกี่ยวกับ "เอลนีโญ" และ "ลานีญา" อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นอากาศร้อนจัด ฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือภัยแล้งที่ยาวนานกว่าปกติ
ซึ่งทำให้หลายคนอาจสงสัยว่า เอลนีโญ และลานีญา คืออะไร ทำไมปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกจึงส่งผลต่อสภาพอากาศของประเทศไทยได้ และทั้งสองปรากฏการณ์นี้แตกต่างกันอย่างไร พร้อมอธิบายผลกระทบต่อสุขภาพที่ควรรู้ เพื่อให้สามารถเตรียมตัวรับมือและดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวได้อย่างเหมาะสมในทุกสภาพอากาศ
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

เอลนีโญ ลานีญา คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
เอลนีโญ (El Niño) และ ลานีญา (La Niña) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน และเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่เรียกว่า ENSO (El Niño-Southern Oscillation)
ปรากฏการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเลและรูปแบบการไหลเวียนของลม ซึ่งสามารถส่งผลต่อสภาพอากาศในหลายภูมิภาคทั่วโลก
แม้จุดกำเนิดจะอยู่ห่างจากประเทศไทยหลายพันกิโลเมตร แต่ระบบภูมิอากาศของโลกมีความเชื่อมโยงกัน ทำให้การเปลี่ยนแปลงในมหาสมุทรแปซิฟิกสามารถส่งผลต่อฝน อุณหภูมิ และฤดูกาลของไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ
เอลนีโญ (El Niño) คืออะไร
เอลนีโญ คือ ภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ
เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลอุ่นขึ้น จะส่งผลต่อการเคลื่อนตัวของลมและความชื้นในชั้นบรรยากาศ ทำให้รูปแบบฝนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป
สำหรับประเทศไทย เอลนีโญมักสัมพันธ์กับ
- ฝนตกน้อยกว่าปกติ
- อุณหภูมิสูงขึ้น
- ฤดูฝนสั้นลง
- ความเสี่ยงภัยแล้งเพิ่มขึ้น
- ปริมาณน้ำในเขื่อนลดลง
ลานีญา (La Niña) คืออะไร
ลานีญา คือ ภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเดียวกันมีอุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ
เมื่อน้ำทะเลเย็นลง ระบบลมและการระเหยของน้ำจะเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เกิดความชื้นสะสมมากขึ้นในบางพื้นที่ สำหรับประเทศไทย ลานีญามักสัมพันธ์กับ
- ฝนตกมากกว่าปกติ
- พายุมีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้น
- ความเสี่ยงน้ำท่วมสูงขึ้น
- อากาศเย็นกว่าค่าเฉลี่ยในบางช่วง
สรุปแบบง่าย ๆ คือ เอลนีโญมักนำไปสู่ความแห้งแล้ง ส่วนลานีญามักนำไปสู่สภาวะฝนมากกว่าปกติ

เอลนีโญ กับ ลานีญา ต่างกันอย่างไร
แม้เอลนีโญและลานีญาจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ทั้งสองมีผลต่อสภาพอากาศของประเทศไทยแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังตารางต่อไปนี้
เปรียบเทียบ | เอลนีโญ | ลานีญา |
อุณหภูมิน้ำทะเล | สูงกว่าปกติ | ต่ำกว่าปกติ |
ปริมาณฝนในไทย | น้อยลง | มากขึ้น |
อุณหภูมิอากาศ | ร้อนขึ้น | เย็นลงเล็กน้อย |
ความเสี่ยงหลัก | ภัยแล้ง อากาศร้อนจัด | น้ำท่วม ฝนตกหนัก |
ผลกระทบต่อสุขภาพ | ลมแดด ภาวะขาดน้ำ | โรคที่มากับน้ำและยุง |
เอลนีโญและลานีญาสามารถส่งผลต่อสภาพอากาศและการดำเนินชีวิตของคนไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ ความชื้น และโรคตามฤดูกาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรติดตามและเตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอ

เอลนีโญ ลานีญา ส่งผลต่อสุขภาพแค่ไหน
แม้เอลนีโญและลานีญาจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่เพียงเรื่องสภาพอากาศเท่านั้น เพราะการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ปริมาณฝน และความชื้น ยังสามารถส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนได้ทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะลานีญามีแนวโน้มทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในหลายพื้นที่
ซึ่งมาพร้อมโรคที่เกิดจากอากาศร้อนจัด โรคติดเชื้อที่มากับฤดูฝน รวมถึงปัญหาสุขภาพในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
โรคลมแดด (Heat Stroke) และภาวะขาดน้ำในช่วงเอลนีโญ
ช่วงที่เกิดเอลนีโญ ประเทศไทยมักเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยและฝนที่น้อยลง ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อโรคลมแดด (Heat Stroke) เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ อากาศร้อนยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ผ่านเหงื่อมากกว่าปกติ หากดื่มน้ำไม่เพียงพออาจเกิดภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ หรือหมดสติได้
โรคทางเดินหายใจและภูมิแพ้กำเริบ
อากาศร้อนและแห้งจากเอลนีโญอาจเอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศในบางพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ หอบหืด หรือโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง
ผู้ที่มีอาการแพ้อากาศอาจมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ หรือระคายเคืองทางเดินหายใจได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสูง
โรคที่มากับน้ำท่วมและความชื้นสูงในช่วงลานีญา
ในทางกลับกัน ลานีญามีแนวโน้มทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในหลายพื้นที่ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเหตุการณ์น้ำท่วม สภาพแวดล้อมที่เปียกชื้นเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคที่มากับหน้าฝน ที่พบได้บ่อยในช่วงฝนตกหนักและน้ำท่วม เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคฉี่หนู และโรคติดเชื้อจากการสัมผัสน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค โรคอุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ และโรคตาแดง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำโดยไม่จำเป็น และดูแลความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำโดยไม่จำเป็น และดูแลความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
โรคที่มียุงเป็นพาหะอาจเพิ่มขึ้น
เมื่อมีฝนตกต่อเนื่องและเกิดน้ำขังจากอิทธิพลของลานีญา ยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคสามารถขยายพันธุ์ได้ดีขึ้น
โรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น ไข้เลือดออก ไข้ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำขังตามภาชนะหรือบริเวณรอบบ้าน
การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและหมั่นสังเกตอาการผิดปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
กลุ่มใดควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
แม้สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อทุกคน แต่บางกลุ่มอาจได้รับผลกระทบมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่
- เด็กเล็ก
- ผู้สูงอายุ
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีโรคหัวใจ
- ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
- ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเป็นประจำ
กลุ่มเหล่านี้ควรติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสภาพแวดล้อมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย
แม้เราไม่สามารถควบคุมการเกิดเอลนีโญหรือ ลานีญาได้ แต่การเข้าใจผลกระทบต่อสุขภาพและเตรียมตัวรับมืออย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับสภาพอากาศที่แปรปรวนได้มากขึ้น
นอกจากการดูแลสุขภาพและติดตามข้อมูลสภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอแล้ว การเตรียมความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในวันที่การเจ็บป่วยเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ประกันสุขภาพจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับคุณและคนในครอบครัว ด้วยประกันสุขภาพ ที่ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในวันที่เราไม่สบาย พร้อมรับสิทธิพิเศษจากโครงการ MTL Smile Hospital Network ที่มอบส่วนลดค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่ายา พร้อมบริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัด รู้ผลไวใน 2 วันทำการ** ให้คุณวางแผนการรักษาได้อย่างสบายใจ เพื่อช่วยให้คุณวางแผนการรักษาและบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น*
*เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละโรงพยาบาลกำหนด
**การให้บริการประเมินก่อนการทำหัตถการขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาล
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 11/06/69