Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

โรคที่มากับหน้าฝน 16 โรคร้าย โรคหน้าฝนระบาด พร้อมวิธีป้องกันโรคจากฝน

โรคที่มากับหน้าฝน 16 โรคร้าย โรคหน้าฝนระบาด พร้อมวิธีป้องกันโรคจากฝน

โรคที่มากับหน้าฝน 16 โรคร้าย โรคหน้าฝนระบาด พร้อมวิธีป้องกันโรคจากฝน



ทุกปีเมื่อฤดูฝนมาถึง คนไทยจะต้องเผชิญกับโรคที่มากับหน้าฝนมากมายที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่โรงพยาบาลจะแน่นขนัดไปด้วยผู้ป่วยในช่วงนี้ เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงกลายเป็นสวรรค์ของเชื้อโรคต่างๆ ที่รอคอยจะเข้าทำร้ายร่างกายเรา


โรคหน้าฝนไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโรคร้ายแรงที่อาจคร่าชีวิตได้ ตั้งแต่ไข้เลือดออกที่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี ไปจนถึงโรคฉี่หนูที่มักเกิดจากน้ำท่วม การรู้จักโรคที่มากับหน้าฝนวิธีป้องกันที่ถูกต้องจึงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุดในการรักษาสุขภาพของเราและครอบครัว


วันนี้แอดมินจะมาเผยให้เห็น 16 โรคร้ายที่มากับหน้าฝน พร้อมวิธีป้องกันที่ได้ผลจริง 100% ตามคำแนะนำจากกรมควบคุมโรค เพื่อให้คุณผ่านพ้นฤดูฝนไปได้อย่างปลอดภัย



ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ




ทำไมหน้าฝนจึงเป็นฤดูแห่งโรคภัย เหตุผลเบื้องหลังที่ต้องรู้


ทำไมหน้าฝนจึงเป็นฤดูแห่งโรคภัย เหตุผลเบื้องหลังที่ต้องรู้


การที่โรคที่มากับหน้าฝนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนหลายอย่างด้วยกันที่คุณอาจไม่เคยรู้


การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและความชื้น

เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุด เมื่อความชื้นในอากาศสูงขึ้นถึง 70-90% เชื้อโรคต่างๆ จะสามารถอยู่รอดและแพร่กระจายได้ดีขึ้น ไวรัสและแบคทีเรียที่ในสภาพอากาศแห้งจะตายเร็ว กลับสามารถอยู่รอดได้นานขึ้นในสภาพอากาศชื้น


เชื้อโรคเติบโตและแพร่กระจายเร็วขึ้น 

โดยเฉพาะยุงลาย ยุงก้นปล่อง และแมลงพาหะอื่นๆ ที่ชอบวางไข่ในน้ำขัง น้ำฝนที่ขังตามภาชนะต่างๆ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่สมบูรณ์แบบ ทำให้จำนวนยุงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้น ร่างกายต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ การที่เราต้องใส่เสื้อผ้าเปียก หรือเปลี่ยนอุณหภูมิร่างกายบ่อยๆ ยิ่งทำให้ภูมิต้านทานลดลง


น้ำท่วมขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคที่รุนแรงมาก

น้ำเสียที่ขังตามที่ต่างๆ จะเต็มไปด้วยแบคทีเรียและเชื้อโรคอันตราย เมื่อคนต้องเดินลุยน้ำท่วม เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย


การระบายอากาศที่ไม่ดีในอาคาร

ทำให้เชื้อโรคสะสมและแพร่กระจายได้ง่าย คนที่อยู่ในที่แออัดจะมีโอกาสติดเชื้อจากกันและกันมากขึ้น



16 โรคร้ายที่มากับหน้าฝน แบ่งตาม 5 กลุ่มเสี่ยงจากกรมควบคุมโรค



16 โรคร้ายที่มากับหน้าฝน แบ่งตาม 5 กลุ่มเสี่ยงจากกรมควบคุมโรค


กรมควบคุมโรคได้จำแนกโรคหน้าฝนออกเป็น 5 กลุ่มหลัก เพื่อให้การป้องกันและรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


กลุ่มที่ 1: โรคระบบทางเดินหายใจ  

กลุ่มโรคนี้เป็นโรคที่มากับหน้าฝนที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้นส่งผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ

  • ไข้หวัดทั่วไป (Common Cold) เกิดจากไวรัสหลายชนิด อาการที่พบคือ น้ำมูกไหล จาม คันคอ ไข้เล็กน้อย แม้จะไม่อันตรายร้ายแรง แต่ถ้าไม่ดูแลอาจแทรกซ้อนเป็นโรคอื่น
  • ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) อันตรายกว่าไข้หวัดทั่วไป มีอาการไข้สูงกะทันหัน ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง ปวดหัว อ่อนเพลียมาก อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้
  • โรคเยื่อบุตาอักเสบ/ตาแดง (Conjunctivitis) มักแพร่ระบาดในช่วงฝน ตาแดง คัน มีขี้ตาเหลือง แพร่ได้ง่ายผ่านการสัมผัส
  • ปอดอักเสบและหลอดลมอักเสบ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส อาการหายใจลำบาก ไอเสมหะ เจ็บหน้าอก ไข้สูง


กลุ่มที่ 2: โรคติดต่อทางน้ำและอาหาร 

กลุ่มนี้เป็นโรคหน้าฝนที่อันตรายมาก เนื่องจากน้ำและอาหารปนเปื้อนเชื้อโรคง่ายในช่วงหน้าฝน

  • อุจจาระร่วงเฉียบพลัน เกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย อาการถ่ายเหลวบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องปวด หากรุนแรงอาจขาดน้ำ
  • โรคบิด (Dysentery) เกิดจากเชื้อ Shigella อาการถ่ายเหลวปนเลือดและมูก ปวดท้องรุนแรง ไข้สูง อันตรายถ้าไม่รักษา
  • ไทฟอยด์ (Typhoid) เกิดจากเชื้อ Salmonella typhi อาการไข้สูงต่อเนื่อง ปวดหัว ท้องผูก หรือท้องเสีย อาจมีผื่นแดงที่ลำตัว
  • อาหารเป็นพิษ เกิดจากอาหารเสียหรือปรุงไม่สะอาด อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียภายใน 2-6 ชั่วโมงหลังกิน
  • ตับอักเสบเอ (Hepatitis A) เกิดจากไวรัสในน้ำและอาหารปนเปื้อน อาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ ตัวเหลือง ปัสสาวะเข้มข้น


กลุ่มที่ 3: โรคที่มียุงเป็นพาหะ 

กลุ่มนี้เป็นโรคที่มากับหน้าฝนที่อันตรายที่สุด เพราะยุงเพิ่มจำนวนมากในหน้าฝน

  • ไข้เลือดออก (Dengue Fever) โรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมากทุกปี อาการไข้สูงกะทันหัน ปวดเมื่อยรุนแรง ตาแดง ผื่นแดง อาจมีเลือดออกตามอวัยวะ
  • ไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese Encephalitis) ส่งผลกระทบต่อสมอง อาการไข้สูง ปวดหัวรุนแรง ชัก สลบ อาจทิ้งความพิการถาวร
  • มาลาเรีย (Malaria) แม้จะพบน้อยในเมือง แต่ยังอันตรายในพื้นที่ชายแดน อาการไข้สูงสั่น หนาวสั่น เหงื่อออกมาก


กลุ่มที่ 4: โรคติดเชื้อทางบาดแผลและผิวหนัง 

  • โรคฉี่หนู (Leptospirosis) เกิดจากการสัมผัสน้ำท่วมที่ปนเปื้อนปัสสาวะหนู อาการไข้สูง ปวดศีรษะ ตาแดงเหลือง ปวดกล้ามเนื้อ อาจถึงแก่ชีวิตหากไม่รักษา
  • โรคผิวหนังและเชื้อรา เกิดจากความชื้นสูง ผิวหนังเป็นผื่น คัน ลอก มีกลิ่นเหม็น โดยเฉพาะบริเวณพับผิวหนัง
  • โรคน้ำกัดเท้า เกิดจากเชื้อราบริเวณเท้า อาการคัน ลอก มีกลิ่นเหม็น ระหว่างนิ้วเท้าเป็นแผล


กลุ่มที่ 5: โรคที่พบมากในเด็ก 

  • โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) เกิดจากไวรัส Coxsackie อาการไข้ แผลในปาก ตุ่มน้ำที่มือและเท้า แพร่ได้ง่ายในเด็กเล็ก



อาการเตือนภัยแต่ละโรค รู้ทันโรคก่อนสายเกินไป


อาการเตือนภัยแต่ละโรค รู้ทันโรคก่อนสายเกินไป


การรู้จักอาการเตือนภัยของโรคที่มากับหน้าฝนแต่ละโรคจะช่วยให้เราสามารถรักษาได้ทันท่วงที และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย

  • ไข้เลือดออก อาการเตือนภัยที่สำคัญคือ ไข้สูงกะทันหันเกิน 38.5°C นานติดต่อกัน 2-7 วัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกรุนแรง ตาแดง ปวดหลังตา ผื่นแดงที่ลำตัว คลื่นไส้ อาเจียน หากมีเลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล หรือจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง ต้องรีบพบแพทย์ทันที
  • ไข้หวัดใหญ่ อาการแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาตรงที่มีไข้สูงเกิน 38°C มาพร้อมกับปวดกล้ามเนื้อรุนแรงทั่วตัว ปวดหัวมาก เหมือนถูกรถทับ อ่อนเพลียมากผิดปกติ ไอแห้ง เจ็บคอ อาจมีน้ำมูกไฟหรือไม่มีก็ได้
  • โรคฉี่หนู อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่จะมีอาการเฉพาะคือ ไข้สูงกะทันหัน ปวดศีรษะรุนแรง ตาแดงและอาจเหลืองได้ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะขา อาจมีผื่นแดงที่ลำตัว ในระยะต่อมาอาจมีตัวเหลือง ปัสสาวะน้อย หรือไตวาย
  • ท้องร่วง/บิด อาการที่ต้องเฝ้าระวังคือ ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน โดยเฉพาะถ่ายเหลวที่มีเลือดหรือมูกปน กลิ่นเหม็นผิดปกติ ปวดท้องรุนแรง ไข้สูง อาเจียน หากมีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาบอด ปัสสาวะน้อย ต้องรีบพบแพทย์
  • โรคมือเท้าปาก อาการเริ่มต้นด้วยไข้เล็กน้อย ต่อมาจะมีแผลเล็กๆ ในปาก ลิ้น เหงือก ทำให้เด็กไม่ยอมกินข้าว หลังจากนั้น 1-2 วัน จะมีตุ่มน้ำเล็กๆ ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบางครั้งก้น เด็กจะหงุดหงิด กินไม่ได้


สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ 

มีสัญญาณเตือนบางอย่างที่บ่งบอกว่าอาการรุนแรงและต้องรีบพบแพทย์ทันที ได้แก่ ไข้สูงเกิน 39°C หรือไข้ไม่ลดมากกว่า 3 วัน หายใจเหนื่อย หรือหายใจเร็วผิดปกติ ชัก สลบ ไม่รู้สึกตัว เลือดออกผิดปกติ ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะน้อยหรือไม่ออกเลย



กลุ่มเสี่ยงสูง ใครต้องระวังโรคหน้าฝนเป็นพิเศษ


กลุ่มเสี่ยงสูง ใครต้องระวังโรคหน้าฝนเป็นพิเศษ


การรู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงหรือไม่ จะช่วยให้เราเตรียมตัวป้องกันได้อย่างเหมาะสม

  • เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีภูมิคุ้มกันที่ยังไม่สมบูรณ์ มักเล่นของสกปรก ใส่มือเข้าปาก จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง โดยเฉพาะโรคมือเท้าปาก ไข้เลือดออก และโรคท้องร่วง
  • ผู้สูงอายุเกิน 65 ปี มีภูมิคุ้มกันที่ลดลงตามวัย ร่างกายฟื้นตัวช้า มักมีโรคประจำตัว จึงเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังได้รับเคมีบำบัด ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน จะติดเชื้อได้ง่ายและมีอาการรุนแรง
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อย่างเบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ โรคไต จะมีภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย และอาจทำให้โรคประจำตัวกำเริบขึ้น
  • หญิงมีครรภ์ มีการเปลี่ยนแปลงของภูมิคุ้มกัน จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และบางโรคอาจส่งผลกระทบต่อลูกในครรภ์
  • คนที่ทำงานกลางแจ้งหรือสัมผัสน้ำท่วม เช่น เจ้าหน้าที่กู้ภัย คนงานก่อสร้าง เกษตรกร จะมีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคมากกว่าคนทั่วไป



10 วิธีป้องกันโรคหน้าฝนอย่างได้ผล 100%


10 วิธีป้องกันโรคหน้าฝนอย่างได้ผล 100%


การป้องกันที่ดีที่สุดคือการปฏิบัติตามโรคที่มากับหน้าฝนวิธีป้องกันที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผล


  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล

เป็นวิธีที่สำคัญที่สุด ล้างมือก่อนกิน หลังใช้ห้องน้ำ หลังสัมผัสของสกปรก นาน 20 วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์เจลที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไป


กินอาหารสุกใหม่สะอาด ใช้ช้อนกลาง

หลีกเลี่ยงอาหารดิบ ผักดิบ อาหารที่ปรุงไว้นาน อาหารจากแผงลอย เลือกร้านที่น่าเชื่อถือและมีความสะอาด


ดื่มน้ำสะอาด น้ำต้มสุกหรือน้ำดื่มปลอดภัย

หลีกเลี่ยงน้ำแข็งจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ น้ำประปาที่ไม่ต้ม น้ำจากแหล่งธรรมชาติ


ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เสริมภูมิคุ้มกัน

ออกกำลังกายเบาๆ ในร่ม นอนหลับให้เพียงพอ กินอาหารครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ที่มีวิตามินซี


หลีกเลี่ยงการตากฝนและเดินลุยน้ำท่วม

ถ้าจำเป็นต้องออกฝน ใส่เสื้อกันฝน เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีหลังเปียก อาบน้ำอุ่นเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกาย


ป้องกันยุงกัด ใส่เสื้อผ้าปิดมิด ใช้สารไล่ยุง

ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็น ใช้ครีมทาไล่ยุง สเปรย์ไล่ยุง หรือเครื่องไล่ยุงไฟฟ้า


ระบายอากาศในบ้าน ไม่ให้อับชื้น

เปิดพัดลม ใช้เครื่องลดความชื้น ไม่ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด เปิดให้อากาศถ่ายเท


รักษาอุณหภูมิร่างกาย ไม่ให้หนาวเกินไป

ใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม ดื่มน้ำอุ่น หลีกเลี่ยงเครื่องปรับอากาศที่เย็นจัด


เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีหลังเปียกฝน

ไม่ปล่อยให้เสื้อผ้าเปียกติดตัวนาน เพราะจะทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงและเสี่ยงป่วย


หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดในช่วงระบาด

หลีกเลี่ยงห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ การประชุมใหญ่ หากจำเป็นต้องไป ควรสวมหน้ากากอนามัย


การป้องกันเฉพาะกลุ่มสำหรับโรคระบบทางเดินหายใจ


สำหรับกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ การป้องกันที่เฉพาะเจาะจงจะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


  • สวมหน้ากากอนามัยในที่แออัด โดยเฉพาะในโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ระบบขนส่งสาธารณะ เลือกหน้ากากที่มีมาตรฐาน กรองอนุภาคได้ดี
  • หลีกเลี่ยงผู้ป่วยที่ไอ จาม รักษาระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร หากมีคนใกล้ตัวไอจาม ให้หันหน้าออกหรือปิดจมูกปากด้วยผ้า
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ทุกปีในช่วงก่อนหน้าฝน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
  • ดูแลไม่ให้ร่างกายเย็นจนเกินไป ใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ หลีกเลี่ยงห้องแอร์เย็นจัด ดื่มน้ำอุ่น
  • ทำความสะอาดมือหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ เช่น ราวจับในรถไฟฟ้า ปุ่มกดลิฟต์ หรือมือจับประตู


การป้องกันเฉพาะกลุ่มสำหรับโรคที่มียุงเป็นพาหะ


การป้องกันยุงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรคกลุ่มนี้

  • กำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้าน ตรวจเช็คและเทน้ำทิ้งจากแจกัน จานรองกระถาง ถังน้ำ ยางรถเก่า ทุกสัปดาห์
  • เก็บขยะให้ถูกต้อง ไม่ให้มีน้ำขัง ปิดฝาถังขยะให้มิดชิด ไม่ทิ้งภาชนะที่เก็บน้ำได้ไว้กลางแจ้ง
  • ใช้มุ้งคลุมเตียง สารไล่ยุง เลือกมุ้งที่มีรูเล็กไม่เกิน 1.5 มิลลิเมตร ใช้สารไล่ยุงที่มี DEET หรือ Picaridin
  • ปล่อยปลาในโอ่งน้ำ ปลาหางนกยูง ปลากัดจะกินลูกน้ำยุง ช่วยลดจำนวนยุงได้ดี
  • ตรวจเช็คบ้านหายุง 10 นาที ทุกสัปดาห์ ดูว่ามีแหล่งน้ำขังใหม่เกิดขึ้นหรือไม่
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก สำหรับผู้ที่เคยเป็นไข้เลือดออกมาแล้ว ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม



การป้องกันเฉพาะกลุ่มสำหรับโรคติดต่อทางน้ำและอาหาร


การดูแลเรื่องสุขอนามัยอาหารและน้ำดื่มเป็นสิ่งสำคัญ

  • เลือกซื้ออาหารจากร้านที่สะอาด สังเกตความสะอาดของร้าน ผู้ปรุง ภาชนะ และวัตถุดิบ
  • หลีกเลี่ยงอาหารดิบ เช่น ลาบ ก้อย ส้มตำ หอยแครง ปลาร้า โดยเฉพาะในช่วงฝน
  • ไม่ดื่มน้ำแข็งจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เลือกร้านที่ทำน้ำแข็งเองหรือซื้อจากโรงงานที่มีมาตรฐาน
  • ล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนกิน แช่น้ำเกลือ 15 นาที แล้วล้างน้ำสะอาด หรือปอกเปลือกก่อนกิน
  • เก็บอาหารในตู้เย็น ไม่ทิ้งไว้นาน อาหารที่ปรุงแล้วควรกินภายใน 2 ชั่วโมง หรือเก็บในตู้เย็นไม่เกิน 24 ชั่วโมง



การป้องกันเฉพาะกลุ่มสำหรับโรคฉี่หนูและโรคจากน้ำท่วม


การป้องกันจากน้ำท่วมและหนูต้องทำอย่างระมัดระวัง

  • หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมขัง หากจำเป็น ควรสวมรองเท้าบูทยางสูงเหนือเข่า หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า
  • สวมรองเท้าบูทยางเมื่อจำเป็น เลือกบูทที่หนา ไม่รั่ว สูงเหนือระดับน้ำท่วม
  • ล้างมือและเท้าทันทีหลังสัมผัสน้ำท่วม ใช้สบู่ฆ่าเชื้อ ล้างนาน 20 วินาที หากมีแผลเล็กน้อย ต้องทำความสะอาดและปิดแผลให้มิดชิด
  • ทำแผลให้สะอาด ไม่ปล่อยให้เปื่อย แผลใดๆ ต้องล้างให้สะอาด ใส่ยาแก้อักเสบ ปิดด้วยผ้าพันแผลสะอาด
  • กำจัดหนูรอบบ้าน อุดรูหนู ไม่ทิ้งเศษอาหาร ใช้กับดักหนู ทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ



ของใช้จำเป็นสำหรับป้องกันโรคหน้าฝน


การเตรียมของใช้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้เราพร้อมรับมือกับโรคหน้าฝนได้

  • ยาพื้นฐาน ยาลดไข้ (พาราเซตามอล) ยาแก้ท้องเสีย (ลอเปอราไมด์) เกลือแร่ (ORS) ยาแก้แพ้ (แอนติฮิสตามีน)
  • อุปกรณ์ป้องกัน หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์เจล เจลล้างมือ เสื้อกันฝน รองเท้าบูท
  • สารไล่ยุง ครีมทาไล่ยุงที่มี DEET สเปรย์ไล่ยุง เครื่องไล่ยุงไฟฟ้า ยาจุดไล่ยุง มุ้ง
  • เครื่องวัดไข้ เทอร์โมมิเตอร์ดิจิทัล ใช้งานง่าย วัดได้แม่นยำ
  • อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ผ้าพันแผล ผ้าก๊อซ พลาสเตอร์ ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ



ต้องพบแพทย์เมื่อไหร่ สัญญาณเตือนอันตราย


การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพบแพทย์จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง

  • ไข้สูงเกิน 39°C นานเกิน 3 วัน โดยเฉพาะไข้ที่ไม่ลดแม้กินยาลดไข้ หรือไข้ที่ลดแล้วขึ้นซ้ำ
  • ถ่ายเหลวบ่อยเกิน 6 ครั้ง/วัน หรือมีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ไม่มีน้ำลาย ปัสสาวะน้อย
  • มีเลือดในอุจจาระหรือน้ำมูก อาจเป็นสัญญาณของโรคบิดหรือไข้เลือดออก
  • หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก อาจเป็นสัญญาณของปอดอักเสบหรือหัวใจล้มเหลว
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง อาจเป็นสัญญาณของตับอักเสบหรือโรคฉี่หนู
  • ชัก สลบ ไม่รู้สึกตัว เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบส่งโรงพยาบาลทันที



ดูแลสุขภาพครบครัน ห่างไกลโรคร้ายด้วยประกันสุขภาพ


การรู้จักโรคที่มากับหน้าฝนและโรคที่มากับหน้าฝนวิธีป้องกันที่ถูกต้องเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด แต่บางครั้งแม้เราจะระวังมากแค่ไหน ก็อาจหลีกหนีจากโรคหน้าฝนไม่ได้

การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เราไม่กังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลเมื่อป่วย เหมาจ่าย Extra จากเมืองไทยประกันชีวิต เป็นความคุ้มครองที่คุ้มค่า จ่ายเบี้ยน้อย แต่รับคุ้มครองเต็มที่ ครอบคลุมทั้งโรคร้ายแรง โรคระบาด โรคอุบัติใหม่ โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ

ไม่ว่าจะเป็นไข้เลือดออกที่ต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน หรือโรคฉี่หนูที่ต้องรักษาเข้มข้น การมีประกันสุขภาพจะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย 


อย่างไรก็ตามหากคุณสนใจแผนประกันสุขภาพจากเมืองไทยประกันชีวิต สามารถดูรายละเอียดได้ที่ 


รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน

  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 06/03/69

🔖Phyathai

🔖Sikarin

หน้าฝนมักเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวกับน้ำและความชื้น เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก โรคมือเท้าปาก และโรคฉี่หนู เนื่องจากเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศชื้น

บทความน่าสนใจ