ชะเอมเทศ สรรพคุณคืออะไร? รู้จักสมุนไพรโบราณ และข้อควรระวังควรรู้
ชะเอมเทศ สรรพคุณคืออะไร? รู้จักสมุนไพรโบราณ และข้อควรระวังควรรู้
หากพูดถึงสมุนไพรที่มีประวัติยาวนานนับพันปีทั้งในตำราแพทย์แผนจีน แพทย์อายุรเวท และแพทย์พื้นบ้านทั่วโลก ชะเอมเทศ (Licorice Root) คือหนึ่งในสมุนไพรที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ด้วยรสชาติหวานอมขมที่เป็นเอกลักษณ์ และสรรพคุณที่หลากหลายครอบคลุมตั้งแต่การต้านไวรัส ต้านการอักเสบ ไปจนถึงการดูแลผิวพรรณ
วันนี้เมืองไทยประกันชีวิตจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ ชะเอมเทศ สรรพคุณ วิธีใช้ที่ถูกต้อง และข้อควรระวังที่จำเป็นต้องรู้ก่อนนำไปใช้ เพราะสมุนไพรที่ดีก็ต้องใช้อย่างถูกวิธีถึงจะปลอดภัยและได้ประโยชน์สูงสุด
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- ชะเอมเทศคืออะไร? ทำความรู้จักสมุนไพรโบราณ
- ชะเอมเทศ สรรพคุณเด่น 7 ข้อ ที่งานวิจัยยืนยัน
- วิธีใช้ชะเอมเทศอย่างเหมาะสม
- ชะเอมเทศ ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่ต้องรู้ก่อนใช้
- สรุปและการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร
ชะเอมเทศคืออะไร? ทำความรู้จักสมุนไพรโบราณที่ใช้มานานนับพันปี
ชะเอมเทศ หรือในชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Glycyrrhiza glabra เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ถั่ว มีถิ่นกำเนิดในแถบยุโรปตอนใต้และเอเชียกลาง โดยส่วนที่นิยมนำมาใช้ทางการแพทย์และอาหารคือรากและลำต้นใต้ดิน ซึ่งมีสารสำคัญหลายชนิดที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่น่าสนใจ
สารสำคัญหลักในชะเอมเทศคือ กลีเซอไรซิน (Glycyrrhizin) ซึ่งให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 50-100 เท่า นอกจากนี้ยังมีสารออกฤทธิ์อื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น Glabridin และ Licochalcone A ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อสรรพคุณชะเอมเทศที่โดดเด่น
ชะเอมเทศ vs ชะเอมไทย ความแตกต่างที่หลายคนสับสน
หนึ่งในเรื่องที่คนไทยมักสับสนคือความแตกต่างระหว่างชะเอมเทศและชะเอมไทย (หรืออ้อยสามสวน) ทั้งสองชนิดนี้แม้จะมีชื่อคล้ายกัน แต่เป็นพืชคนละชนิดที่มีสรรพคุณแตกต่างกัน ชะเอมเทศเป็นสมุนไพรนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่ชะเอมไทยเป็นพืชพื้นบ้านไทย ชะเอม สรรพคุณจะต่างกัน ดังนั้นเมื่อซื้อสมุนไพรมาใช้ควรตรวจสอบชื่อให้ถูกต้องทุกครั้ง

ชะเอมเทศ สรรพคุณเด่น 7 ข้อ ที่งานวิจัยยืนยัน
เมืองไทยประกันชีวิตรวบรวมสรรพคุณของชะเอมเทศที่ได้รับการศึกษาและยืนยันจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาให้ทุกคนได้อ่านกัน เพื่อให้เข้าใจว่าชะเอมเทศดีต่อสุขภาพอย่างไร และควรใช้ในกรณีใด
ต้านไวรัสและเสริมภูมิคุ้มกัน
สาร Glycyrrhizin ในชะเอมเทศมีฤทธิ์ต้านไวรัสที่โดดเด่น โดยเฉพาะไวรัสทางเดินหายใจ งานวิจัยพบว่าสารนี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัสได้หลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้น
ต้านการอักเสบและต้านเชื้อแบคทีเรีย
ชะเอมเทศมีฤทธิ์ลดการอักเสบของเยื่อบุทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ สารสกัดเอทานอลจากชะเอมเทศยังพบว่าสามารถยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ก่อโรคหลายชนิด รวมถึงมีประสิทธิภาพต้านเชื้อราในกลุ่ม Candida ได้อีกด้วย
บรรเทาอาการไอ เจ็บคอ ลดเสมหะ
หนึ่งในสรรพคุณชะเอมเทศที่คนรู้จักกันดีที่สุดคือการช่วยบรรเทาอาการไอและเจ็บคอ ชะเอมเทศช่วยลดการระคายเคืองในลำคอ ทำให้เสมหะอ่อนตัวและขับออกได้ง่ายขึ้น จึงเป็นส่วนผสมยอดนิยมในยาอมแก้เจ็บคอและยาแก้ไอหลายสูตร
ดีต่อระบบทางเดินอาหารและกระเพาะ
ชะเอมเทศช่วยเร่งกระบวนการสมานแผลในกระเพาะอาหาร และมีฤทธิ์ลดกรดไหลย้อน ผู้ที่มีปัญหากระเพาะอาหารอักเสบจึงมักได้รับการแนะนำให้ใช้สมุนไพรชนิดนี้ร่วมกับการรักษา อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
บำรุงผิว ลดฝ้า ปรับสีผิวให้กระจ่างใส
สาร Glabridin และ Liquiritin ในชะเอมเทศมีคุณสมบัติช่วยลดการผลิตเมลานินในผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุของฝ้าและจุดด่างดำ นอกจากนี้ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระยังช่วยลดการอักเสบของสิว บรรเทาอาการสิว และทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นในระยะยาว
ช่วยดับกระหาย เพิ่มพลังงาน
ชะเอมเทศมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มระดับคอร์ติซอลในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพลังงาน ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีแรงมากขึ้น จึงเป็นที่นิยมนำมาชงเป็นชาดื่มเพื่อดับกระหายและเพิ่มความสดชื่นในชีวิตประจำวัน
วิธีใช้ชะเอมเทศอย่างเหมาะสม
การนำชะเอมเทศไปใช้ให้ได้ผลดีและปลอดภัย ต้องเริ่มต้นจากการเลือกรูปแบบที่เหมาะกับตัวเอง และปฏิบัติตามขนาดที่แนะนำอย่างเคร่งครัด ชะเอมเทศสามารถบริโภคได้หลายรูปแบบ ดังนี้
- ชาชะเอมเทศ: ต้มรากแห้งในน้ำร้อน 10-15 นาที ดื่มได้วันละ 1-2 แก้ว
- สารสกัดแบบแคปซูลหรือของเหลว: ตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
- ยาอมชะเอมเทศ: ใช้เมื่อมีอาการเจ็บคอหรือไอ
- ผงแป้งหรือใช้ปรุงอาหาร: ผสมในอาหารและเครื่องดื่มในปริมาณน้อย
ขนาดที่แนะนำโดยทั่วไปคือ รากแห้ง 5-15 กรัมต่อวัน ซึ่งเทียบเท่า Glycyrrhizin ประมาณ 200-800 มิลลิกรัมต่อวัน และสำคัญที่สุดคือไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 6 สัปดาห์ เนื่องจากการใช้ระยะยาวอาจเกิดผลข้างเคียงได้
ชะเอมเทศ ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่ต้องรู้ก่อนใช้
แม้ชะเอมเทศจะมีสรรพคุณมากมาย แต่เมืองไทยประกันชีวิตอยากเน้นย้ำว่าการใช้สมุนไพรทุกชนิดต้องใช้อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะชะเอมเทศที่มีข้อควรระวังและข้อห้ามสำหรับบางกลุ่มคนอย่างชัดเจน
ผลข้างเคียงเมื่อบริโภคมากเกินไป
การรับประทานชะเอมเทศในปริมาณสูงหรือติดต่อกันนานเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ความดันโลหิตสูง เนื่องจากกลีเซอไรซินมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนอัลโดสเตอโรน, ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และในบางรายอาจพบอาการบวมน้ำได้
กลุ่มคนที่ควรหลีกเลี่ยงชะเอมเทศ
มีบางกลุ่มคนที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ชะเอมเทศโดยเด็ดขาด หรืออย่างน้อยต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ได้แก่
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร เนื่องจากอาจส่งผลต่อระดับฮอร์โมนได้
- ผู้ป่วยโรคไต โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่มีประวัติโรคตับอย่างรุนแรง
- ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายชนิด
ปฏิกิริยาระหว่างยาที่ต้องระวัง
ชะเอมเทศอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิดที่ใช้อยู่ประจำ เช่น ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) ที่ใช้ป้องกันการแข็งตัวของเลือด, ยาขับปัสสาวะ, ยาสเตียรอยด์ รวมถึงยาลดความดันโลหิตบางชนิด ดังนั้น ผู้ที่กำลังรับประทานยาอยู่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ชะเอมเทศทุกครั้ง

ดูแลสุขภาพด้วยชะเอมเทศอย่างปลอดภัย และปกป้องตัวเองด้วยประกันสุขภาพ
ชะเอมเทศ สรรพคุณ มีความหลากหลายครอบคลุมทั้งการต้านไวรัส บรรเทาอาการทางเดินหายใจ ดูแลระบบทางเดินอาหาร และดูแลผิวพรรณ อย่างไรก็ตาม การใช้สมุนไพรชนิดนี้ต้องอาศัยความรอบคอบ รู้จักข้อควรระวัง และใช้ในปริมาณที่เหมาะสม
การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันนั้นสำคัญมาก แต่ในโลกความเป็นจริง ความเจ็บป่วยอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิดแม้เราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็ตาม การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมจึงเป็นหลักประกันที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกคน
เมืองไทยประกันชีวิต ขอแนะนำให้ทุกคนพิจารณาทำ ประกันสุขภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและการเงินในระยะยาว ไม่ว่าจะดูแลตัวเองด้วยสมุนไพรหรือวิธีใดก็ตาม การมีประกันสุขภาพไว้เคียงข้างจะช่วยให้คุณรับมือกับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไร้กังวล
ศึกษาแผนประกันสุขภาพที่เหมาะกับคุณได้ที่ เมืองไทยประกันชีวิต เพราะสุขภาพที่ดีต้องมาพร้อมกับความคุ้มครองที่ครบถ้วน
การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราไม่มีวันรู้ได้ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไร การเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพ และค่ารักษายามเจ็บป่วยไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย จากเมืองไทยประกันชีวิต ไว้ช่วยดูแลค่ารักษาจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา
รายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 13/03/69
🔖 opsmoac
🔖 medthai