เข้าฤดูฝนแล้วทำไมยังร้อน? สาเหตุ วิธีรับมือ และโรคที่ต้องระวัง
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ทำไมยังรู้สึกอากาศร้อนเหมือนหน้าร้อน บางวันแดดแรงจนเหงื่อออกตลอดเวลา พอช่วงบ่ายกลับมีฝนตกหนัก หรือบางครั้งรู้สึกอบอ้าวผิดปกติก่อนฝนตกจนหายใจไม่ค่อยสะดวก
ความจริงแล้ว ฤดูฝนไม่ได้หมายความว่าอากาศจะเย็นลงทุกวัน เพราะยังมีหลายปัจจัยที่ทำให้อุณหภูมิสูงและความชื้นสะสมในอากาศ จนเกิดความรู้สึกร้อนมากกว่าที่ตัวเลขอุณหภูมิแสดงไว้ นอกจากนี้ สภาพอากาศแบบร้อนสลับฝนยังส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้เสี่ยงทั้งโรคลมแดด โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคที่มากับฤดูฝนได้พร้อมกัน
แล้ว หน้าฝนทำไมร้อน และเราควรดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเจอสภาพอากาศแบบนี้ มาหาคำตอบกัน
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

ทำไมฤดูฝนถึงร้อน? เข้าใจสาเหตุของอากาศร้อนในหน้าฝน
แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ ฤดูฝน แต่หลายพื้นที่ยังเผชิญกับ อากาศร้อน และอากาศอบอ้าวอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงเช้าถึงบ่าย หรือก่อนเกิดฝนฟ้าคะนอง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้บ่อยในประเทศไทย
สาเหตุสำคัญไม่ได้เกิดจากฤดูฝนหายไป แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพอากาศในช่วงเปลี่ยนผ่านนั่นเอง
ทำไมหน้าฝนยังร้อน ทั้งที่ฝนตกแล้ว?
หลายคนเข้าใจว่าฝนตกแล้วอากาศควรเย็นลง แต่ในความเป็นจริง หน้าฝนทำไมร้อน สามารถอธิบายได้จากหลายปัจจัย ได้แก่
- ความชื้นในอากาศสูง
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ไอน้ำในอากาศจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ความชื้นสัมพัทธ์มักสูงกว่า 70-90%
แม้อุณหภูมิจะลดลงเพียงเล็กน้อย แต่ร่างกายกลับรู้สึกร้อนกว่าเดิม เพราะเหงื่อระเหยได้ช้าลง ทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี จึงเกิดความรู้สึก "ร้อนอบอ้าว" นี่คือเหตุผลสำคัญของคำถามที่ว่า ฤดูฝนทำไมร้อน
- แดดยังแรงในช่วงที่ฝนยังไม่ตก
ฤดูฝนไม่ได้หมายความว่าฝนจะตกทั้งวัน
หลายพื้นที่มีแดดจัดในช่วงเช้าและบ่าย ก่อนที่เมฆฝนจะก่อตัวในช่วงเย็น ส่งผลให้พื้นดินและสิ่งก่อสร้างสะสมความร้อนตลอดวัน เมื่อความร้อนสะสมรวมกับความชื้นสูง จึงยิ่งทำให้รู้สึกร้อนมากขึ้น
- เมฆฝนช่วยกักเก็บความร้อน
แม้เมฆจะช่วยบังแสงอาทิตย์ แต่เมฆจำนวนมากก็สามารถกักเก็บรังสีความร้อนจากพื้นดินไว้บางส่วน จึงเกิดสภาวะคล้ายเรือนกระจกขนาดเล็ก ทำให้อากาศยังอุ่นและอบอ้าว แม้ไม่มีแดดจัด
- เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island)
สำหรับคนเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ จะยิ่งรู้สึกร้อนมากกว่าพื้นที่ชนบท เนื่องจากถนน คอนกรีต อาคาร และยางมะตอยดูดซับความร้อนในช่วงกลางวัน แล้วค่อย ๆ คายออกในช่วงเย็น ทำให้แม้เข้าสู่หน้าฝนก็ยังร้อนต่อเนื่อง
ก่อนฝนตกร้อน เพราะอะไร?
อีกคำถามที่หลายคนสงสัยคือ ก่อนฝนตกร้อน จริงหรือไม่ คำตอบคือ "จริง" ก่อนฝนตก มักเกิดลักษณะดังนี้
- ความกดอากาศเปลี่ยนแปลง
- ความชื้นสะสมสูง
- ลมสงบ
- อากาศถ่ายเทไม่ดี
ทำให้ร่างกายระบายความร้อนยาก จึงรู้สึกเหนียวตัว เหงื่อออกมาก และหายใจอึดอัด เมื่อฝนตกลงมา อุณหภูมิจะค่อย ๆ ลดลง เพราะเม็ดฝนช่วยดึงความร้อนจากอากาศลงสู่พื้นดิน
ภาวะโลกร้อนส่งผลให้หน้าฝนร้อนขึ้นหรือไม่?
อีกปัจจัยสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ปัจจุบันโลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น ทำให้ฤดูฝนของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย มีช่วงที่อากาศร้อนยาวนานกว่าเดิม ลักษณะอากาศจึงเปลี่ยนเป็น
- ร้อนจัดก่อนฝนตก
- ฝนตกหนักในเวลาสั้น
- ฝนทิ้งช่วง
- อุณหภูมิหลังฝนตกยังสูง
ส่งผลให้หลายคนรู้สึกว่า "ปีนี้หน้าฝนร้อนกว่าปกติ" ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้อธิบายได้ว่า แม้เข้าสู่ ฤดูฝน แล้ว แต่สภาพอากาศยังสามารถร้อนและอบอ้าวได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของภูมิอากาศเขตร้อนอย่างประเทศไทย

อากาศร้อนในฤดูฝนส่งผลกระทบอย่างไร? พร้อมวิธีรับมือและโรคที่ต้องระวัง
อากาศร้อนสลับฝนไม่ได้สร้างเพียงความไม่สบายตัวเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง
การรู้ทันผลกระทบและวิธีดูแลตัวเอง จะช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น
ผลกระทบจากอากาศร้อนในหน้าฝน
แม้อุณหภูมิจะไม่ได้สูงที่สุดของปี แต่เมื่อรวมกับความชื้นสูง ร่างกายจะทำงานหนักขึ้น อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- เหงื่อออกมาก
- อ่อนเพลีย
- ปวดศีรษะ
- เวียนศีรษะ
- นอนไม่หลับ
- หงุดหงิดง่าย
- สมาธิลดลง
- หัวใจเต้นเร็ว
หากอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อภาวะลมแดด (Heat Stroke) ได้เช่นกัน
โรคที่ต้องระวังในช่วงอากาศร้อนและฤดูฝน
- โรคลมแดด (Heat Stroke)
เกิดจากร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน อาการ ได้แก่ ตัวร้อนจัด ไม่มีเหงื่อ สับสน หมดสติ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
- โรคเพลียแดด (Heat Exhaustion)
อาการ เหงื่อออกมาก หน้ามืด คลื่นไส้ อ่อนแรง หากได้รับน้ำและพักในที่เย็น มักดีขึ้น
- โรคระบบทางเดินหายใจ
อากาศร้อนสลับฝน ทำให้เชื้อไวรัสและแบคทีเรียแพร่กระจายได้ง่าย เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ COVID-19 หลอดลมอักเสบ
- โรคที่มากับฤดูฝน
เมื่อฝนตกหนัก น้ำขังมากขึ้น จึงต้องระวัง โรคเหล่านี้ ไข้เลือดออก โรคฉี่หนู โรคอุจจาระร่วง โรคตาแดง
อ่านบทความเพิ่มเติม : โรคที่มากับหน้าฝน 16 โรคร้าย โรคที่มากับหน้าฝนวิธีป้องกัน กลุ่มเสี่ยง อาการเตือนภัย ป้องกันได้
ใครเป็นกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด?
แม้ทุกคนจะได้รับผลกระทบจาก อากาศร้อน แต่กลุ่มต่อไปนี้ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เด็กเล็ก ระบบควบคุมอุณหภูมิร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ง่าย
ผู้สูงอายุ
การรับรู้ความร้อนลดลง และอาจมีโรคประจำตัวร่วมด้วย
ผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดัน หรือเบาหวาน
ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเมื่ออากาศร้อน อาจกระตุ้นให้อาการกำเริบ
หญิงตั้งครรภ์
มีอัตราการเผาผลาญสูงขึ้น จึงรู้สึกร้อนง่ายกว่าปกติ
ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง
เช่น พนักงานก่อสร้าง เกษตรกร พนักงานส่งของ ตำรวจจราจร ไรเดอร์ขับส่งอาหารหรือส่งเอกสาร โดยกลุ่มนี้ควรดื่มน้ำเป็นระยะและหลีกเลี่ยงการทำงานกลางแดดต่อเนื่อง
วิธีรับมืออากาศร้อนในฤดูฝน
แม้จะไม่สามารถควบคุมสภาพอากาศได้ แต่สามารถลดผลกระทบต่อร่างกายได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ไม่ควรรอจนกระหายน้ำ ควรจิบน้ำตลอดวัน เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากเหงื่อ
สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
เลือกผ้าฝ้ายหรือผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดรูป
หลีกเลี่ยงแดดช่วง 11.00–15.00 น.
หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมหมวก ใช้ร่ม และพักในที่ร่มเป็นระยะ
เปิดให้อากาศถ่ายเท
หากอยู่บ้าน
- เปิดหน้าต่างเมื่ออากาศภายนอกไม่ร้อนจัด
- ใช้พัดลมช่วยระบายอากาศ
- เปิดพัดลมดูดอากาศเพื่อลดความชื้นสะสม
ใช้โหมด Dry ของเครื่องปรับอากาศ
ในวันที่อากาศชื้นมาก โหมด Dry สามารถช่วยลดความชื้นภายในห้อง ทำให้รู้สึกสบายตัวขึ้น แม้ความเย็นจะไม่เท่าโหมด Cool
รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย
เช่น ผลไม้ที่มีน้ำมาก ผักสด อาหารรสไม่จัด พร้อมหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดน้ำ
พักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมง ช่วยให้ร่างกายปรับตัวต่อสภาพอากาศได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย
เมื่อดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ก็จะสามารถรับมือกับทั้ง ฤดูฝน และ อากาศร้อน ได้ดีขึ้น ลดโอกาสเกิดโรคจากสภาพอากาศ และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
หลายคนอาจคิดว่าเมื่อเข้าสู่ ฤดูฝน แล้ว อากาศควรเย็นลง แต่ในความเป็นจริง หน้าฝนทำไมร้อน เป็นคำถามที่อธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ทั้งความชื้นในอากาศที่สูง แดดที่ยังแรงในช่วงก่อนฝนตก การสะสมความร้อนของพื้นผิวเมือง รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้หลายวันยังคงรู้สึกร้อนอบอ้าว แม้จะอยู่ในฤดูฝนก็ตาม
นอกจากความไม่สบายตัวแล้ว สภาพอากาศลักษณะนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเพลียแดด โรคลมแดด รวมถึงโรคติดเชื้อที่พบได้บ่อยในหน้าฝน การดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนอย่างเหมาะสม สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน จะช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพได้
ขณะเดียวกัน การวางแผนดูแลสุขภาพในระยะยาวก็เป็นอีกเรื่องสำคัญ เพราะแม้จะดูแลตัวเองดีเพียงใด การเจ็บป่วยจากโรคหรือเหตุไม่คาดคิดก็อาจเกิดขึ้นได้ การมีประกันสุขภาพที่เหมาะสมจึงช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาล และเพิ่มความอุ่นใจให้คุณและครอบครัวในทุกฤดูกาล ด้วย ประกันสุขภาพเหมาจ่าย D Health Lite ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในวันที่เราไม่สบาย ทั้งโรคทั่วไป หรือโรคร้ายแรง พร้อมรับสิทธิพิเศษจากโครงการ MTL Smile Hospital Network ที่มอบส่วนลดค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่ายา พร้อมบริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัด รู้ผลไวใน 2 วันทำการ** ให้คุณวางแผนการรักษาได้อย่างสบายใจ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน*
*เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละโรงพยาบาลกำหนด
**การให้บริการประเมินก่อนการทำหัตถการขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาล
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินไจทำประกันภัย
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 16/07/69