Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

เตรียมรองเท้าเดินป่าให้พร้อม! รวม 8 เส้นทางเดินเทรล ปลายฝนต้นหนาว 2569

เตรียมรองเท้าเดินป่าให้พร้อม! รวม 8 เส้นทางเดินเทรล ปลายฝนต้นหนาว 2569

August 31, 2026

5 minutes

เมื่อสายฝนเริ่มซาลงและลมเย็น ๆ แรกของปีกำลังพัดผ่านเข้ามา นั่นคือสัญญาณที่นักเดินป่า หรือเดินเทรลหลายคนต่างตั้งตารอคอย เพราะช่วงปลายฝนต้นหนาว ถือเป็นฤดูกาลที่ธรรมชาติของประเทศไทยสวยที่สุดช่วงหนึ่ง ต้นไม้ยังคงเขียวชอุ่ม น้ำตกมีน้ำไหลให้ทิ้งตัวแช่เย็น ๆ ส่วนอากาศช่วงกลางวันไม่ร้อนจนเกินไป และหลายพื้นที่เริ่มมองเห็นทะเลหมอกในยามเช้า

แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่เพิ่งเริ่ม เดินเทรล ครั้งแรก หรือเป็นสาย เดินป่า ที่ออกทริปทุกปี หรือทุกฤดูกาล ช่วงเวลานี้ก็เหมาะสำหรับการออกไปสัมผัสธรรมชาติอย่างยิ่ง เพราะมีเส้นทางให้เลือกหลากหลายตั้งแต่แบบเดินสบาย ๆ เพื่อ อาบป่า สัมผัสธรรมชาติรอบตัว ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ไปจนถึงเส้นทางเดินเทรลแบบแคมป์ปิ้งสำหรับคนที่อยากท้าทายตัวเอง

แต่ก่อนจะสะพายเป้แล้วออกเดินทาง สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม โดยเฉพาะ รองเท้าเดินป่า ที่เหมาะกับเส้นทาง เพราะรองเท้าที่ดีไม่เพียงช่วยให้เดินสบายขึ้น แต่ยังลดความเสี่ยงต่อการลื่นล้ม ข้อเท้าพลิก และอาการบาดเจ็บระหว่างทางได้อีกด้วย

ครั้งนี้เรามัดรวม 8 เส้นทางเดินป่า-เดินเทรล ที่น่าไปที่สุดในช่วงปลายฝนต้นหนาว พร้อมบรรยากาศ จุดเด่นที่คุณจะไม่มีวันลืม รวมถึงระดับความยาก และคำแนะนำในการเตรียมตัว เพื่อให้คุณเลือกทริปที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้น ถ้าพร้อมแล้วลุยยยย


Key Takeaway

  • ช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นฤดูกาลที่เหมาะสำหรับการเดินเทรลและเดินป่า เพราะอากาศเย็นสบายและธรรมชาติสวยงาม
  • เลือกเส้นทางให้เหมาะกับประสบการณ์ของตัวเอง ทั้งระยะทาง ระดับความยาก และเวลาที่ใช้
  • รองเท้าเดินป่า เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจตลอดเส้นทาง
  • การเตรียมร่างกาย อุปกรณ์ และศึกษาข้อมูลของพื้นที่ล่วงหน้า จะช่วยให้การเดินป่าสนุกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ


ทำไมช่วงปลายฝนต้นหนาว ถึงเหมาะกับการเดินเทรลและเดินป่ามากที่สุด

ทำไมช่วงปลายฝนต้นหนาว ถึงเหมาะกับการเดินเทรลและเดินป่ามากที่สุด

หลังผ่านฤดูฝน ธรรมชาติจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ต้นไม้เขียวขจี ลำธารและน้ำตกมีน้ำเต็ม ๆ พร้อมให้จุ่ม แถมอากาศเริ่มเย็นลง ทำให้การเดินในระยะไกลสบายกว่าช่วงหน้าร้อนอย่างเห็นได้ชัด หลายอุทยานแห่งชาติยังเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงนี้ ทำให้มีเส้นทาง เดินเทรล และ เดินป่า ให้เลือกมากมายทั่วประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นยอดเขาเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น การกางเต็นท์ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีทอง หรือการเดินลัดเลาะป่าดิบชื้นที่ยังเต็มไปด้วยกลิ่นดินและหมอกยามเช้า แต่ละเส้นทางก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไป


8 พิกัดเดินเทรล ปลายฝนต้นหนาว สำหรับสายธรรมชาติ

8 พิกัดเดินเทรล ปลายฝนต้นหนาว สำหรับสายธรรมชาติ

อย่างที่บอกไปว่าช่วงปลายฝนต้นหนาว เหมาะกับการออกไป เดินเทรล และ เดินป่า ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่อยากเริ่มต้น หรือสายลุยที่กำลังมองหาเส้นทางใหม่ ๆ เพราะแต่ละแห่งก็มีเสน่ห์ ความยาก และบรรยากาศที่แตกต่างกัน ลองเลือกเส้นทางที่เหมาะกับสไตล์ของตัวเองได้เลย

1. ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์

ภูสอยดาวเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักเดินป่าหลายคนใฝ่ฝัน เพราะสามารถสัมผัสธรรมชาติได้ทั้งในช่วงปลายฝนและต้นหนาว เส้นทางเดินขึ้นลานสนต้องใช้แรงพอสมควร โดยเฉพาะเนินชื่อดังอย่าง "เนินส่งญาติ" ที่ทำเอาหลายคนต้องหยุดพักหายใจเป็นระยะ

แต่เมื่อเดินผ่านช่วงที่เหนื่อยที่สุดไปแล้ว สิ่งที่รออยู่คือวิวป่าสน ทุ่งหญ้ากว้าง และทะเลหมอกที่ช่วยให้ลืมความเหนื่อยได้ทันที 

เหมาะสำหรับ: คนที่เคยเดินป่ามาบ้างและอยากลองเส้นทางที่ท้าทายขึ้น

2. ภูกระดึง จังหวัดเลย

หากพูดถึงการ เดินป่า ในประเทศไทย ชื่อของภูกระดึงคงอยู่ในอันดับต้น ๆ เสมอ แม้ระยะทางจะค่อนข้างไกล แต่เส้นทางเดินได้รับการจัดการอย่างดี มีจุดพัก ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดทาง จึงเหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และนักเดินป่าที่มีประสบการณ์

ความพิเศษของภูกระดึงคือเมื่อขึ้นไปถึงด้านบนแล้ว ยังมีเส้นทางให้เดินเที่ยวต่ออีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ผาหล่มสัก หรือผานกแอ่น ทำให้หลายคนเดินรวมกันกว่า 40 กิโลเมตรตลอดทั้งทริป เดินชมวิวบนยอดภู อากาศเย็น ๆ และป่าสนที่โอบล้อมอยู่รอบตัว จะทำให้การเดินทางครั้งนี้คุ้มค่ากับทุกก้าว

  • พิกัด: อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย
  • ระยะเวลา: 3 วัน 2 คืน
  • ระยะทาง: ไป-กลับลานกางเต็นท์ประมาณ 18 กิโลเมตร
  • รวมเดินเที่ยว: 40-50 กิโลเมตร
  • ช่วงที่แนะนำ: พฤศจิกายน-ธันวาคม
  • ระดับความยาก: ง่าย-ปานกลาง

3. ม่อนจอง จังหวัดเชียงใหม่

ม่อนจองอาจเป็นเส้นทางที่หลายคนมองว่าระยะทางไม่ยาวนัก แต่สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้โดดเด่นคือวิวแบบพาโนรามาของทุ่งหญ้าสีทองที่ทอดยาวสุดสายตา

ช่วงเช้าจะมีทะเลหมอกปกคลุมหุบเขา ส่วนช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้แบบ 360 องศา ความรู้สึกเมื่อเดินอยู่บนสันเขา ลมเย็นพัดผ่าน และมองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่เบื้องหน้า ถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนกลับมาอีกครั้ง เส้นทางไม่ได้โหดมากเมื่อเทียบกับหลายยอดเขาในไทย แต่ก็ต้องอาศัยความฟิตพอสมควร เพราะมีทั้งช่วงชันและทางดินที่อาจลื่นหลังฝนตก

4. มูลาอิ (Mulayit)

หากกำลังมองหาเส้นทางที่ไม่เหมือนใคร "มูลาอิ" คือหนึ่งในจุดหมายที่นักเดินป่าพูดถึงมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ยอดเขาจะอยู่ในเขตประเทศเมียนมา แต่การเดินทางเริ่มต้นจากอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ทำให้หลายคนจัดทริปจากฝั่งไทยได้สะดวก เส้นทางเดินไม่ยาวมาก แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนประทับใจคือวิวเลเยอร์ของภูเขาที่ทอดยาวสุดสายตา โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นที่แสงแรกของวันค่อย ๆ สาดลงบนแนวเขา เป็นภาพที่สวยจนหลายคนยอมตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อรอชม

  • พิกัด: มูลาอิ (Mulayit)
  • ระยะเวลา: 2 วัน 1 คืน
  • ระยะทาง: ไป-กลับประมาณ 1-2 กิโลเมตร (จากจุดเดินหลัก)
  • ช่วงที่แนะนำ: ตุลาคม-ธันวาคม
  • ระดับความยาก: ปานกลาง

5. กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับคนที่อยากเริ่มต้น เดินเทรล แบบไม่หนักมาก กิ่วแม่ปานถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะ เพราะเส้นทางมีระยะทางเพียงประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 2-3 ชั่วโมง และสามารถเดินได้เกือบทุกช่วงวัย ระหว่างทางจะได้สัมผัสทั้งป่าดิบเขา ทุ่งหญ้า และจุดชมวิวทะเลหมอกที่เป็นเอกลักษณ์ของดอยอินทนนท์ ยิ่งในช่วงเช้าที่อากาศเย็นจัด บรรยากาศยิ่งสวยงามเป็นพิเศษ

6. ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

หากพูดถึงเส้นทาง เดินเทรล ที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในความฝันของนักเดินป่าไทย "ดอยหลวงเชียงดาว" ต้องติดอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน ด้วยความสูงกว่า 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้ที่นี่มีทั้งทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม และวิวภูเขาหินปูนทอดยาวสุดสายตา

แม้ระยะทางรวมจะประมาณ 17 กิโลเมตร แต่เส้นทางไม่ได้ชันตลอดเวลา มีทั้งช่วงเดินในป่า สันเขา และทุ่งหญ้าสลับกันไป ความเหนื่อยจึงค่อย ๆ สะสม แต่เมื่อเดินถึงลานกางเต็นท์และตื่นมารับแสงเช้าเหนือยอดดอย หลายคนยอมรับว่าคุ้มค่ากับทุกก้าวที่เดินมา อีกหนึ่งเสน่ห์ของดอยหลวงเชียงดาว คือโอกาสได้พบพืชพรรณหายาก ดอกไม้ตามฤดูกาล และสัตว์ป่าประจำถิ่น เช่น กวางผา หากโชคดี

7. ถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ

แม้ถ้ำนาคาจะไม่ได้เป็นเส้นทาง เดินป่า ที่ต้องกางเต็นท์หลายวันเหมือนยอดเขาอื่น ๆ แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากทั้งสายธรรมชาติและสายมูเตลู ตลอดเส้นทางจะได้เดินผ่านป่าเขียวชอุ่ม โขดหินรูปร่างแปลกตา และไฮไลต์สำคัญคือ "หินพญานาค" ที่มีลวดลายคล้ายเกล็ดงูขนาดใหญ่ตามธรรมชาติ จนกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว แม้ระยะทางจะไม่ไกลมาก แต่ก็มีช่วงทางชันและบันไดหลายจุด จึงควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี และเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอ โดยเฉพาะในวันที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

8. ภูซับเหล็ก จังหวัดลพบุรี

สำหรับคนที่อยากลอง เดินเทรล แต่ยังไม่พร้อมเดินหลายวัน ภูซับเหล็กถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็สามารถสัมผัสวิวภูเขาและทะเลหมอกได้แล้ว เส้นทางเดินใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมง ระยะทางไม่ไกล เหมาะกับการไปเช้าเย็นกลับ หรือใช้เป็นสนามฝึกซ้อมก่อนออกทริปใหญ่

จุดเด่นคือวิวภูเขาจีนแลที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเช้าที่อากาศปลอดโปร่ง แม้จะเป็นเส้นทางระดับง่าย แต่ในช่วงหลังฝนตกพื้นดินอาจมีความลื่นอยู่บ้าง การเลือก รองเท้าเดินป่า ที่มีดอกยางลึกและยึดเกาะได้ดี จะช่วยให้เดินได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางง่ายสำหรับมือใหม่ หรือต้องปีนเขาใช้เวลานอนในป่าหลายวัน สิ่งสำคัญคือการเลือกเส้นทางให้เหมาะกับประสบการณ์ของตัวเอง และไม่ลืมศึกษากฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ก่อนออกเดินทาง เพราะบางแห่งมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวหรือเปิดให้เข้าชมเฉพาะบางช่วงของปี


เตรียมรองเท้าเดินป่าและอุปกรณ์ให้พร้อม ก่อนออกเดินเทรล

เตรียมรองเท้าเดินป่าและอุปกรณ์ให้พร้อม ก่อนออกเดินเทรล

การเดินเทรลที่สนุกไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิวสวยเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการเตรียมตัวที่ดี ทั้งเรื่องร่างกาย อุปกรณ์ และการวางแผนเส้นทาง เพราะหากเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ และทำให้สนุกกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

เลือกรองเท้าเดินป่าแบบไหนดี?

รองเท้าเดินป่า เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่ง เพราะเป็นสิ่งที่ต้องใช้งานตลอดทั้งทริป ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะกับลักษณะเส้นทางและสภาพอากาศ โดยมีหลักง่าย ๆ ดังนี้

  • พื้นรองเท้าควรยึดเกาะได้ดี โดยเฉพาะทางดินหรือหินเปียก
  • มีการซัพพอร์ตข้อเท้า หากเป็นเส้นทางที่มีหินหรือทางชัน
  • ระบายอากาศได้ดี แต่ยังป้องกันเศษดินและก้อนหินได้
  • เลือกไซซ์ที่พอดี ไม่คับจนเกินไป และควรเผื่อพื้นที่ปลายเท้าเล็กน้อยสำหรับการเดินลงเขา เพื่อลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้
  • กันน้ำหากต้องเดินผ่านลำธารหรือเจอความชื้น

Tip: ควรใส่รองเท้าคู่ใหม่เดินให้ชินก่อนออกทริปจริง เพื่อลดโอกาสเกิดแผลพุพอง

อุปกรณ์ที่ควรมีสำหรับการเดินป่า

นอกจากรองเท้าแล้ว ยังมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้การเดินป่าปลอดภัยและสะดวกมากขึ้น ได้แก่

  • เป้สะพายหลังที่กระชับตัว
  • เสื้อผ้าแห้งเร็ว
  • เสื้อกันฝนหรือเสื้อกันลม
  • ไฟฉายคาดศีรษะ
  • Power Bank
  • น้ำดื่มและอาหารให้พลังงาน
  • ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  • ถุงขยะสำหรับเก็บขยะกลับออกมา

การเตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะกับระยะเวลาของทริป จะช่วยลดน้ำหนักสัมภาระ และทำให้เดินได้คล่องตัวมากขึ้น

เตรียมร่างกายก่อนออกเดินเทรล

แม้บางเส้นทางจะจัดอยู่ในระดับง่าย แต่การเดินต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ใช้พลังงานไม่น้อย ดังนั้นจึงควรเตรียมร่างกายล่วงหน้าอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย

  • เดินเร็วหรือวิ่งเบา ๆ 30-45 นาที สัปดาห์ละ 3-4 วัน
  • ฝึกขึ้น-ลงบันไดเพื่อเสริมกำลังขา
  • บริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core)
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันเดินทาง
  • ศึกษาเส้นทางและเช็กพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

การเตรียมตัวที่ดี จะช่วยให้คุณมีแรงเพียงพอสำหรับการเดินทั้งวัน และลดความเสี่ยงจากอาการตะคริว หรืออ่อนล้าระหว่างทาง ดังนั้นการเดินเทรลไม่ใช่การแข่งขันว่าใครเดินได้เร็วที่สุด แต่คือการค่อย ๆ ก้าวไปตามจังหวะของตัวเอง ได้สัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ และกลับบ้านอย่างปลอดภัย ดังนั้นอย่าลืมเลือกรองเท้าเดินป่าที่เหมาะสม เตรียมอุปกรณ์ให้ครบ และเคารพธรรมชาติทุกครั้งที่ออกเดินทาง

ส่วนใครที่เดินเทรลแล้วอยากเริ่มต้นวิ่งเทรล เพื่อความสนุกมากขึ้น สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก ทำความรู้จัก "วิ่งเทรล" กิจกรรมท้าทายที่จะพาคุณใกล้ชิดธรรมชาติ


เดินเทรลให้สนุก เลือกเส้นทางให้เหมาะและเตรียมตัวให้พร้อม

การออกไป เดินเทรล หรือ เดินป่า ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางเพื่อพิชิตยอดเขา แต่เป็นโอกาสที่จะได้ชาร์จพลังให้กับตัวเองผ่านธรรมชาติที่กำลังสวยที่สุดของปี ไม่ว่าจะเป็นป่าสีเขียวสดจากสายฝน ทะเลหมอกยามเช้า หรืออากาศเย็นสบายที่ทำให้ทุกก้าวของการเดินมีความหมาย

ไม่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางระดับง่ายอย่างกิ่วแม่ปานหรือภูซับเหล็ก หรือท้าทายตัวเองกับภูสอยดาว ภูกระดึง และดอยหลวงเชียงดาว สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกเส้นทางให้เหมาะกับตัวเอง อย่าฝืนร่างกาย และควรเตรียมร่างกายให้พร้อม เลือก รองเท้าเดินป่า ที่เหมาะกับสภาพเส้นทาง เพราะอุปกรณ์ที่ดีจะช่วยให้เดินได้อย่างมั่นใจและลดโอกาสเกิดอาการบาดเจ็บระหว่างทาง

แม้จะเตรียมตัวดีแค่ไหน การเดินในพื้นที่ธรรมชาติก็ยังมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยไม่สบาย ลื่นล้ม ข้อเท้าพลิก ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย หรือเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด การมี ประกันอุบัติเหตุ หรือ ประกันสุขภาพ ที่ให้ความคุ้มครองระหว่างการเดินทาง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ออกทริปได้อย่างอุ่นใจ และพร้อมสนุกกับธรรมชาติได้เต็มที่ พร้อมดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลด้วย ประกันสุขภาพ D Health Lite โดยเฉพาะการมี ประกันสุขภาพ D Health Lite ที่ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในวันที่เราไม่สบาย พร้อมรับสิทธิพิเศษเข้ารักษาในสถานพยาบาลคู่สัญญาโครงการพิเศษ MTL Smile Hospital Network ที่มอบส่วนลดค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่ายา พร้อมบริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัด รู้ผลไวใน 2 วันทำการ** ให้คุณวางแผนการรักษาได้อย่างสบายใจ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน*

🚶‍♀️✨ ทุกก้าวเก็บมาสะสมไว้ลดเบี้ยได้

และไม่ว่าจะเดินป่าที่ไหน ทุกก้าวก็เก็บมาสะสมไว้ลดเบี้ยได้ จะเดินเทรล วิ่งเทรล วิ่งออกกำลังกาย เดินเล่นในสวน หรือแค่พาน้องหมาเดินเล่น เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า หรือเดินช้อปปิ้งในวันหยุด ทุกก้าวในชีวิตประจำวันก็มีค่า

สำหรับลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต เพียงสะสมให้ครบ 40,000 ก้าวต่อสัปดาห์ ก็รับ Fit Point ไว้ใช้เป็นส่วนลดเบี้ยปีต่ออายุได้ตามเงื่อนไข ก่อนออกไปเดิน อย่าลืมสมัคร Fit Point และเชื่อมต่ออุปกรณ์บนแอปพลิเคชัน MTL Click เพื่อให้ทุกก้าวถูกบันทึกและนำไปสะสมได้ เดินที่ไหนก็ได้ ยิ่งเดิน ยิ่งได้ ทั้งสุขภาพดีและส่วนลดเบี้ย

เงื่อนไขการให้คะแนน Fit Point: webmtl.co/4dI0VRQ

✅📲 สมัคร Fit Point ได้วันนี้ที่แอปพลิเคชัน MTL Click คลิก webmtl.co/42AaU68
(อัปเดตเวอร์ชันแอปพลิเคชัน MTL Click เป็นเวอร์ชันล่าสุด)


*เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละโรงพยาบาลกำหนด

**การให้บริการประเมินก่อนการทำหัตถการขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาล

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 13/08/69

🔖 TrueID Travel
🔖 Gori Outdoor
🔖 KTC
🔖 THE STANDARD LIFE
🔖 Bangkok Airways Blog
🔖 ไทยรัฐออนไลน์
🔖 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
🔖 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

A: โดยทั่วไปคือช่วง เดือนตุลาคม-ธันวาคม เพราะฝนเริ่มลดลง อากาศเย็นสบาย ธรรมชาติยังคงเขียวชอุ่ม และหลายอุทยานแห่งชาติเริ่มเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้เหมาะกับทั้งการเดินป่าและกางเต็นท์

Interesting Article