อาบป่า คืออะไร? ทำไมหน้าฝนถึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับ Forest Bathing
ในวันที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือ และความกดดันจากการทำงาน หลายคนเริ่มมองหาวิธีดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจที่เรียบง่ายขึ้นกว่าเดิม บางคนเลือกออกกำลังกาย บางคนเลือกนั่งสมาธิ หรือเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มคนรักสุขภาพและสาย Wellness ทั่วโลก นั่นคือ อาบป่า หรือ Forest Bathing
แม้ชื่อจะฟังดูเหมือนการไปอาบน้ำกลางป่า แต่ความจริงแล้วการอาบป่าเป็นศาสตร์การใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้พักจากความวุ่นวายรอบตัว และกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติอีกครั้ง
โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ต้นไม้เขียวชอุ่ม อากาศสดชื่น และธรรมชาติกลับมามีชีวิตชีวามากที่สุด หลายคนจึงมองว่าช่วงเวลานี้เป็นฤดูกาลที่เหมาะกับการอาบป่ามากเป็นพิเศษ
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

อาบป่า (Forest Bathing) คืออะไร?
หลายคนอาจเข้าใจว่าอาบป่า (Forest Bathing) คือการเดินป่าหรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ แต่แท้จริงแล้ว Forest Bathing มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น
โดยคำว่า Forest Bathing มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น โดยใช้คำว่า "Shinrin-yoku" ซึ่งหมายถึงการอาบอยู่ในบรรยากาศของป่า แนวคิดนี้เริ่มได้รับการส่งเสริมตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อญี่ปุ่นต้องเผชิญกับปัญหาความเครียดจากการทำงานและวิถีชีวิตในเมืองที่เร่งรีบ
หัวใจสำคัญของการอาบป่าไม่ใช่การเดินให้ไกลที่สุด หรือพิชิตจุดหมายปลายทาง แต่เป็นการใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างตั้งใจ ผ่านการรับรู้สิ่งรอบตัวด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไม่ว่าจะเป็น
การมองเห็นธรรมชาติรอบตัว
สังเกตสีเขียวของต้นไม้ แสงแดดที่ส่องผ่านใบไม้ หรือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เราอาจมองข้ามในชีวิตประจำวัน
ฟังเสียงธรรมชาติ
เสียงลม เสียงนก เสียงแมลง หรือเสียงน้ำไหล ล้วนช่วยให้จิตใจค่อย ๆ สงบลง
สูดกลิ่นธรรมชาติ
กลิ่นดิน กลิ่นต้นไม้ หรือกลิ่นหลังฝนตก เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย
สัมผัสบรรยากาศรอบตัว
ทั้งความเย็นของอากาศ ความชื้นในป่า หรือสายลมที่พัดผ่านผิวกาย ดังนั้น อาบป่าจึงไม่ใช่กิจกรรมที่เน้นความเร็วหรือระยะทาง แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ชะลอจังหวะชีวิต และอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น

อาบป่าช่วยอะไร? ประโยชน์ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
เหตุผลที่ Forest Bathing ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก ไม่ได้มาจากความสวยงามของธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากผลลัพธ์เชิงบวกที่หลายคนสัมผัสได้หลังจากใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ
ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล
ในแต่ละวัน เราต้องรับข้อมูลจำนวนมากจากทั้งงาน ข่าวสาร และโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้สมองทำงานแทบตลอดเวลา
การได้อยู่ในพื้นที่สีเขียวช่วยลดสิ่งกระตุ้นรอบตัว ทำให้ร่างกายและจิตใจเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายมากขึ้น หลายคนจึงรู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากใช้เวลาอยู่ในธรรมชาติเพียงไม่นาน
ช่วยให้สมองได้พัก
ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์หลายชั่วโมงต่อวัน
การอาบป่าช่วยลดความเหนื่อยล้าทางความคิด หรือ Mental Fatigue ทำให้สมองได้พักจากข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ช่วยเพิ่มสมาธิและความคิดสร้างสรรค์
เมื่อความเครียดลดลง สมองมีพื้นที่สำหรับการคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น จึงไม่แปลกที่หลายองค์กรในต่างประเทศเริ่มนำกิจกรรมใกล้ชิดธรรมชาติมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลพนักงาน
ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
การได้รับแสงธรรมชาติ การเคลื่อนไหวร่างกายเบา ๆ และการผ่อนคลายจากสภาพแวดล้อมสีเขียว อาจช่วยให้วงจรการนอนหลับทำงานได้ดีขึ้น และตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นหลังจากใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ
ช่วยให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
Forest Bathing มีความเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง Mindfulness หรือการมีสติอยู่กับปัจจุบัน เมื่อเราให้ความสนใจกับเสียง กลิ่น และสิ่งรอบตัว ความคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับอดีตหรืออนาคตก็จะค่อย ๆ ลดลง

ทำไม "หน้าฝน" ถึงเหมาะกับการอาบป่ามากที่สุด
แม้ว่ากิจกรรมการอาบป่าจะทำได้ทุกฤดู แต่หลายคนมองว่าฤดูฝนคือช่วงเวลาที่ธรรมชาติมีเสน่ห์ที่สุด
ป่าเขียวชอุ่มที่สุดของปี
หลังจากผ่านช่วงอากาศร้อน ต้นไม้และพืชพรรณต่าง ๆ จะกลับมาเขียวสดอีกครั้ง
สีเขียวที่เต็มไปทั่วผืนป่าไม่เพียงสวยงาม แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกสบายตาและผ่อนคลายอีกด้วย
กลิ่นดินหลังฝนตกช่วยฮีลใจ
หลายคนชอบกลิ่นดินหลังฝนตกโดยไม่รู้ตัว เพราะกลิ่นนี้เกิดจากสารธรรมชาติที่ชื่อว่า Petrichor (กลิ่นดิน) ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกสดชื่นและเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี
เสียงฝนช่วยสร้างความสงบ
เสียงหยดน้ำ เสียงฝน หรือเสียงลมที่พัดผ่านต้นไม้ ล้วนเป็นเสียงธรรมชาติที่ช่วยให้จิตใจสงบลงได้ง่ายกว่าการอยู่ท่ามกลางเสียงรบกวนในเมือง
อากาศเย็นสบายกว่าฤดูร้อน
แม้จะมีความชื้นมากขึ้น แต่โดยรวมแล้วอากาศในป่าช่วงหน้าฝนมักเย็นสบายและเหมาะกับการเดินเล่นมากกว่าช่วงฤดูร้อน
คนไม่พลุกพล่าน
หลายพื้นที่ธรรมชาติในช่วงหน้าฝนมีนักท่องเที่ยวน้อยลง ทำให้สามารถสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติได้มากขึ้น

คู่มืออาบป่าสำหรับมือใหม่ และใครบ้างที่เหมาะกับกิจกรรมนี้
Forest Bathing เป็นกิจกรรมที่เริ่มต้นได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าป่าลึก ไม่ต้องมีอุปกรณ์ราคาแพง และไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านกีฬา
เริ่มจากพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน
สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ หรือพื้นที่สีเขียวในเมืองก็สามารถเป็นสถานที่สำหรับเริ่มต้นได้
เดินให้ช้ากว่าปกติ
เป้าหมายไม่ใช่การออกกำลังกายหนัก แต่เป็นการใช้เวลาให้มีคุณค่า สังเกตสิ่งรอบตัวและปล่อยให้ตัวเองได้ผ่อนคลาย
ลดการใช้โทรศัพท์มือถือ
ลองปิดการแจ้งเตือน หรือเก็บโทรศัพท์ไว้สักช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อให้ได้อยู่กับธรรมชาติอย่างเต็มที่
ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
ลองสังเกตว่ามองเห็นอะไร ได้ยินอะไร หรือได้กลิ่นอะไรบ้างระหว่างทาง
ใครบ้างที่เหมาะกับการอาบป่า
- คนทำงานที่มีความเครียดสะสม
- คนเมืองที่อยู่หน้าจอทั้งวัน
- ผู้สูงอายุที่ต้องการกิจกรรมเบา ๆ
- ครอบครัวที่อยากใช้เวลาร่วมกัน
- คนที่กำลังรู้สึกหมดไฟจากการทำงาน
ทุกคนสามารถเริ่มต้นอาบป่าได้ตามจังหวะของตัวเอง
อาบป่าหน้าฝน มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
แม้กิจกรรมการอาบป่าในช่วงหน้าฝนจะช่วยให้ได้สัมผัสธรรมชาติที่เขียวชอุ่มและอากาศสดชื่น แต่ก็ควรเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อความปลอดภัยระหว่างทำกิจกรรม
ตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้า
หลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่ป่าหรือเส้นทางธรรมชาติในวันที่มีฝนตกหนัก หรือมีประกาศเตือนภัยเกี่ยวกับน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม
เลือกรองเท้าที่เหมาะสม
เส้นทางในป่าช่วงฤดูฝนอาจมีความลื่นมากกว่าปกติ ควรเลือกรองเท้าที่มีดอกยางยึดเกาะพื้นได้ดี เพื่อลดความเสี่ยงในการลื่นล้ม
ป้องกันแมลงและสัตว์มีพิษ
ควรสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุง และหลีกเลี่ยงการเดินลุยพงหญ้าหรือพื้นที่ที่มองเห็นทางไม่ชัดเจน
เตรียมอุปกรณ์กันฝน
เสื้อกันฝน หมวก หรือถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยให้ทำกิจกรรมได้สะดวกมากขึ้น
ไม่ควรเดินเข้าป่าลำพังในพื้นที่ห่างไกล
หากเป็นพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย ควรมีเพื่อนร่วมทางหรือแจ้งคนใกล้ชิดให้ทราบเส้นทางและเวลาที่คาดว่าจะกลับ
แม้การอาบป่าจะเป็นกิจกรรมที่เน้นความผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติ แต่การเตรียมตัวอย่างเหมาะสม และเตรียมพร้อมแพ็กกระเป๋าเข้าป่าหน้าฝนกับไอเทมที่ต้องมี ก็จะช่วยให้สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศของผืนป่าได้อย่างปลอดภัยและสบายใจมากยิ่งขึ้น
อาบป่า หรือ Forest Bathing คือกิจกรรมที่ชวนให้เรากลับมาใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างมีสติ ผ่านการรับรู้สิ่งรอบตัวด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้พักจากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่ธรรมชาติเขียวชอุ่ม อากาศสดชื่น และเต็มไปด้วยความสงบ การหาเวลาสักวันเพื่อออกไปอาบป่า อาจเป็นวิธีดูแลสุขภาพใจที่เรียบง่าย แต่ให้คุณค่ามากกว่าที่คิด
อย่างไรก็ตาม แม้เราจะใส่ใจดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจอยู่เสมอ ความเจ็บป่วยก็เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด และมักมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น นอกจากการใช้ชีวิตอย่างสมดุลและหมั่นดูแลตัวเองแล้ว การวางแผนรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพล่วงหน้า เช่น การมีประกันสุขภาพที่เหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น ด้วยประกันสุขภาพ ประกันสุขภาพ D Health Lite ที่ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในวันที่เราไม่สบาย พร้อมรับสิทธิพิเศษเข้ารักษาในสถานพยาบาลคู่สัญญาโครงการพิเศษ MTL Smile Hospital Network ที่มอบส่วนลดค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่ายา พร้อมบริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัด รู้ผลไวใน 2 วันทำการ** ให้คุณวางแผนการรักษาได้อย่างสบายใจ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน*
พิเศษกว่าใคร สำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ รับส่วนลดที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวสุดฟิน ใครที่กำลังมีแพลนทริปหน้าฝน เช็กดีลดี ๆ แล้วออกไปทริปท่องเที่ยวกันเลย
*เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละโรงพยาบาลกำหนด
**การให้บริการประเมินก่อนการทำหัตถการขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาล
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 8/06/69
🔖มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์