Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

เช็กอาการเตือนโรคเบาหวาน เป็นแล้วไม่เบานะ

เช็กอาการเตือนโรคเบาหวาน เป็นแล้วไม่เบานะ

ช่วงนี้เข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น หิวน้ำทั้งที่เพิ่งดื่ม เหนื่อยง่ายกว่าปกติ หรือมีแผลเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะหายช้ากว่าเดิม หลายอาการอาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ในแต่ละวัน แต่ถ้าเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือหลายอาการมาพร้อมกัน ก็เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ควรมองข้าม

เพราะ โรคเบาหวาน ในระยะแรกอาจยังไม่มีอาการชัดเจน บางคนรู้ตัวจากการตรวจสุขภาพ ขณะที่บางคนมีสัญญาณเตือนอยู่แล้ว แต่เข้าใจว่าเป็นเพราะพักผ่อนน้อย ทำงานหนัก หรืออายุที่เพิ่มขึ้น

การรู้จัก อาการเตือนโรคเบาหวาน จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว ยิ่งสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้เร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสตรวจพบความผิดปกติและเริ่มดูแลสุขภาพได้เร็วขึ้น


Key Takeaway

โรคเบาหวานอาจไม่มีอาการในระยะแรก หรือเริ่มจากสัญญาณใกล้ตัว เช่น ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำ หิวบ่อย เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ตามัว ชาปลายมือปลายเท้า หรือแผลหายช้า หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์

ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ

 โรคเบาหวาน คืออะไร ทำไมไม่ได้เกิดจากแค่กินหวาน?

โรคเบาหวาน คืออะไร ทำไมไม่ได้เกิดจากแค่กินหวาน?

พูดถึง เบาหวาน หลายคนอาจนึกถึงขนม น้ำหวาน หรือการกินน้ำตาลมากเกินไปก่อนเป็นอย่างแรก แต่จริง ๆ แล้วโรคเบาหวานเกี่ยวข้องกับกระบวนการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของร่างกาย ซึ่งมี “อินซูลิน” เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ

อินซูลินกับน้ำตาลในเลือด เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

เมื่อเรากินอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ร่างกายจะย่อยอาหารจนได้กลูโคสและนำไปใช้เป็นพลังงาน โดยมีอินซูลินซึ่งสร้างจากตับอ่อนช่วยให้กลูโคสเข้าสู่เซลล์

หากร่างกายสร้างอินซูลินได้ไม่เพียงพอ หรือเซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี น้ำตาลจะถูกนำไปใช้ได้ไม่เต็มที่และคงอยู่ในกระแสเลือดมากขึ้น หากระดับน้ำตาลสูงต่อเนื่อง ก็อาจนำไปสู่โรคเบาหวานและส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

โรคเบาหวานยังแบ่งได้หลายชนิด โดยเบาหวานชนิดที่ 1 เกี่ยวข้องกับการที่ร่างกายสร้างอินซูลินได้น้อยมากหรือไม่ได้เลย ส่วนเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งพบได้บ่อย เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการสร้างอินซูลินที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีเบาหวานขณะตั้งครรภ์และเบาหวานจากสาเหตุอื่น

ไม่ค่อยกินหวาน ก็เป็นเบาหวานได้ไหม?

ได้ เพราะการกินของหวานไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งมีปัจจัยหลายด้าน ทั้งพันธุกรรม น้ำหนักเกิน ภาวะอ้วนลงพุง รูปแบบการกิน และการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ

การกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเป็นประจำอาจทำให้ได้รับพลังงานมากเกินความต้องการและส่งผลต่อน้ำหนัก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่กินของหวานจะไม่มีโอกาสเป็นเบาหวานเลย

ดังนั้น แทนที่จะโฟกัสเฉพาะว่า “กินหวานหรือไม่” ควรมองสุขภาพในภาพรวม ทั้งพฤติกรรมการกิน น้ำหนัก การเคลื่อนไหวร่างกาย ประวัติครอบครัว และการตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม

เมื่อเข้าใจสาเหตุของโรคเบาหวานแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือการสังเกตว่า ร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรให้เราบ้าง

 อาการเตือนโรคเบาหวาน มีอะไรบ้าง?

อาการเตือนโรคเบาหวาน มีอะไรบ้าง?

ความยากของการสังเกต อาการเบาหวาน คือ บางคนอาจไม่มีอาการชัดเจนในช่วงแรก ขณะที่บางคนเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ดูคล้ายอาการทั่วไป จนไม่ได้คิดว่าอาจเกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาลในเลือด

ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน

หากช่วงนี้เข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติ หรือต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืนหลายครั้งทั้งที่พฤติกรรมการดื่มน้ำไม่ได้เปลี่ยนไป อาจเป็นหนึ่งในอาการที่ควรสังเกต

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง ไตจะพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ทำให้มีน้ำถูกขับออกมามากขึ้น จึงอาจทำให้ปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมากกว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม การปัสสาวะบ่อยเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงไม่สามารถใช้เพียงอาการนี้ตัดสินว่าเป็นเบาหวานได้

หิวน้ำบ่อย ดื่มแล้วก็ยังรู้สึกกระหาย

เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำจากการปัสสาวะมากขึ้น ความกระหายน้ำก็มักตามมา บางคนจึงรู้สึกคอแห้ง หิวน้ำบ่อย หรือดื่มน้ำมากกว่าปกติ

หากเกิดในวันที่อากาศร้อนหรือหลังออกกำลังกายอาจเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหิวน้ำมากขึ้นต่อเนื่องโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน และมาพร้อมกับการปัสสาวะบ่อย ก็ควรสังเกตอาการอื่นร่วมด้วย

หิวบ่อย กินมาก แต่น้ำหนักกลับลด

บางคนอาจรู้สึกหิวบ่อยและกินมากขึ้น แต่กลับมีน้ำหนักลดลงโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเมื่อร่างกายนำกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานได้ไม่เต็มที่ อาจต้องดึงพลังงานจากแหล่งอื่นมาใช้แทน

หากน้ำหนักลดลงอย่างเห็นได้ชัดทั้งที่ไม่ได้ควบคุมอาหารหรือเพิ่มการออกกำลังกาย ไม่ควรมองข้ามและควรหาสาเหตุให้ชัดเจน

เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียกว่าปกติ

นอนครบแต่ยังรู้สึกเหนื่อย ทำกิจกรรมเดิมแต่หมดแรงเร็วกว่าที่เคย หรือรู้สึกอ่อนเพลียต่อเนื่อง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ รวมถึงความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือด

เมื่อร่างกายนำกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงอาจทำให้รู้สึกไม่มีแรงหรือเหนื่อยง่ายขึ้น หากอาการไม่ดีขึ้นแม้พักผ่อนเพียงพอ หรือเกิดร่วมกับอาการอื่น ก็ควรตรวจหาสาเหตุ

แผลหายช้า หรือติดเชื้อง่าย

ลองสังเกตแผลเล็ก ๆ อย่างรอยถลอก แผลจากรองเท้ากัด หรือบาดแผลทั่วไป หากใช้เวลานานกว่าจะหาย เป็นซ้ำ หรือติดเชื้อง่ายกว่าปกติ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ควรใส่ใจ

ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานสามารถส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้กระบวนการฟื้นตัวของบาดแผลมีประสิทธิภาพลดลงได้

ตามัว มองเห็นไม่ชัด

ระดับน้ำตาลในเลือดที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้การมองเห็นเปลี่ยนไปชั่วคราวได้ ขณะที่ผู้ที่มีเบาหวานเป็นเวลานานและควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่เหมาะสม อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับดวงตา

หากอยู่ ๆ มองเห็นไม่ชัด ตามัว หรือสายตาเปลี่ยนไปจากเดิม จึงควรตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงปัญหาสายตาอย่างเดียว

ชาปลายมือ ปลายเท้า

อาการชา แสบร้อน หรือรู้สึกคล้ายเข็มทิ่มบริเวณปลายมือและปลายเท้า อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเส้นประสาท ซึ่งเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่สามารถพบได้ในผู้ที่เป็นเบาหวาน

เมื่อความรู้สึกบริเวณเท้าลดลง อาจทำให้ไม่ทันสังเกตว่ามีแผลเกิดขึ้น จึงยิ่งต้องใส่ใจกับการดูแลเท้าและตรวจหาสาเหตุของอาการชา

สิ่งสำคัญคือ การมีอาการใดอาการหนึ่งไม่ได้แปลว่าเป็นเบาหวานทันที และคนที่เป็นเบาหวานก็อาจไม่มีอาการเหล่านี้เลย การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและประเมินร่วมกับปัจจัยเสี่ยงจึงช่วยให้รู้ได้ชัดเจนกว่าการสังเกตอาการเพียงอย่างเดียว

 ลดความเสี่ยงเบาหวาน เริ่มจากสิ่งที่ทำได้ทุกวัน

ลดความเสี่ยงเบาหวาน เริ่มจากสิ่งที่ทำได้ทุกวัน

พันธุกรรมและอายุอาจเป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้ แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ปรับได้ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงของเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งสามารถเริ่มจากพฤติกรรมใกล้ตัวโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน

กินให้สมดุล ไม่ใช่แค่งดหวาน

การดูแลเรื่องอาหารไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการประกาศว่า “จะไม่กินของหวานอีกเลย” เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือภาพรวมของอาหารที่กินในแต่ละวัน

ควรเลือกอาหารให้หลากหลาย เพิ่มผักและอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารหวานจัด มันจัด หรือให้พลังงานสูงเกินความต้องการ รวมถึงระวังน้ำตาลจากเครื่องดื่มที่เราอาจดื่มได้ง่ายกว่าการกินขนม

คาร์โบไฮเดรตเองก็ไม่จำเป็นต้องตัดออกทั้งหมด เพราะยังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ สิ่งที่ควรใส่ใจคือชนิด ปริมาณ และความสมดุลของอาหาร รวมถึงการดูแลน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ขยับร่างกายให้มากขึ้น

การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายใช้อินซูลินได้ดีขึ้น และยังช่วยดูแลน้ำหนัก สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงสุขภาพโดยรวม

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการออกกำลังกายหนัก การเดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือกิจกรรมที่ชอบก็เป็นจุดเริ่มต้นได้ โดยควรมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ และลดเวลานั่งนิ่งติดต่อกันนาน ๆ

สำหรับคนทำงาน อาจเริ่มง่าย ๆ ด้วยการลุกเดินระหว่างวัน เดินขึ้นบันได หรือเพิ่มระยะเดินในกิจวัตรประจำวัน เพราะการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ที่ทำได้ต่อเนื่องย่อมดีกว่าการตั้งเป้าหมายใหญ่จนทำได้เพียงไม่กี่วัน

อย่ารอให้มีอาการ แล้วค่อยตรวจ

เพราะเบาหวานอาจไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก การรู้สึกว่ายังแข็งแรงจึงไม่ได้หมายความว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะปกติเสมอไป

โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกิน อ้วนลงพุง มีคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน หรือเคยมีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรตรวจสุขภาพและระดับน้ำตาลในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์

การตรวจสุขภาพจึงไม่จำเป็นต้องรอให้รู้สึกป่วย แต่เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ก่อนที่อาการจะชัดขึ้น


อาการเล็ก ๆ อย่าปล่อยให้กลายเป็นเรื่องใหญ่

โรคเบาหวาน อาจเริ่มโดยไม่มีอาการ หรือมีเพียงความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เช่น ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำ เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด แผลหายช้า ตามัว หรือชาปลายมือปลายเท้า

เราไม่จำเป็นต้องรอให้มีครบทุกอาการจึงค่อยตรวจ สิ่งสำคัญคือรู้จักสังเกตร่างกาย เข้าใจปัจจัยเสี่ยง และดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย น้ำหนัก และการตรวจสุขภาพ


เพราะการดูแลสุขภาพไม่ได้มีแค่การลดความเสี่ยงของโรค แต่ยังรวมถึงการเตรียมพร้อมหากวันหนึ่งต้องเข้ารับการรักษา การมีความคุ้มครองด้านสุขภาพที่เหมาะกับตัวเองจึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของการวางแผน เพื่อช่วยรับมือกับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น และให้เราโฟกัสกับการดูแลตัวเองได้มากขึ้นในวันที่สุขภาพต้องการความใส่ใจ ด้วย ประกันสุขภาพ D Health Lite ที่ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในวันที่เราไม่สบาย พร้อมรับสิทธิพิเศษเข้ารักษาในสถานพยาบาลคู่สัญญาโครงการพิเศษ MTL Smile Hospital Network ที่มอบส่วนลดค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่ายา พร้อมบริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัด รู้ผลไวใน 2 วันทำการ** ให้คุณวางแผนการรักษาได้อย่างสบายใจ หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน*


*เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละโรงพยาบาลกำหนด

**การให้บริการประเมินก่อนการทำหัตถการขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาล

- เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด

- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มาสืบค้นเมื่อวันที่ 12/10/69

A: อาการที่อาจพบ ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย หิวบ่อย เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ตามัว แผลหายช้า หรือชาปลายมือปลายเท้า อย่างไรก็ตาม บางคนอาจไม่มีอาการในระยะแรก จึงควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหากมีความเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง

บทความน่าสนใจ