New Saa 2567 New Saa 2567 Cover Mb Th 800x500

อัปเดตพอร์ตใหม่ รับความท้าทายของการเปลี่ยนแปลง 2567

สรุปภาพรวมการลงทุนปี 2566


          ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นว่าเงินเฟ้อสูงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ตัวเลขเงินเฟ้อเคยไปทำจุดสูงสุดที่ 9.1% ในช่วงเดือน มิ.ย. ปี 2565 โดยแม้ว่าในปี 2566 เงินเฟ้อจะมีการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับเงินเฟ้อปัจจุบัน ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ 2% โดยในความพยายามที่จะลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจและควบคุมเงินเฟ้อไม่ให้สูงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานนั้น เฟดได้ปรับดอกเบี้ยนโยบายมาตั้งแต่ต้นปี 2565 จากระดับ 0% ขึ้นมาอยู่ที่ 5.25% ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นการปรับดอกเบี้ยที่รวดเร็วและรุนแรงมากที่สุดในประวัติการณ์ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยจากตอนต้นปีที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า จีดีพีในปี 2566 นี้ อาจเติบโตได้เพียง 1.0% อย่างไรก็ดี ตัวเลขการประเมินในช่วงครึ่งปีแรก ออกมาสูงกว่า 2.4% และยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องใน Q3 กว่า 5.2% QoQ จากตัวเลขดังกล่าวก็ทำให้เฟดยังเน้นย้ำในการที่จะคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกนาน เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อกลับมาปรับตัวสูงขึ้นได้อีกเหมือนปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นเดือน พ.ย. จากตัวเลขการจ้างงานที่ค่อย ๆ ชะลอตัวลง ทำให้นักลงทุนเชื่อว่าระดับดอกเบี้ยนโยบายน่าจะมาถึงจุดสูงสุดแล้ว ซึ่งความเชื่อดังกล่าว ก็ได้รับการสนับสนุนจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟดในเดือน ธ.ค. ที่ระบุว่า เฟดมีโอกาสที่จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปี 2567 ส่งผลให้จากสิ้น ต.ค. ถึงวันที่ 13 ธ.ค. ตลาดหุ้น S&P 500 ปรับขึ้นกว่า 12.2% และหากนับผลการดำเนินงานนับตั้งแต่ต้นปี (YTD) +22.6% ขณะที่ดัชนีพันธบัตรและหุ้นกู้สหรัฐฯ ก็สามารถกลับมาให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ 4.2% (YTD) 



          โดยในช่วงระยะเวลา 7 ปี (ถึงสิ้นเดือน พ.ย. 2566) นับตั้งแต่มีการติดตามข้อมูลผลการดำเนินงานของทั้ง 5 พอร์ต ได้มีเหตุการณ์ที่สร้างความผันผวนให้กับการลงทุนหลากหลายเหตุการณ์ เช่น สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ, สถานการณ์ COVID-19, ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน, รวมถึงภาวะเงินเฟ้อที่ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดในรอบ 40 ปี จนนำไปสู่การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางหลายประเทศ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เกิดความผันผวนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ค่อนข้างมาก เช่น หุ้นไทยเองในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา ก็ทำผลตอบแทนได้เพียง 1.7% ต่อปี แต่จากตารางด้านล่าง จะเห็นว่าการลงทุนแบบเป็นพอร์ตนั้น (ตัวหนังสือสีชมพู) แม้ว่าในแต่ละปีจะไม่ได้ทำผลตอบแทนเหนือกว่าทุกสินทรัพย์ แต่การกระจายความเสี่ยงผ่านการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ก็ทำให้แต่ละปีมีผลตอบแทนในระดับกลาง ๆ เมื่อเทียบกับทุกสินทรัพย์ ลดโอกาสที่จะเกิดผลตอบแทนติดลบมาก ๆ ในบางปี และเป็นการสร้างความสม่ำเสมอให้กับเงินลงทุนของลูกค้าในระยะยาว 



ตารางการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างการลงทุนแบบ พอร์ตโฟลิโอ กับ การลงทุนในแต่ละประเภทสินทรัพย์

ตารางการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างการลงทุนแบบ พอร์ตโฟลิโอ กับ การลงทุนในแต่ละประเภทสินทรัพย์


คำเตือน : ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
ที่มา : สายงานจัดการลงทุน, ข้อมูลถึงสิ้นเดือน พฤศจิกายน 2566 (สำหรับสินทรัพย์ต่างประเทศจะเป็นผลตอบแทนตามสกุลเงินท้องถิ่น)



มุมมองการลงทุนปี 2567 และคำแนะนำการลงทุน


        จากมุมมองของเฟดที่เริ่มเปลี่ยนท่าทีต่อการดำเนินนโยบายการเงิน และเริ่มเห็นโอกาสที่อาจจะมีการปรับลดดอกเบี้ยได้ในช่วงปี 2567 ทำให้ภาพการลงทุนโดยรวมในปี 2567 ทั้ง ตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้โลก มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ดี โดยในด้าน Valuation ปัจจุบันของหุ้นโลกผ่าน Equity Risk Premium (ส่วนต่างระหว่าง Earning Yields จากหุ้นเทียบกับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี) อยู่ในระดับที่ตึงตัวมาก แต่หากตลาดมองถูกว่าดอกเบี้ยนโยบายได้เลยจุดสูงสุดไปแล้ว ก็มีโอกาสที่ดอกเบี้ย 10 ปี จะค่อย ๆ ปรับตัวลงได้ โดยเราคาดว่าในปีหน้าตราสารหนี้ต่างประเทศน่าจะให้ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยงที่ดีกว่าการลงทุนในหุ้นโลก จากการที่การถือตราสารหนี้โลกในปัจจุบันให้ดอกเบี้ยสูงที่ระดับ 5-8% รวมถึงเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงของพอร์ตในภาวะวิกฤต ในส่วนของตลาดหุ้นไทย เรามองว่าระดับราคาของ SET Index ในปัจจุบัน ที่ปรับตัวลงมาถือว่าสะท้อนปัจจัยกดดันต่าง ๆ ไปมากแล้ว โดยภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2567 ยังอยู่ในทิศทางที่ทยอยฟื้นตัว และมีโอกาสเติบโตได้ดี จากทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการกลับมาฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งปัจจัยดังกล่าว จะสะท้อนมายังคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนที่จะทยอยปรับขึ้นได้ในอนาคต อย่างไรก็ดี ด้วยตลาดในปัจจุบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีความผันผวนสูงต่อข้อมูลต่าง ๆ ที่ออกมา เราแนะนำให้การกระจายความเสี่ยงผ่านการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์เพื่อเป็นตัวช่วยบริหารความเสี่ยงแก่พอร์ตลงทุน 



          ดังนั้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่มาก บริษัทฯ ได้ประเมินปัจจัยทางเศรษฐกิจ ภาวะการลงทุน และการคาดการณ์ผลตอบแทนในอนาคตตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อหาสัดส่วนการลงทุนที่น่าจะให้ผลตอบแทนที่สูงสุดบนความเสี่ยงที่เหมาะสำหรับพอร์ตโฟลิโอแนะนำแต่ละระดับความเสี่ยง และได้ทำการประเมินผลตอบแทนที่คาดหวัง* พร้อมทั้งประเมินระดับความเสี่ยงของการลงทุนในระยะ 10 ปีข้างหน้า จึงได้แบบแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับผู้ลงทุนในแต่ละระดับความเสี่ยงเพื่อที่จะช่วยให้ท่านสามารถบรรลุเป้าหมายการลงทุนได้ ตามตารางด้านล่าง



ตารางแสดงผลตอบแทนที่คาดหวังและสัดส่วนการลงทุนสำหรับปี 2567

ตารางแสดงผลตอบแทนที่คาดหวังและสัดส่วนการลงทุนสำหรับปี 2567


*ผลตอบแทนที่คาดหวัง ไม่ใช่การการันตีผลตอบแทน ผู้ลงทุนอาจทำผลตอบแทนได้สูงกว่า หรือ น้อยกว่า ตัวเลขผลตอบแทนที่คาดหวังที่แสดงในตาราง ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์การลงทุนที่เกิดขึ้นจริง โดยตัวเลขผลตอบแทนที่คาดหวังและค่าความผันผวนของผลตอบแทนที่คาดหวัง จัดทำขึ้นมาจากการประเมินสภาวะทางเศรษฐกิจในอนาคตระยะ 10 ปี ที่จะส่งผลต่อการคาดการณ์ผลตอบแทนของแต่ละประเภทสินทรัพย์
**กองทุนแนะนำสำหรับหุ้นต่างประเทศจะลงทุนในกองทุน KKP GNP-H ในอัตราส่วน 50% และกองทุน TMBGQG ในอัตราส่วน 50% (โดยประมาณ) ของสัดส่วนหุ้นต่างประเทศทั้งหมดในพอร์ตการลงทุน




หมายเหตุ : การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านอาจไม่ได้รับผลตอบแทนจริงตามผลตอบแทนที่คาดหวังของพอร์ตลงทุนแนะนำ หรือท่านอาจขาดทุนจากการลงทุนตามพอร์ตลงทุนแนะนำได้ พอร์ตลงทุนแนะนำ เป็นเพียงรูปแบบการลงทุนเพื่อให้ท่านพิจารณาเท่านั้น ทั้งนี้ ในการลงทุนตามพอร์ตลงทุนแนะนำ ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงด้านค่าเงินจากการลงทุนต่างประเทศได้ ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะของกองทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน โดยการจัดพอร์ตโฟลิโอการลงทุนทั้ง 5 รูปแบบ จะมีความแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์และข้อกำหนดการลงทุน รวมถึงความสามารถในการรับความเสี่ยง โดยน้ำหนักการลงทุน ประมาณการผลตอบแทนและความเสี่ยงมาจากการใช้ข้อมูลในอดีต และการประเมินภาวะเศรษฐกิจ ภาวะการลงทุน และแนวโน้มตลาดของแต่ละสินทรัพย์ ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต เมื่อท่านลงทุนตามพอร์ตลงทุนแนะนำ อาจมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของมูลค่าสินทรัพย์ทำให้สัดส่วนการลงทุนจริงไม่ตรงกับสัดส่วนของพอร์ตลงทุนแนะนำไว้เดิม ผู้ลงทุนควรพิจารณาการซื้อหรือขายเพื่อให้คงสัดส่วนสินทรัพย์ตามพอร์ตลงทุนแนะนำเดิม ทั้งนี้พอร์ตโฟลิโอการลงทุนแนะนำมิได้รับประกันผลตอบแทน และผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่า หรือ ต่ำกว่าผลตอบแทนที่คาดหวัง ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละปี โดยระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมคือลงทุนตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป | *“ผลตอบแทนที่คาดหวัง” หมายถึง ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากพอร์ตโฟลิโอแต่ละระดับความเสี่ยงหากลงทุนเป็นระยะเวลา 10 ปี ในขณะที่ “ค่าความผันผวนของผลตอบแทนที่คาดหวัง” หมายถึง ค่าความผันผวนที่คาดหวังของผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นระยะเวลา 10 ปี ของพอร์ตโฟลิโอแต่ละระดับความเสี่ยง



อุ่นใจยิ่งขึ้น... ปรับพอร์ตอัตโนมัติตามพอร์ตแนะนำ

เมื่อสมัครใช้บริการ  ฟรี!

สำหรับลูกค้าเมืองไทยยูนิตลิงค์ทุกท่าน 



ลูกค้าสามารถปรับสัดส่วนตามพอร์ตแนะนำได้แล้ววันนี้

ผ่าน MTL Click Application


Mtl Click 01


ดาวน์โหลดเลย!

Download 01Download 02

สนใจแบบประกัน

ข้าพเจ้าตกลงยินยอมให้ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นของข้าพเจ้าเพื่อติดต่อข้าพเจ้าในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ ข้าพเจ้าสนใจหรือที่บริษัทฯ เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ ข้าพเจ้าได้โดยข้าพเจ้าให้ถือเอาการทำเครื่องหมาย ในช่องสี่เหลี่ยมเป็นการแสดงเจตนา ยินยอมของข้าพเจ้าแทน การลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ก่อนการแสดงเจตนาดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าได้อ่านและรับทราบเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวแล้ว


บทความที่น่าสนใจ