Loading...

กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า Loading...

ไขข้อข้องใจ ใบกำกับภาษี ลดหย่อนภาษีได้ไหม?

ใบกำกับภาษี คืออะไร? สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?

29 พฤศจิกายน 2568

5 นาที

ใครไม่อยากจ่ายภาษีจุก ๆ ลองใช้สิทธิลดหย่อนภาษีครบกันหรือยัง ทั้งลดหย่อนส่วนตัว บุตร ลดหย่อนพ่อแม่ หรือ กองทุนลดหย่อนภาษี แต่อย่าลืมว่ายังมีการลดหย่อนภาษีอีกแบบที่เรียกว่า ใบกำกับภาษีที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งในบุคคลธรรมดาจะลดได้เท่าไหร่ หรือใบกำกับภาษีมีกี่ประเภท มีหน้าตาเป็นยังไงสำหรับมือใหม่ที่ต้องจ่ายภาษี จะใช่ใบเสร็จที่เราได้เวลาจ่ายตังค์ซื้อของมั้ย หรือใบที่ต้องขอกับทางร้านแยกต่างหาก มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กัน จะได้ไม่เสียสิทธิและนำไปลดหย่อนภาษีได้อย่างสบายใจ


ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ


ใบกำกับภาษีคืออะไร


ใบกำกับภาษี คืออะไร? สำคัญหรือไม่?


ใบกํากับภาษี (Tax Invoice) คือ เอกสารสำคัญที่ผู้ขาย หรือผู้ให้บริการ จะทำการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือจดทะเบียน VAT (Value added tax) ที่ทุกคนพูดบ่อย ๆ เวลาไปซื้อของว่าเสียค่า VAT นั่นเอง ซึ่งจะต้องออกให้กับคนที่ซื้อสินค้าหรือบริการทุกครั้ง เพื่อแสดงมูลค่าของสินค้าหรือบริการที่คิดกับลูกค้า ซึ่งจะออกใบกำกับภาษีทุกครั้งหลังมีการซื้อขายสินค้าเกิดขึ้น 


 ใบกำกับภาษีประเภทต่างๆ

ใบกำกับภาษีมีกี่ประเภท?


แค่พูดว่าใบกำกับภาษีก็ปวดหัวรอแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่ยากเกินไปแน่นอน มาทำความรู้จักแต่ละประเภทของใบกำกับภาษีว่ามีอะไรบ้าง

    • ใบกำกับภาษีอย่างย่อ
    • ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ
    • ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice / e-Receipt)
    • ใบเพิ่มหนี้
    • ใบลดหนี้
    • ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาด
    • ใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรที่ออกให้สำหรับการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากร หรือกรมสรรพสามิตออกให้ในการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม


ใบกำกับภาษีอย่างย่อ คืออะไร


ใบกำกับภาษีอย่างย่อ คืออะไร


ถึงแม้ใบกำกับภาษีจะมีหลายประเภท แต่ส่วนมากคนทั่วไปจะรู้จักกันแค่ไม่กี่แบบ หนึ่งในนั้นคือ ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ซึ่งเป็นเอกสารหลักฐานการขายสินค้า ที่เจ้าของกิจการเรียกเก็บภาษีเพิ่มจากลูกค้ารายย่อย แต่กิจการค้าปลีก ผู้ประกอบการจะต้องมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว เพื่อเป็นหลักฐานแสดงข้อมูลสินค้า ในแต่ละครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่ขายสินค้าให้กับลูกค้าโดยตรง และลูกค้านำไปใช้เอง เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อเวลาไปซื้อของอย่าลืมขอกันน้า

เนื้อหาสำคัญที่ใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องมี


  • ต้องระบุคำว่า “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ”
  • ชื่อ และเลข 13 หลักประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย
  • วัน/เดือน/ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
  • เลขที่ใบกำกับภาษี
  • ชื่อ/ชนิด/ประเภท/ปริมาณ/ราคา ของสินค้าที่ซื้อขาย
  • ราคาสินค้าบริการ ที่รวม Vat แล้ว
  • ข้อความอื่นที่สรรพากรกำหนดไว้


*ใบกำกับภาษีอย่างย่อ จะไม่สามารถนำไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อนำส่ง ภ.พ.30 ได้


ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ คืออะไร


ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ คืออะไร?


ส่วนใบกำกับภาษีอีกแบบที่สำคัญและคนเห็นกันบ่อยที่สุดก็จะเป็น ใบกํากับภาษีแบบเต็ม ซึ่งจะเป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานของเจ้าของกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยจะต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบให้กับลูกค้าทุกครั้งเมื่อลูกค้าแจ้งความต้องการ แต่หากลูกค้าไม่ได้แจ้งก็จะได้ใบกำกับภาษีแบบย่อไปแทน  โดยใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ผู้ซื้อจะสามารถนำไปใช้เป็นภาษีซื้อได้ และส่วนเนื้อหาของใบกำกับภาษีอย่างเต็มรูปแบบ จะเพิ่มเนื้อหาจากแบบจากใบกำกับภาษีอย่างย่อ คือ


  • ต้องระบุในใบว่าเป็น “ใบกำกับภาษี” ให้ชัดเจน
  • ระบุชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย
  • ระบุชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ


*ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ สามารถนำไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อนำส่ง ภ.พ.30 ได้

ใครบ้างที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษี?


หลักการง่าย ๆ คือ ผู้ที่จดทะเบียน VAT ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขายสินค้า หรือให้บริการ ซึ่งรวมถึง

  1. ผู้ประกอบการจด VAT ในประเทศ
    • เช่น บริษัทจำกัด, ห้างหุ้นส่วน, ร้านค้า, ร้านอาหาร, โรงแรม หรือผู้ประกอบการออนไลน์
    • หน้าที่ของผู้ประกอบการกลุ่มนี้คือ ต้องออก ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เรียกเก็บ VAT 7% และส่งภาษีให้กรมสรรพากรทุกเดือน
  2. ผู้ประกอบการที่ใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt
    • ธุรกิจขนาดใหญ่ หรือที่ออกใบกำกับจำนวนมาก เช่น ร้านค้าออนไลน์, โรงแรม, สายการบิน
    • ออกใบกำกับภาษีแบบ อิเล็กทรอนิกส์ ส่งข้อมูลตรงเข้าระบบกรมสรรพากร
  3. ผู้ให้บริการต่างประเทศที่ขายสินค้า/บริการในไทย
    • ภายใต้ระบบ VAT for E-Service (VES)
    • ตัวอย่างเช่น Netflix, Google, Meta

ต้องออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ใช้บริการในไทย


ขั้นตอนและวิธีการออกใบกำกับภาษี มีอะไรบ้าง?


การออกใบกำกับภาษี เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการทุกคนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพราะไม่เพียงแต่เป็นหลักฐานทางบัญชีและกฎหมาย แต่ยังช่วยให้ลูกค้าสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีหรือขอเครดิตภาษีซื้อได้ ดังนั้น การรู้ขั้นตอนและวิธีการออกใบกำกับภาษีอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็น

1. ตรวจสอบความพร้อมก่อนออกใบกำกับภาษี

ก่อนออกใบกำกับภาษี ผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่า:

  • จดทะเบียน VAT แล้ว และมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • ระบบบัญชีหรือซอฟต์แวร์สามารถออก ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ หรือ e-Tax Invoice ได้
  • มี ข้อมูลลูกค้า ครบถ้วน เช่น ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้ลดหย่อนภาษี)

2. ระบุรายละเอียดในใบกำกับภาษี

ใบกำกับภาษีต้องระบุข้อมูลสำคัญอย่างครบถ้วน ได้แก่:

  • ชื่อ-ที่อยู่ผู้ขาย และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • ชื่อ-ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ (ถ้ามี)
  • รายละเอียดสินค้า/บริการ จำนวน และราคาต่อหน่วย
  • มูลค่ารวมและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)
  • วันที่ออกใบกำกับภาษี และเลขที่ใบกำกับ

3.เลือกรูปแบบการออกใบกำกับภาษี 

ผู้ประกอบการสามารถออกใบกำกับภาษีได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความสะดวกและประเภทธุรกิจ:

  1. ใบกำกับภาษีกระดาษ – ใช้ได้กับธุรกิจขนาดเล็ก หรือออกให้ลูกค้าแบบรายชิ้น
  2. ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) – ระบบดิจิทัลที่เชื่อมต่อกรมสรรพากร เหมาะกับธุรกิจที่ออกใบจำนวนมาก

4.การจัดเก็บและส่งมอบใบกำกับภาษี 

  • ส่งมอบให้ลูกค้า – อาจเป็นรูปกระดาษหรือไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (PDF, XML)
  • เก็บสำเนา – สำหรับการตรวจสอบและบัญชีภายใน
  • ส่งข้อมูลเข้ากรมสรรพากร – สำหรับ e-Tax Invoice จะทำโดยอัตโนมัติ
  • เก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี ตามกฎหมายภาษีไทย


5.ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาด 

หากพบข้อผิดพลาดในใบกำกับภาษี เช่น ราคาผิดหรือจำนวน VAT ผิด สามารถแก้ไขได้โดย:

  • ออกใบลดหนี้ (Credit Note) – เพื่อลดจำนวนเงิน
  • ออกใบเพิ่มหนี้ (Debit Note) – เพื่อเรียกเก็บเงินเพิ่ม
  • ออกใบแทนใบเดิม – ในกรณีใบเดิมสูญหาย


ใบกำกับภาษีลดหย่อนภาษีได้ไหม


ใบกำกับภาษีลดหย่อนภาษีได้ไหม?


หลายคนสงสัยว่า ใบกำกับภาษีสามารถลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมาย ใบกำกับภาษีไม่ใช่เพียงเอกสารยืนยันการซื้อสินค้าและบริการ แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ค่าใช้จ่ายนั้นถูกยอมรับในการลดหย่อนภาษีได้

ใบกำกับภาษีที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ 

  1. ใบกำกับภาษี จากผู้ประกอบการ / ผู้ขาย
    • ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ หรือ e-Tax Invoice ที่ออกโดยผู้ประกอบการจด VAT
    • สามารถใช้เป็นหลักฐาน เครดิตภาษีซื้อ เพื่อลดจำนวน VAT ที่ต้องจ่ายให้กรมสรรพากร
  2. ใบกำกับภาษี บุคคลธรรมดา
    • ใบกำกับภาษี บุคคลธรรมดา สามารถใช้เป็นหลักฐาน ค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้ ในบางมาตรการของรัฐ ตัวอย่างเช่น มาตรการ เที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษี 2568
      • ผู้มีเงินได้สามารถนำค่าใช้จ่ายด้าน ที่พักและอาหาร มาหักลดหย่อนภาษีได้
      • เงื่อนไขสำคัญ: ต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบหรือ e-Tax Invoice
    • ใบเสร็จหรือเอกสารธรรมดา ไม่สามารถใช้ลดหย่อนได้


อยู่ในช่วงยื่นภาษีแล้วใครมีใบกำกับภาษีก็จัดเลยไม่ต้องรอ ส่วนในปี 2569 นี้ เริ่มขอใบกำกับภาษีกันได้เลยจะได้เตรียมตัววางแผนลดหย่อนภาษีได้อย่างเต็มที่ หรือหากใครสนใจรายการลดหย่อนภาษีอื่น เช่น ประกันสุขภาพ ยังสามารถนำค่าเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท


เลือกทำประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ดูแลค่ารักษาทั้งโรคเล็ก โรคแรง ด้วยวงเงินที่เลือกได้ตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ คุ้มครองทั้ง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคทั่วไป ครอบคลุมเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย รวมถึงอายุรับประกันสูงสุด 90 ปี ดูแลต่อเนื่องยาว ๆ สูงสุดถึงอายุ 99 ปี



ใบกำกับภาษีแบบย่อกับใบกำกับภาษีแบบเต็มต่างกันอย่างไร

รายละเอียดเพิ่มเติม

☑️ โทร.1766 ตลอด 24 ชั่วโมง

☑️ ติดต่อตัวแทนประกันชีวิต หรือ สาขา ธนาคารกสิกรไทย


  • สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
  • ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
  • เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
  • การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
  • เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์
  • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 15/10/68 

🔖 SME Move

🔖 Human Soft

🔖 Get Invoice

บทความน่าสนใจ