กำลังโหลดหน้าเว็บไซต์
รอสักครู่น้า
จุดเด่นของ
เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น
ประกันชีวิต “ที่เบิกค่ารักษาได้”
จุดเด่นของ
เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น
ประกันชีวิต “ที่เบิกค่ารักษาได้”
เปลี่ยนทุนประกันชีวิต เป็นค่ารักษาได้ เมื่ออายุครบ 65 ปีขึ้นไป(1)
คนมองว่า ประกันชีวิต
คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ
คนมองว่า ประกันชีวิต
คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ
คนมองว่า ประกันชีวิต
คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ
A : ทำได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน - 45 ปี
A : 500,000 บาท
A : ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัยของบริษัทฯ
A : สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมต่าง ๆ แนบท้ายกรมธรรม์ได้ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขการพิจารณารับประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมนั้น
A : เบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่ายสำหรับปีกรมธรรม์ถัดไปจะเท่าเดิม (เบี้ยประกันภัยไม่ปรับเพิ่มขึ้นตามอายุ) โดยลูกค้า ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุก่อนหรือภายใน 31 วัน นับตั้งแต่วันที่ถึงกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย
A : สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงิน ฉบับ 172
A : ปีกรมธรรม์ที่ 1 - อายุ 64 ปี
1) ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยในขณะนั้น (แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า)
อายุ 65 ปี - อายุ 98 ปี
2) ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาล ทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และ/หรือ ผู้ป่วยนอก (OPD) หากผู้เอาประกันภัยได้รับการบาดเจ็บ หรือการป่วย เป็นเหตุให้ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ให้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย หักด้วยผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลและ/หรือผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก ทั้งหมดที่บริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้ว (ถ้ามี)
3) ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย หักด้วยผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล และ/หรือผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก ทั้งหมดที่บริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้วในข้อ 2. (ถ้ามี) หรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยในขณะนั้น (แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า)
อายุ 99 ปี (ครบกำหนดสัญญา)
4) ผลประโยชน์กรณีมีชีวิตอยู่ครบสัญญา 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย หักด้วยผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล และ/หรือผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกทั้งหมดที่บริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้วในข้อ 2.
A : สามารถยกเลิกได้ โดยรับเงินค่าเวนคืนตามจำนวนที่กำหนดไว้ในตารางมูลค่ากรมธรรม์ ซึ่งเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์จะเปลี่ยนแปลงหากมีการเรียกร้องผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลและ/หรือผลประโยชน์ขยายความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกแล้ว โดยเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ เท่ากับ (จำนวนเงินเอาประกันภัย หักผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลและ/หรือผลประโยชน์ขยายความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกทั้งหมดที่บริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้ว) คูณ เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ตามตารางมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ หาร 1,000
หากผู้เอาประกันภัยได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยการขอเวนคืนกรมธรรม์และรับเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์จากบริษัท ฯ แล้ว บริษัท ฯ จะไม่จ่ายผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลและผลประโยชน์ขยายความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก ที่ผู้เอาประกันภัยเข้ารับการรักษาก่อนหน้าที่จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยการขอเวนคืนกรมธรรม์กับบริษัท ฯ ดังกล่าว
ทั้งนี้การขอเวนคืนกรมธรรม์ผู้เอาประกันภัยอาจจะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจากกรมสรรพากร
A : 1. กรณีผู้เอาประกันภัยฆ่าตัวตายด้วยใจสมัครภายใน 1 ปี นับแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือวันที่บริษัทฯ อนุมัติให้เพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัย ทั้งนี้เฉพาะในส่วนของจำนวนเงินเอาประกันภัยที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
2. กรณีผู้เอาประกันภัยถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา
3. กรณีผู้เอาประกันภัยแถลงอายุคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้องแท้จริง และบริษัทฯ พิสูจน์ได้ว่าในขณะทำสัญญาประกันภัยอายุที่ถูกต้องแท้จริงอยู่นอกจำกัดอัตราเบี้ยประกันภัยตามทางค้าปกติของบริษัทฯ
A : สามารถเลือกได้ว่าจะใช้ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมที่มีอยู่ หรือแบบประกันภัย เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น
A : ไม่มี เนื่องจากแบบประกันภัยนี้มีเบี้ยประกันภัยคงที่ และสามารถใช้ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลหลังจากชำระเบี้ยประกันภัยครบแล้วเท่านั้น
A : เป็นแบบเหมาจ่าย ไม่จำกัดวงเงินตามหมวดการรักษา แต่ผลประโยชน์สูงสุดไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย
(1) บริษัทจะเริ่มจ่ายผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลให้ผู้เอาประกันภัยตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุ 65 ปี และชำระเบี้ยประกันภัยครบถ้วนแล้ว โดยจะจ่ายไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
(2) คุ้มครองสูงถึง 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย โดยไม่มีการหักผลประโยชน์จากโรคร้ายแรงระยะเริ่มต้นสำหรับ “โรคมะเร็งระยะไม่ลุกลาม” และ “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่รักษาด้วยการสวนหลอดเลือดหัวใจ” ที่มีการจ่ายออกไปแล้ว ดังนั้นผลประโยชน์คุ้มครองโรคร้ายแรงสามารถได้รับสูงสุดถึง 150% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยจากผลประโยชน์เพิ่มเติมจากโรคร้ายแรงระยะเริ่มต้นสำหรับ “โรคมะเร็งระยะไม่ลุกลาม” และ “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่รักษาด้วยการสวนหลอดเลือดหัวใจ”
- เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
- การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย