อาหารติดคอทำยังไงดี? เศษอาหารติดคอมีวิธีแก้อย่างไรบ้าง เคลมประกันได้ไหม
ทุกคนมีโอกาสเจอสถานการณ์อาหารติดคอได้ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือคนรอบข้าง โดยเฉพาะเวลาทานอาหารเร็วๆ หัวเราะระหว่างทาน หรือเผลอพูดขณะมีอาหารในปาก นึกภาพง่ายๆ ว่ากำลังสนุกสนานกับมื้ออาหาร แล้วจู่ๆ รู้สึกว่ามีบางอย่างติดคอ หายใจไม่ออก แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว
วันนี้เมืองไทยประกันชีวิตจะพาทุกคนมารู้จักกับภัยใกล้ตัวอย่าง "อาหารติดคอ" วิธีช่วยเหลือที่ถูกต้อง และสิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น รวมถึงเรื่องสิทธิประโยชน์การเคลมประกันที่หลายคนอาจไม่รู้
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- อาหารติดคอคืออะไรกันแน่?
- อันตรายที่ซ่อนอยู่ ผลกระทบร้ายแรงจากการสำลักอาหารมีอะไรบ้าง
- คู่มือช่วยชีวิต เทคนิคปฐมพยาบาลเมื่อมีคนอาหารติดคอ
- รู้ไว้ได้ประโยชน์ สิทธิเคลมประกันกรณีอาหารติดคอ
- วิธีช่วยเหลือตัวเองยามอาหารติดคอทำอย่างไร?
- วิธีทานอาหารให้ปลอดภัย ป้องกันอาหารติดคอในชีวิตประจำวัน
→ อาหารติดคอคืออะไรกันแน่?
อาหารติดคอหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า "การสำลัก" (Choking) เกิดขึ้นเมื่อมีอาหารหรือสิ่งแปลกปลอมไปอุดกั้นทางเดินหายใจของเรา บางครั้งอุดแค่บางส่วน บางครั้งอุดเต็มทางเลย ผลที่ตามมาคืออากาศไม่สามารถเข้าสู่ปอดได้ตามปกติ ส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจนในที่สุด
ใครบ้างที่เสี่ยงอาหารติดคอ?
- เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี - ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ชอบสำรวจสิ่งต่างๆ ด้วยปาก และยังไม่มีฟันกรามสำหรับบดเคี้ยวที่ครบถ้วน
- ผู้สูงอายุ - มักมีปัญหาการกลืนลำบากหรือฟันไม่แข็งแรง
- ผู้ที่มีปัญหาการกลืน - เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง พาร์กินสัน
- คนที่ทานอาหารอย่างรีบร้อน - ไม่เคี้ยวให้ละเอียด หรือพูดคุย/หัวเราะขณะทานอาหาร
สังเกตอย่างไรว่าอาหารติดคอ?
อาการระดับเบา (ทางเดินหายใจอุดกั้นบางส่วน)
- ยังสามารถไอ พูด หรือหายใจได้
- มีเสียงหายใจดังผิดปกติ
- หายใจลำบาก
- อาจมีอาการไอต่อเนื่อง
อาการระดับรุนแรง (ทางเดินหายใจอุดกั้นสมบูรณ์)
- ไม่สามารถพูด ไอ หรือหายใจได้
- ใช้มือจับที่คอ (สัญญาณสากลของการสำลัก)
- ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงจนถึงสีม่วง
- หมดสติในเวลาไม่กี่นาที

→ อันตรายที่ซ่อนอยู่ ผลกระทบร้ายแรงจากการสำลักอาหารมีอะไรบ้าง
หลายคนอาจคิดว่าอาหารติดคอไม่ร้ายแรงนัก แต่ความจริงแล้ว ภาวะนี้สามารถก่อให้เกิดอันตรายได้หลายระดับ:
ผลกระทบระยะสั้น
- แผลในคอและหลอดลม - ชิ้นอาหารที่มีขอบคม เช่น กระดูกไก่ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือเป็นแผลในคอ
- การอักเสบติดเชื้อ - หากมีเศษอาหารค้างในคอ อาจเกิดการติดเชื้อและอักเสบได้
- ภาวะขาดออกซิเจนชั่วคราว - ทางเดินหายใจถูกปิดกั้น ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้
ผลกระทบรุนแรง
- ภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง - หากไม่ได้รับการช่วยเหลือภายใน 4-6 นาที สมองจะขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง
- ความเสียหายต่อสมอง - การขาดออกซิเจนนานเกินไปอาจทำให้เซลล์สมองตาย ส่งผลให้เกิดความพิการถาวร
- เสียชีวิต - ในกรณีรุนแรงที่สุด ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบช่วยเหลือทันที
- ผู้ป่วยไม่สามารถพูดหรือหายใจได้เลย
- ริมฝีปากและผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน
- ผู้ป่วยแสดงท่าทางตกใจ จับที่คอ
- ผู้ป่วยเริ่มหมดสติหรือทรุดตัวลง
ในกรณีที่พบเห็นสัญญาณเหล่านี้ ให้รีบช่วยเหลือทันทีโดยไม่รอช้า เพราะทุกวินาทีมีค่าต่อชีวิต

→ คู่มือช่วยชีวิต เทคนิคปฐมพยาบาลเมื่อมีคนอาหารติดคอ
การรู้วิธีช่วยคนอาหารติดคอที่ถูกต้องสามารถช่วยชีวิตคนได้ในยามฉุกเฉิน แต่เทคนิคการช่วยเหลือจะแตกต่างกันไปตามช่วงวัย
สำหรับทารก (อายุต่ำกว่า 1 ปี)
- จับทารกในท่าคว่ำ - วางทารกคว่ำบนแขนของคุณ โดยให้ศีรษะต่ำกว่าลำตัว ใช้มืออีกข้างประคองคางและหน้าอก
- ตบกลางหลัง - ใช้ส้นมือตบกลางหลังระหว่างสะบักทั้งสองข้าง 5 ครั้ง ด้วยแรงพอประมาณ
- พลิกทารก - หากยังไม่ดีขึ้น ให้พลิกทารกหงายบนตัก ศีรษะต่ำ
- กดหน้าอก - ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลาง 2 นิ้ว กดลงบนกระดูกหน้าอกตรงกลาง 5 ครั้ง
- ทำซ้ำ - สลับระหว่างตบหลัง 5 ครั้งและกดหน้าอก 5 ครั้ง จนกว่าสิ่งอุดกั้นจะหลุดออก
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้วิธีรัดท้อง (Heimlich maneuver) กับทารก
- ห้ามล้วงปากโดยไม่เห็นสิ่งอุดกั้น
สำหรับเด็ก (1-8 ปี)
- ตรวจสอบการตอบสนอง - ถามว่า "หนูติดอะไรในคอหรือเปล่า?"
- ตบกลางหลัง - หากเด็กไม่สามารถพูดได้ ให้จัดให้เด็กก้มตัวไปข้างหน้า และตบกลางหลัง 5 ครั้ง
- รัดท้อง - หากไม่ดีขึ้น ให้ยืนด้านหลังเด็ก ใช้มือกำหมัดวางที่บริเวณเหนือสะดือ อีกมือจับกำมือไว้ กระตุกเข้าหาตัวเองและขึ้นด้านบนอย่างรวดเร็ว 5 ครั้ง
- ทำซ้ำ - สลับระหว่างตบหลังและรัดท้องจนกว่าสิ่งอุดกั้นจะหลุด
สำหรับผู้ใหญ่
- ยืนยันว่าติดคอจริง - ถามว่า "คุณสำลักใช่ไหม?" หากพยักหน้ารับและไม่สามารถพูดได้ แสดงว่าทางเดินหายใจถูกปิดกั้น
- ตบกลางหลัง - ยืนด้านข้าง โน้มตัวผู้ป่วยไปข้างหน้า ใช้ส้นมือตบกลางหลัง 5 ครั้ง
- รัดท้อง (Heimlich maneuver) - หากไม่ดีขึ้น ให้ยืนด้านหลังผู้ป่วย วางมือกำหมัดเหนือสะดือ ใช้มืออีกข้างจับไว้ แล้วกระตุกเข้าและขึ้นอย่างแรง 5 ครั้ง
- ทำซ้ำ - สลับตบหลังและรัดท้องจนกว่าสิ่งอุดกั้นจะหลุด
สำหรับหญิงตั้งครรภ์และผู้สูงอายุ
- หญิงตั้งครรภ์ - ให้วางมือกำหมัดบริเวณกระดูกหน้าอกส่วนล่าง (แทนที่จะเป็นบริเวณเหนือสะดือ)
- ผู้สูงอายุ - ใช้แรงน้อยลงเพื่อป้องกันกระดูกหัก แต่ต้องเพียงพอที่จะช่วยให้สิ่งอุดกั้นหลุดออก
ข้อสำคัญ: หากผู้ป่วยหมดสติ ให้รีบโทรแจ้ง 1669 ทันที และเริ่มทำ CPR ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
→ รู้ไว้ได้ประโยชน์ สิทธิเคลมประกันกรณีอาหารติดคอ
อาหารติดคอถือเป็นเหตุฉุกเฉินที่อาจต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ และข่าวดีคือ อาหารติดคอสามารถเคลมประกันอุบัติเหตุได้ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดและเฉียบพลัน
เงื่อนไขที่มักจะเข้าข่ายเคลมประกันได้
- ต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันและไม่คาดคิด
- ต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์
- มีการวินิจฉัยและบันทึกทางการแพทย์ที่ชัดเจน
ค่ารักษาพยาบาลที่มักครอบคลุม
- ค่าใช้จ่ายในการรักษาฉุกเฉิน
- ค่าตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสิ่งอุดกั้น
- ค่าผ่าตัดในกรณีที่ต้องเอาสิ่งอุดกั้นออก
- ค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องจากผลกระทบของการสำลัก
ขั้นตอนการเคลมประกัน
- รับการรักษา - รักษาตัวและขอเอกสารยืนยันการรักษาที่ระบุสาเหตุว่าเป็นอาหารติดคอ
- แจ้งบริษัทประกัน - ติดต่อบริษัทประกันโดยเร็วที่สุด ส่วนใหญ่มีระยะเวลาแจ้งไม่เกิน 30 วัน
- เตรียมเอกสาร - ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษา ประวัติการรักษา และเอกสารที่บริษัทประกันร้องขอ
ข้อแนะนำ: ควรศึกษาเงื่อนไขกรมธรรม์ของตนเองให้ละเอียด เพราะแต่ละกรมธรรม์อาจมีข้อกำหนดแตกต่างกัน หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

→ วิธีช่วยเหลือตัวเองยามอาหารติดคอทำอย่างไร?
เมื่อเกิดอาหารติดคอและอยู่คนเดียว คุณยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ด้วยวิธีต่อไปนี้
1. ใช้เทคนิครัดท้องด้วยตัวเอง
- กำมือและวางที่เหนือสะดือ - ให้นิ้วโป้งอยู่ด้านใน
- ใช้มืออีกข้างจับมือที่กำ
- ดันเข้าหาตัวเองและขึ้นด้านบนอย่างแรงและรวดเร็ว
- ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง จนกว่าสิ่งอุดกั้นจะหลุดออก
2. ใช้พนักเก้าอี้หรือขอบโต๊ะ
- ยืนหันหน้าเข้าหาพนักเก้าอี้หรือขอบโต๊ะ
- โน้มตัวให้บริเวณเหนือสะดือวางอยู่บนขอบ
- ใช้น้ำหนักตัวกดลงบนขอบ พร้อมกับดันตัวเองเข้าและขึ้นด้านบน
- ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง จนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น
3. ขอความช่วยเหลือ
หากอยู่คนเดียวและมือถืออยู่ใกล้ตัว
- พยายามกดโทร 1669 แม้จะพูดไม่ได้
- เคาะผนัง หรือทำเสียงดังเพื่อให้คนข้างห้องได้ยิน
- พยายามเปิดประตูหรือหน้าต่าง เพื่อให้มีคนเห็น
ข้อสำคัญ: หลังจากช่วยตัวเองสำเร็จ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีการบาดเจ็บหรือสิ่งตกค้างในลำคอ
→ วิธีทานอาหารให้ปลอดภัย ป้องกันอาหารติดคอในชีวิตประจำวัน
การป้องกันอาหารติดคอไม่ใช่เรื่องยาก แค่ปรับนิสัยการทานเพียงเล็กน้อย ก็ช่วยให้เราห่างไกลจากภาวะอาหารติดคอที่อันตรายได้แล้ว มาดูวิธีง่ายๆ ที่ทำได้ทุกวันกัน
- เคี้ยวช้าๆ และละเอียด - เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน
- ไม่พูดหรือหัวเราะขณะมีอาหารในปาก - รอให้กลืนอาหารก่อนพูดหรือหัวเราะ
- ไม่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปขณะทานอาหาร - แอลกอฮอล์ลดการตอบสนองและการควบคุมการกลืน
- นั่งตัวตรง - ช่วยให้กลืนได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
- หลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยง - เช่น ลูกอม ถั่ว ข้าวโพด องุ่น ฮอทดอก
คำแนะนำวิธีทานอาหารให้ปลอดภัยสำหรับผู้ดูแลเด็กและผู้สูงอายุ
สำหรับเด็ก
- หั่นอาหารเป็นชิ้นเล็ก - โดยเฉพาะองุ่น ฮอทดอก แครอท
- ควบคุมการทาน - ไม่ปล่อยให้เด็กวิ่งเล่นหรือนอนขณะทานอาหาร
- หลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยง - งดอาหารเสี่ยงสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี
- สอนการเคี้ยวและกลืนอย่างถูกวิธี - สอนเด็กให้เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน
สำหรับผู้สูงอายุ
- ปรับเนื้อสัมผัสอาหาร - ให้เหมาะกับสภาพฟันและการกลืน
- ดูแลขณะรับประทานอาหาร - สังเกตอาการผิดปกติ
- ตรวจสอบการใส่ฟันปลอม - ให้แน่ใจว่าฟันปลอมใส่พอดีไม่หลวม
- ดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหาร - ช่วยให้กลืนอาหารได้ง่ายขึ้น
การรู้วิธีช่วยคนอาหารติดคออย่างถูกต้องและทันท่วงทีเป็นทักษะสำคัญที่อาจช่วยชีวิตคนได้ เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์หรือช่วยเหลือใครสักคนที่มีอาหารติดคอ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้คนที่คุณรัก เพื่อสร้างความตระหนักและความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้
สุดท้ายนี้ เมืองไทยประกันชีวิตอยากแนะนำให้ทุกคนพิจารณาทำประกันอุบัติเหตุหรือประกันสุขภาพที่ครอบคลุมกรณีฉุกเฉินเหล่านี้ เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลแล้ว ยังช่วยให้คุณมีความอุ่นใจในยามฉุกเฉิน
และการเลือกแผนประกันอุบัติเหตุที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง เพราะจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณและคนที่คุณรักจะได้รับการดูแลทางการเงินอย่างเพียงพอเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด นอกจากนี้ การวางแผนอนาคตด้วยประกันอุบัติเหตุยังถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทั้งในแง่ของการสร้างหลักประกันทางการเงินและการให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมแก่ชีวิตและครอบครัวของคุณในระยะยาว
รายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร.1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ ติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต/ ช่องทางที่ดูแลท่าน
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 04/11/68
🔖 pobpad